เซ่นรักเจ้าพ่อมาเฟียคลั่ง•ตอนที่ 6

ความลับในคาสิโน

ผลงานโดย ภูริศร์
เสียงปืนนัดแรกกรีดแทรกความเงียบงันภายในห้องชุดหรูหราของคีรินจนแก้วหูแทบแตก กลิ่นดินปืนและควันสีเทาจางๆ ลอยคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพง รินรดายืนตัวสั่นเทาอยู่หลังตู้โชว์กระจกคริสตัล ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยามมองผ่านรอยแยกของผ้าม่านกำมะหยี่หนาหนัก ภาพตรงหน้าไม่ใช่การต่อสู้ด้วยหมัดมวยของพวกอันธพาลข้างถนน แต่มันคือการสังหารหมู่ที่ไร้ซึ่งความปรานี เมฆา ลูกน้องคนสนิทของศัตรูคู่อาฆาตพังประตูเข้ามาพร้อมสมุนอีกสามคนในมือถืออาวุธครบมือ แต่ทว่า... พวกมันประเมินเจ้าพ่อคาสิโนหนุ่มต่ำเกินไป คีรินในยามนี้ไม่ได้มีท่าทีลนลานแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อและรอยสักมังกรจีนที่เลื้อยพันอยู่บนท่อนแขน เขายืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่าทีนิ่งสนิท ราวกับพญามัจจุราชที่กำลังรอรับดวงวิญญาณของผู้ที่บังอาจล้ำเส้นเข้ามาในเขตอภัยทาน ปัง! กระสุนนัดที่สองจากปืนเก็บเสียงพุ่งแหวกอากาศเข้าแสกหน้าสมุนคนแรกของเมฆาล้มฟาดลงไปนอนกองกับพื้นอย่างไร้เสียงร้อง รินรดากลั้นหายใจ หัวใจของเธอดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม ความกลัวแล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลังจนมือไม้เย็นเฉียบ ภาพความโหดร้ายที่คีรินแสดงออกมาในค่ำคืนนี้มันชัดเจนยิ่งกว่าคำขู่ใดๆ ที่เขาเคยกระซิบข้างหูเธอเสียอีก เขาคือปีศาจ... ปีศาจสวมสูทที่ซ่อนความเลือดเย็นไว้ภายใต้รอยยิ้มหยัน "แกไอ้คีริน! วันนี้แกไม่รอดแน่!" เมฆาตะโกนลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว มือหนายกปืนสั้นขึ้นหมายจะเหนี่ยวไกใส่ร่างสูงที่ยืนไขว่ห้างพิงขอบโต๊ะทำงานอย่างใจเย็น ทว่าความเร็วมันต่างกันราวฟ้ากับเหว คีรินพุ่งตัวเข้าประชิดตัวเมฆาในเสี้ยววินาที สองมือแกร่งปัดอาวุธในมือของอีกฝ่ายกระเด็นหลุดออกไป ก่อนจะใช้ข้อศอกกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของเมฆาเต็มแรงจนร่างหนาจุกงอลงด้วยความเจ็บปวด "คิดจะมาเล่นในถ้ำเสือ... แกยังอ่อนหัดเกินไป เมฆา" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบจนน่าขนลุกเอื้อนเอ่ยออกมา คีรินไม่ได้แสดงอาการเหนื่อยหอบเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกวาดมองคู่ปรับที่กำลังคุกเข่าลงแทบเท้าด้วยแววตาสمเพชเวทนา ก่อนที่มือหนาจะกระชากคอเสื้อของเมฆาขึ้นมาบังคับให้สบตา "ปล่อยกู... กูเป็นหุ้นส่วน..." "หุ้นส่วนเหรอ? ในอาณาจักรของฉัน ไม่มีคำว่าหุ้นส่วนสำหรับไอ้ทรยศ" เสียงกระดูกหักดังกรอบท่ามกลางความเงียบ รินรดาหลับตาปี๋ มือเล็กยกขึ้นปิดปากตัวเองเพื่อกลั้นเสียงกรีดร้องเมื่อได้ยินเสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทรมาน คีรินหักข้อมือของเมฆาอย่างไร้ความปรานี ก่อนจะกระหน่ำหมัดหนักหน่วงซัดเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายซ้ำๆ จนเลือดสดๆ กระเซ็นเปรอะเปื้อนพรมเปอร์เซียราคาแพง ความป่าเถื่อนและดิบเถื่อนที่ถูกปลดปล่อยออกมาทำให้ร่างบางสั่นสะท้าน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวผสมผสานกับความตื่นตระหนกอย่างถึงขีดสุด เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่นาที แต่สำหรับรินรดานมันยาวนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์ ห้องนอนหรูหราที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับกลายเป็นลานประหารขนาดย่อม ศัตรูทั้งสี่คนนอนหมดสภาพ ร่างกายชุ่มโชกไปด้วยเลือด คีรินยืนหอบหายใจเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคายที่เปื้อนคราบเขม่าดินปืน เขายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง กวาดสายตาดุร้ายมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่มุมมืดหลังตู้โชว์คริสตัล ซึ่งเป็นที่ซ่อนตัวของร่างบาง "ออกมา... รินรดา" น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงอำนาจสั่งการเด็ดขาด รินรดาสะดุ้งสุดตัว ขาทั้งสองข้างแทบไม่มีแรงพยุงร่างให้ยืนหยัด เธอค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากที่ซ่อนอย่างช้าๆ ใบหน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริก ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาคลอเบ้า ยามที่เธอเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคมปลาบของเขา ความรู้สึกกดดันมหาศาลก็ถาโถมเข้าใส่จนหายใจแทบไม่ออก คีรินก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว รอยเลือดที่เปื้อนอยู่บนเสื้อเชิ้ตของเขาไม่ได้ทำให้ความน่าเกรงขามลดลงเลย กลับยิ่งขับเน้นความดิบเถื่อนอันตรายให้เด่นชัดขึ้นไปอีก มือหนาเอื้อมออกมารวบเอวบางของเธอไว้แน่นด้วยแรงอารมณ์ที่ยังค้างคาจากเหตุการณ์เมื่อครู่ "กลัวฉันไหม... หืม?" คีรินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นไอความตายปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนนุ่ม นิ้วแกร่งเกลี่ยไล้ริมฝีปากสั่นระริกของเธออย่างถือวิสาสะ สายตาคมกริบจดจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาความจริงว่าเธอหวาดกลัวเขามากแค่ไหน "คุณ... คุณมันโหดร้าย..." รินรดาเค้นเสียงกระซิบออกมาจากลำคอที่แห้งผาก พยายามดันแผงอกกว้างของเขาออกห่าง แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะต้านทานแรงมหาศาลของเจ้าพ่อมาเฟียผู้เอาแต่ใจได้ "โหดร้ายเหรอ?" คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากหนา "ถ้าฉันไม่โหดร้าย ป่านนี้คนที่นอนจมกองเลือดบนพื้นนั่น... อาจจะเป็นฉัน หรือไม่ก็เธอที่ถูกไอ้พวกสวะพวกนั้นลากตัวไปย่ำยีจนไม่เหลือชิ้นดี จำไว้รินรดา ทุกอย่างที่ฉันทำ ก็เพื่อปกป้องของๆ ฉัน... และเธอก็คือหนึ่งในนั้น" สิ้นคำพูด ร่างบางก็ถูกดึงเข้าไปประชิดแนบแน่นจนแทบไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน คีรินไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เอื้อนเอยคำปฏิเสธใดๆ อีกต่อไป ริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาบดขยี้เรียวปากอิ่มของเธออย่างไร้ความปรานี ความดุดันและเร่าร้อนที่ถูกอัดอั้นมาจากความตึงเครียดเมื่อครู่ถูกถ่ายทอดผ่านรสจูบอันดุดัน รินรดาสะท้านเฮือก มือเล็กกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นด้วยความรู้สึกที่ตีรวนกันมั่วซุม ทั้งหวาดกลัว โกรธเกลียด และพ่ายแพ้ต่อสัมผัสอันทรงพลังที่เขามอบให้อย่างไม่มีทางขัดขืน รสจูบเริ่มเปลี่ยนจากความรุนแรงกลายเป็นความลึกซึ้งวาบหวามที่แผดเผาสติสัมปชัญญะของเธอให้มอดไหม้ คีรินตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ มือหนาข้างหนึ่งสอดเข้าใต้กลุ่มผมยาวสลวยเพื่อตรึงท้ายทอยของเธอให้รับสัมผัสจากเขาอย่างเต็มที่ ส่วนมืออีกข้างบีบเคล้นสะโพกอึงของเธอผ่านเนื้อผ้าแนบเนื้อจนร่างกายระอุร้อน ในขณะที่เปลวเพลิงแห่งเสน่หาและความเร่าร้อนกำลังแผดเผาร่างกายของทั้งคู่ให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางกลิ่นคาวเลือด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นกะทันหันที่หน้าประตูห้องนอนที่พังเสียหาย... "นายครับ! กำลังเสริมของฝ่ายตรงข้ามข้างล่างบุกทะลวงเข้ามาถึงชั้นนี้แล้วครับ! พวกมันพกเครื่องกระสุนมาเพียบ!" เสียงลูกน้องคนสนิทอีกคนะตะโกนรายงานด้วยความตื่นตระหนกจากด้านนอก คีรินหยุดชะงักริมฝีปากที่กำลังซุกไซร้ซอกคอขาวเนียน เขาเงยหน้าขึ้นอย่างหงุดหงิด ดวงตาดำมืดวาวโรจน์ด้วยโทสะระลอกใหม่ที่ถูกขัดจังหวะ ร่างสูงผละออกจากรินรดาเพียงเล็กน้อย แต่แขนแกร่งยังคงล็อกเอวบางไว้แน่นไม่ยอมปล่อย มืออีกข้างเอื้อมไปหยิบปืนพกกระบอกใหม่จากโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาขึ้นลำกล้องอย่างรวดเร็ว เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูของหญิงสาวที่ยังคงหายใจหอบสะท้านด้วยน้ำเสียงพร่าพร่าและอันตรายถึงขีดสุด "อยู่ตรงนี้... ห้ามก้าวไปไหนเด็ดขาด ถ้าไม่อยากให้ฉันกลับมาลงโทษเธอด้วยวิธีที่เร่าร้อนยิ่งกว่าบนเตียง... รินรดา" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและอินไปกับความดาร์กเร่าร้อนของคอนเซปต์นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ่นรักเจ้าพ่อมาเฟียคลั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%