เสียงหน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานหรูหราสลักลายไม้สักทองที่สั่นครอดๆ ด้วยแรงสั่นสะเทือนแบบไร้เสียง คือสิ่งเดียวที่ทำลายความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในห้องชุดเพนต์เฮาส์ส่วนตัว คีรินยืนค้ำโต๊ะทำงานด้วยสองมือ แววตาดุดันคมกริบดั่งพญาเสือโคร่งจ้องมองหน้าจอที่ปรากฏชื่อสายเรียกเข้าอย่างชัดเจน... *“เมฆา”*
ชื่อนั้นเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงชั้นดีที่สาดลงบนกองเพลิงโทสะซึ่งกำลังคุโชนอยู่ในอกของเจ้าพ่อคาสิโนหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร เขารู้ดีว่าไอ้สารเลวนั่นกำลังเล่นเกมจิตวิทยา มันจงใจโทรเข้ามาในเวลาที่รินรดากำลังหันหลังให้เขา เพื่อประกาศความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของและท้าทายอำนาจมืดที่เขายึดครอง
รินรดายืนนิ่งอยู่ที่มุมห้อง ไหล่บอบบางสั่นเทาเล็กน้อยภายใต้เสื้อคลุมไหมพรมเนื้อนุ่ม แม้เธอจะพยายามตีสีหน้าให้เรียบเฉยและซ่อนความหวั่นไหวไว้เบื้องหลังกำแพงแห่งศักดิ์ศรี แต่ดวงตาคู่สวยที่ไหวระริกก็ฟ้องชัดเจนว่า ชื่อของเมฆามีอิทธิพลต่อความรู้สึกในห้องนี้มากเพียงใด สายตาของเธอเหลือบมองโทรศัพท์เครื่องนั้นสลับกับใบหน้าคมคายที่บึ้งตึงราวกับรูปปั้นหินผาของคีริน
"รับสิ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาอย่างเหี้ยมเกรียม คีรินไม่ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แต่เขาเดินสาวเท้าเข้าไปหารินรดาช้าๆ ราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "อยากรู้ไหมว่ามันโทรมาทำไม... หรืออยากจะคุยกับมันนัก?"
"คุณคีริน..." รินรดาถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังกระจกใสที่มองเห็นทัศนียภาพยามค่ำคืนของมหานครเบื้องล่าง ความเย็นเฉียบของกระจกตัดกับความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านมาจากร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาประชิดตัว "ฉันไม่ได้... ฮึ่ม!"
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อมือหนาคว้าเข้าที่ท้ายทอยของเธอ บังคับให้เงยหน้าขึ้นรับรสจูบที่ไม่ได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย มันคือจูบแห่งความหึงหวง ความดิบเถื่อน และการประกาศิตสิทธิ์อันขาด ริมฝีปากหนาบดขยี้กลีบปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลมหายใจร้อนผ่าวที่เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และแอลกอฮอล์ราคาแพงเป่ารดผิวหน้าจนเธอแทบหายใจไม่ทัน รสจูบที่ทั้งดุดันและเร่าร้อนนี้สร้างความปั่นป่วนในท้องจนร่างบางอ่อนยวบยาบ ศักดิ์ศรีที่เคยพยายามค้ำจุนไว้พังทลายลงในพริบตาเมื่อมืออีกข้างของเขาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่ว รั้งร่างเธอให้แนบชิดจนไม่เหลือช่องว่าง
เสียงโทรศัพท์ที่ยังคงแผדเสียงสั่นสะเทือนอยู่บนโต๊ะเงียบลงไปเองในที่สุด เมื่อระบบตัดสายอัตโนมัติ แต่คีรินไม่มีทีท่าว่าจะผ่อน ริมฝีปากของเขาละออกจากการบด1จูบอย่างอ้อยอิ่ง เพียงเพื่อจะซุกไซร้ไล้เรี่ยไปตามซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยแดงช้ำเพื่อแสดงตราประทับความเป็นเจ้าของ
"จำเอาไว้รินรดา..." เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูร้อนผ่าว เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่คุกรุ่น "เธอเป็นของฉัน... ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องแม้แต่ปลายนิ้ว ถ้ามันกล้าโทรมาอีก ฉันจะทำให้มันรู้ว่านรกบนดินมันหน้าตาเป็นอย่างไร"
วิธีง้อของคีรินไม่เคยมีคำว่าหวานเลี่ยน ไม่มีการเอ่ยคำขอโทษจากปากของผู้ชายทระนงตนคนนี้ สิ่งเดียวที่เขารู้จักคือการใช้ร่างกายและสัมผัสอันเร่าร้อนเข้าครอบครอง เพื่อลบเลือนทุกสิ่งทุกอย่างให้ออกไปจากสมองของเธอ ร่างสูงช้อนตัวหญิงสาวขึ้นแนบอกอย่างง่ายดายโดยไม่รอให้เธอได้ตั้งตัว รินรดาเผลออุทานออกมาด้วยความตกใจ มือเรียวต้องโอบรอบลำคอแกร่งไว้โดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้ร่วงหล่น ดวงตากลมโตมองสบกับแววตาดำมืดที่เต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความเสน่หาและแรงปรารถนาอันดิบเถื่อน
เขาพาเธอเดินตรงไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่กลางห้อง ก่อนจะวางร่างบางลงบนฟูกหนานุ่มอย่างทะนุถนอมในแบบที่ขัดกับสีหน้าดุดัน ร่างสูงทาบทับลงมาทันที กักขังเธอไว้ใต้ร่างหนาที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้ออันทรงพลัง
ดวงตาทรงเสน่ห์จดจ้องมองใบหน้าแดงก่ำของหญิงสาว เส้นผมสลวยแผ่สยายอยู่บนหมอนสีเข้มขับให้ผิวเนียนละเอียดดูเปล่งประกายล่อตาล่อใจ คีรินโน้มใบหน้าลงมา ริมฝีปากแนบชิดกับใบหูก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์
"อย่ามองไอ้สรัล... อย่าคิดถึงไอ้เมฆา... มองแค่ฉันคนเดียว... เข้าใจไหม?"
รินรดานิ่งงัน หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก ความโกรธเคืองที่เคยมีมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยคลื่นความรู้สึกวาบหวามที่เขาเป็นผู้สาดซัดเข้ามาในโสตประสาท ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้ไปตามเรียวขาภายใต้เนื้อผ้า ทำให้ลมหายใจของเธอกระชั้นชิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
นิ้วมือแข็งแรงเกี่ยวรั้งสายเสื้อคลุมของเธอออกอย่างเชื่องช้าแต่เด็ดขาด เผยให้เห็นผิวเนื้อนวลเนียนที่สะท้อนกับแสงไฟสลัวในห้อง ความเงียบงันถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่ประสานกันเป็นจังหวะ รสจูบครั้งใหม่เริ่มต้นขึ้นอย่างลึกล้ำและอ่อนหวานขึ้นทีละน้อย ราวกับพายุร้ายที่สงบลงเหลือเพียงละอองฝนอบอุ่นที่โปรยปรายลงบนผืนดินแห้งผาก
คีรินไม่ปล่อยให้เธอได้มีเวลาคิดคำปฏิเสธ มือหนาประสานเข้ากับนิ้วมือเรียวบางตรึงไว้กับฟูกนอน ขณะที่ริมฝีปากร้อนผ่าวไล่จูบซับตั้งแต่หน้าผาก โครงแก้ม ลาดไหล่เปลือยเปล่า จนถึงเนินอกอิ่ม
ทุกสัมผัสคือการเรียกร้อง ทุกการเคลื่อนไหวคือการประกาศสิทธิ์ รินรดากัดริมฝีปากตัวเองแน่นเพื่อสะกดกลั้นเสียงครางหวานที่เล็ดลอดออกมา แต่เมื่อความวาบหวามพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เธอก็ไม่อาจต้านทานแรงดึงดูดอันมหาศาลนี้ได้อีกต่อไป แขนเรียวตวัดโอบกอดแผ่นหลังกว้างของเขาแน่น จิกเล็บลงบนผิวเนื้อเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณู
ค่ำคืนนี้ไม่มีคำว่าปรานี มีเพียงความเร่าร้อน ดิบเถื่อน และลึกซึ้ง ที่หลอมรวมร่างทั้งสองเข้าหากันอย่างไร้รอยต่อ เสียงครางต่ำในลำคอของชายหนุ่มเคล้าคลอไปกับเสียงหอบหายใจกระชั้นของหญิงสาว กลายเป็นบทเพลงรักอันดุเดือดที่ดังก้องไปทั่วห้องชุดส่วนตัว ท่ามกลางความมืดมิดภายนอกที่มีเพียงแสงไฟจากตึกสูงระฟ้าเป็นพยาน
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ เมื่อเปลวเพลิงแห่งความเสน่กรมสงบลง เหลือเพียงไออุ่นจากร่างกายที่แนบชิดกันอยู่บนเตียงกว้าง รินรดานอนซบอยู่บนอกแกร่ง ฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของคนที่นอนกอดก่ายเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไป
ทว่า ความเงียบสงบนั้นอยู่ได้ไม่นาน...
เสียงเคาะประตูด้านนอกห้องชุดดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างกระชั้นชิด ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงเปิดประตูสำรองที่ถูกปลดล็อกด้วยคีย์การ์ดมาสเตอร์จากภายนอก ทั้งที่เวลานี้ไม่ควรจะมีใครกล้าก้าวเข้ามาในเพนต์เฮาส์ส่วนตัวของเขา คีรินลืมตาโพรงขึ้นทันที แววตาดุดันฉายประกายอันตรายขึ้นอีกครั้ง ร่างสูงผุดลุกขึ้นคว้าเสื้อคลุมมาสวมอย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่ประตูห้องนอนถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างของบอดี้ิการ์ดคนสนิทที่มีสีหน้าตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัด
"นายครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ" บอดี้การ์ดหนุ่มละล่ำละลักรายงานด้วยน้ำเสียงร้อนรน "ตอนนี้โกดังสินค้าล็อตใหญ่ที่ท่าเรือฝั่งตะวันตก... ถูกระเบิดราบเป็นหน้ากลอง และหลักฐานในที่เกิดเหตุบ่งชี้ว่าเป็นฝีมือของ... คนของเมฆาครับ"
คีรินชะงัก กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาดำมืดวาวโรจน์ด้วยโทสะที่ปะทุขึ้นยิ่งกว่าเดิมในเสี้ยววินาทีเดียวกับที่โทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมบนโต๊ะทำงานส่งเสียงกรีดร้องแผดเสียงขึ้นมาอีกครั้ง... แต่คราวนี้ หน้าจอไม่ได้แสดงชื่อเมฆา หากแต่เป็นข้อความวิดีโอสดที่ส่งตรงมาจากเบอร์แปลกปลอม ซึ่งเผยให้เห็นภาพใบหน้าของใครบางคนที่ทำเอาลมหายใจของคีรินสะดุดกึก และทำให้รินรดาที่เพิ่งลุกขึ้นมานั่งถึงกับหน้าถอดสีด้วยความตกใจขีดสุด!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความดุเดือดนี้ด้วยกันนะครับ
เซ่นรักเจ้าพ่อมาเฟียคลั่ง•ตอนที่ 28
เมื่อมาเฟียเริ่มง้อ
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ่นรักเจ้าพ่อมาเฟียคลั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!