คราบเลือดบนเสื้อเชิ้ตสีขาวของคีรินยังคงส่งกลิ่นคาวสนิมจางๆ คละคลุ้งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดทึบ รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าโต๊ะทำงานกระจกนิรสายตาจับจ้องรอยแผลลึกยาวบริเวณหัวไหล่หนาที่ฉีกขาดจนเห็นเนื้อเนียนปนคราบเลือดจากการปะทะกับลูกน้องของเมฆาเมื่อช่วงหัวค่ำ
"จะยืนเป็นหุ่นทื่ออยู่อีกนานไหมรินรดา หรือต้องให้ฉันสั่งซ้ำว่าแผลมันแสบจนแทบจะกินหัวใครได้อยู่แล้ว"
เสียงทุ้มต่ำตวาดลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิด เจ้าพ่อหนุ่มขยับตัวเพียงเล็กน้อยด้วยความเจ็บปวด แต่ใบหน้าคมคายกลับยังคงรiอยด้วยความดุดันและถือดีเช่นเคย เขาไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น—ยกเว้นในคืนนี้... คืนที่เธอถูกบังคับให้ต้องมานั่งถือกล่องปฐมพยาบาลอยู่ตรงหน้าเขา
"ถ้าเจ็บนัก ทำไมไม่ไปโรงพยาบาลคะ... เอ๊ย... ไปหาหมอเสียล่ะคะ... ครับ" รินรดาเผลอหลุดปากเกือบใช้คำพูดที่ไม่ถูกต้องตามที่เขาเคยขู่บังคับไว้ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อดวงตาสีดำสนิทดุจเหยี่ยวคู่นั้นตวัดกลับมามองนิ่ง
"โรงพยาบาลเหรอ? หึ... พวกมันไม่มีทางได้เห็นรอยแผลที่เกิดจากความประมาทของฉันหรอก" คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบจดจ้องมองใบหน้าหวานที่ฉายแววลังเลและหวาดหวั่น "เข้ามาใกล้ๆ สิ หรือกลัวว่าฉันจะกินเธอเข้าไปทั้งตัวอีกรอบ?"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ แต่สัญชาตญาณและความเป็นมนุษย์ที่อยู่ก้นบึ้งของจิตใจก็ไม่อาจปล่อยให้คนเจ็บตรงหน้าทนพิษบาดแผลได้ เธอก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มช้าๆ กลิ่นกายบุรุษผสมกลิ่นเลือดจางๆ และน้ำหอมราคาแพงพัดปะทะเข้าจมูกจนหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ
เธอนั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้างๆ หยิบสำลีชุบแอลกอฮอล์ขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย รินรดายื่นมือออกไปหมายจะแตะลงบนบาดแผลฉกรรจ์ที่หัวไหล่กว้าง แต่ทว่า...
"เบาๆ หน่อยสิยายตัวแสบ มือเธอนั่นแหละจะทำให้ฉันตายก่อนกระสุนของไอ้เมฆาเสียอีก"
คีรินขยับตัวหนีเล็กน้อยด้วยความแสบระคายเมื่อสำลีสัมผัสถูกเนื้อเยื่อที่ฉีกขาด รินรดาชะงักมือค้างกลางอากาศ เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความไม่พอใจ
"ถ้าฉันมือหนักนัก ก็ทำแผลเองสิคะ... เอ๊ย... เองสิคะ... ครับ!" เธอเกือบหลุดปากอีกรอบจนต้องรีบแก้คำพูดแทบไม่ทัน คีรินจ้องมองท่าทีเงอะงะแต่เปี่ยมไปด้วยความเอาใจใส่ของเธอ แววตาดุดันเมื่อครู่กลับอ่อนแสงลงอย่างประหลาด
รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก "ปากเก่งไม่เปลี่ยน... แต่เวลามือไม้สั่นแบบนี้ น่าเอ็นดูดีเหมือนกันนะ"
"ใครน่าเอ็นดูทราบคะ... ครับ! ฉันแค่วายกลัวคุณตายคาห้องแล้วจะมาโทษฉันต่างหาก" รินรดาเถียงกลับเสียงแข็งพยายามกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มยามเมื่อปลายนิ้วของเธอเผลอไปสัมผัสกับผิวเนื้อร้อนผ่าวบริเวณไหปลาร้าของเขา
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของคนทั้งคู่ รินรดาตั้งสมาธิกับการเช็ดทำความสะอาดแผลอย่างระมัดระวัง ความนุ่มนวลและอ่อนโยนที่เธอแสดงออกมาโดยไม่รู้ตัวกำลังสั่นคลอนหัวใจด้านชาของเจ้าพ่อมาเฟียผู้ไม่เคยเชื่อมั่นในความรัก คีรินทอดสายตามองเสี้ยวหน้าหวานที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำแผลให้เขาอย่างลึกซึ้ง แววตาที่เคยมองผู้หญิงเป็นเพียงเครื่องประดับหรือเครื่องระบายความใคร่กลับเปลี่ยนไป ราวกับว่าผู้หญิงตรงหน้ากำลังหลอมละลายกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นมานานนับปี
"ทำไม..." คีรินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงของเขาเบากว่าปกติและไร้ซึ่งความเกรี้ยวกราด "ทำไมถึงยังยอมอยู่ที่นี่ ทั้งๆ ที่ฉันใจร้ายกับเธอขนาดนั้น?"
มือที่กำลังถือผ้าก๊อซของรินรดาชะงักค้าง เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบทรงอำนาจนั้น ความเจ็บปวด ความอึดอัด และความหวาดกลัวที่สะสมมานานนับแรมเดือนเอ่อล้นขึ้นมาในแววตาคู่สวย
"คุณคิดว่าฉันอยากอยู่เหรอคะ... ครับ?" รินรดาแค่นยิ้มหยันทั้งน้ำตาคลอเบ้า "ถ้าฉันไม่มีครอบครัวที่ต้องปกป้อง ถ้าฉันไม่มีแม่ที่นอนป่วยอยู่... ฉันคงไม่อยากแม้แต่จะหายใจร่วมห้องกับคุณหรอกค่ะ... ครับ"
คำพูดตรงไปตรงมาและน้ำตาที่รื้นขึ้นมาขอบตาทำให้คีรินนิ่งงันไป เขาสัมผัสได้ถึงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีพยศดื้อรั้นนั้น มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเรียวเล็กของเธอไว้แน่น แต่ครั้งนี้... มันไม่มีแรงบีบเค้นที่ป่าเถื่อน มีเพียงความอบอุ่นและแรงดึงดูดอันทรงพลังที่ส่งผ่านทางผิวสัมผัส
"แต่เธอก็ยังอยู่ที่นี่... และกำลังทำแผลให้คนที่เธอเกลียดที่สุด" คีรินกระซิบเสียงพร่า ใบหน้าคมคายโน้มเข้าไปใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน "รู้ไหมรินรดา... ผู้หญิงทุกคนเข้ามาหาฉันเพราะเงิน อำนาจ หรือความกลัว... แต่มีแค่เธอคนเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกว่า... ฉันยังมีชีวิตอยู่จริงๆ"
รินรดาหัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอก แรงดึงดูดระหว่างพวกเขารุนแรงเสียจนความโกรธแค้นก่อนหน้านี้มลายหายไปในพริบตา เธอกำลังแพ้... แพ้ให้กับมุมอ่อนโยนที่หาได้ยากยิ่งจากผู้ชายดิบเถื่อนคนนี้
คีรินใช้มืออีกข้างเช็ดคราบน้ำตาที่ปริ่มอยู่บนแก้มใสของเธออย่างเบามือสัมผัสที่อ่อนโยนผิดวิสัยทำให้รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่างริมฝีปากหยักลึกโน้มลงมาใกล้จนแทบจะชิดกับริมฝีปากอิ่มของเธอ
"คีริน... ปล่อยฉันนะ..." เสียงทักท้วงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบเมื่อริมฝีปากของเขาปัดผ่านแก้มเนียนลงมาถึงมุมปาก
"ถ้าฉันปล่อย... แล้วเธอจะยอมใจอ่อนให้ฉันบ้างไหมล่ะ..." เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหู พร้อมกับอ้อมแขนแข็งแกร่งที่ดึงรั้งร่างบางให้เข้ามาแนบชิดติดแผงอกเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยบาดแผล รินรดารู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วของเขาและของเธอที่หลอมรวมเป็นจังหวะเดียวกัน
ในวินาทีที่ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาประกบจูบลงมาอย่างลึกซึ้งและเร่าร้อนเพื่อดูดกลืนคำปฏิเสธทั้งหมด ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกผลเปิดผางออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับเสียงตบมือดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า
"โอ้... ภาพบาดตาบาดใจอะไรเช่นนี้ ช่างเป็นนายห้างกับทาสรักที่รักกันกลมเกลียวเสียจริง..."
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปรดของ "เมฆา" ที่ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับลูกน้องนับสิบชีวิตที่ถือปืนเล็งตรงมายังพวกเขา คีรินผละออกจากร่างบางในทันที ดวงตาคมกริบลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ ร่างกายที่บาดเจ็บกลับแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันร้อนแรงนี้ด้วยกันนะครับ
เซ่นรักเจ้าพ่อมาเฟียคลั่ง•ตอนที่ 20
เขาไม่ได้ใจร้ายอย่างที่คิด
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ่นรักเจ้าพ่อมาเฟียคลั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!