หมากกระดานเลือด: จารึกใหม่ใต้เงาสวรรค์•ตอนที่ 24

ความหวาดระแวงในพระทัย

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นอายของกำยานจันทร์สว่างลอยอวลผสมผสานกับกลิ่นชาอู่หลงชั้นเลิศในตำหนักอักษร ภายในห้องทรงพระอักษรที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงหยดน้ำจากนาฬิกาทรายโบราณ ฮ่องเต้จ้าวหลングผู้ทรงประทับอยู่เบื้องหลังโต๊ะทรงงานไม้จันทน์แดง กำลังทอดพระเนตรแผ่นฎีกาในพระหัตถ์ด้วยพระพักตร์ที่เรียบเฉย ทว่าแววพระเนตรกลับคมกริบดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝักแพรไหม เบื้องหน้าพระพักตร์ ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว องค์ชายจ้าวเหวินกำลังคุกเข่าลงด้วยท่าทีนอบน้อม แผ่นหลังเหยียดตรงอย่างสง่างาม อาภรณ์ปักลายมังกรห้าเล็บสีครามเข้มขับเน้นให้พระองค์ดูทรงอำนาจและน่าเกรงขามสมกับเป็นรัชทายาทผู้กุมความหวังของราชสำนัก "ลูกได้ยินมาว่า... ในค่ายทหารชายแดนบูรพาช่วงนี้ มีการเคลื่อนไหวที่แปลกตาพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ" สสุเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันอย่างจังหวะจะโคน ฮ่องเต้จ้าวหลงมิได้เงยพระพักตร์ขึ้นทันที พระองค์ทรงค่อยๆ วางพู่กันขนหมาป่าลงบนแท่นหยกขาวอย่างเชื่องช้า เสียงกระทบกันเบาๆ นั้นกลับดังสะท้อนก้องในความรู้สึกของคนฟัง ก่อนที่พระองค์จะเงยพระพักตร์ขึ้นจ้องมองพระโอรสองค์โปรดด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา "แปลกตาอย่างไรหรือ... เจ้าเหวิน" สุรเสียงราบเรียบแต่แฝงแรงกดดันมหาศาล "ข้าได้ยินมาว่าแม่ทัพเฉินอี้เฟยบริหารจัดการค่ายทหารได้อย่างไร้ที่ติ ไพร่พลมีความจงรักภักดี และเสบียงกรังก็มิเคยพร่อง เหตุใดเจ้าจึงมองเห็นความผิดปกติเล่า" จ้าวเหวินมิได้สะท้านสะเทือนต่อกระแสพระDรับสั่งนั้น รอยยิ้มบางเบายังคงประดับอยู่บนมุมพระโอษฐ์อย่างพอเหมาะพอเจาะ "ทูลเสด็จพ่อ ความไร้ที่ตินั่นแหละพ่ะย่ะค่ะ... คือสิ่งที่น่ากังขาที่สุด แม่ทัพเฉินกุมอำนาจทหารไว้ในมือถึงสามส่วน ทว่ากลับปฏิเสธการแต่งตั้งขุนนางฝ่ายบู๊ที่ราชสำนักส่งไปคละเคล้าถึงสามครั้งสามคลา อ้างเพียงเหตุผลว่าเกรงจะกระทบกระเทือนขวัญกำลังใจของทหารเก่า... ช่างเป็นข้ออ้างที่ฟังดูงดงามยิ่งนัก จนน่าสงสัยว่า... ทหารในค่ายนั้นยังรู้จักรadบัลลังก์มังกรแห่งนี้อยู่หรือไม่ หรือมีแต่ชื่อของท่านอ๋องเฉินอี้เฟยเพียงผู้เดียว" คำพูดนั้นคมกริบดั่งอาบยาพิษ มันมิใช่การใส่ร้ายป้ายสีอย่างโจ่งแจ้ง หากแต่เป็นการหย่อนเมล็ดพันธุ์แห่งความระแวงลงบนดินอันแห้งแล้งในพระ The คh ของผู้เป็นประมุขแห่งแผ่นดิน ฮ่องเต้จ้าวหลงทรงหรี่พระเนตรลงเล็กน้อย ภาพของอ๋องเฉินอี้เฟยผู้สุขุม เยือกเย็น และไม่เคยแสดงความทะเยอทะยานออกนอกหน้าผุดขึ้นในพระoHh แม้ที่ผ่านมาเฉินอี้เฟยจะแสดงความจงรักภักดีมาโดยตลอด แต่มนุษย์เราเล่า... เมื่อกุมดาบที่คมที่สุดในแผ่นดินไว้ในมือ นานวันเข้า ความคิดที่จะลองเงื้อดาบขึ้นฟ้า ย่อมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ ยิ่งมีข่าวลือหนาหูเรื่องความสนิทสนมระหว่างอ๋องเฉินกับหลินฟางเซียน สตรีผู้เคยพลิกเกมอำนาจในวังหลังจนปั่นป่วน ยิ่งทำให้พระองค์ต้องทรงคิดทบทวน "เจ้ากำลังหวาดกลัวสิ่งใดกันแน่... จ้าวเหวิน กลัวว่าอำนาจของแม่ทัพเฉินจะขวางทางก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ของเจ้า หรือเจ้าเพียงแต่... ห่วงใยความมั่นคงของราชบัลลังก์กันแน่" ฮ่องเต้ตรัสถามเสียงต่ำ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้าวพระบาทลงมาประทับยืนเบื้องหน้าองค์ชาย จ้าวเหวินก้มพระพักตร์ลงต่ำเพื่อซ่อนประกายตาที่วับวามด้วยความทะเยอทะยาน "ลูกเป็นองค์ชายย่อมต้องปกป้องราชบัลลังก์ของเสด็จพ่อเหนือสิ่งอื่นใดพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่... หากเราไม่ระวังตั้งแต่ตอนนี้ เกรงว่าในวันข้างหน้า... เสด็จพ่ออาจจะต้องเสียพระ oHh ภายหลังที่ปล่อยให้พยัคฆ์หนุ่มเติบโตจนเกินกว่าจะควบคุม" ภายในห้องโถงกว้าง ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครา ทว่าคราวนี้มันหนักอึ้งดั่งมีภูเขามาทับถม ฮ่องเต้จ้าวหลงทรงทอดพระเนตรพระโอรสด้วยความครุ่นคิด ความระแวงที่จ้าวเหวินจงใจหว่านลงไปเริ่มแตกรากลึกในพระทัยของกษัตริย์ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาค่อนชีวิต ในขณะเดียวกัน ณ เรือนรับรองท้ายจวนอ๋องอันเงียบสงบ หลินฟางเซียนในชุดอาภรณ์สีเพลิงปักลายหงส์ทองกำลังยืนทอดพระเนตรจดหมายลับที่เพิ่งถูกส่งมาจากสายัณห์ในวังหลวง นางใช้นิเรียวเรียวดั่งลำเทียนหมุนถ้วยชาในมือช้าๆ ไอความร้อนลอยกรุ่นขึ้นมาปะทะกับใบหน้างามที่เรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก "ดูท่า... หมากตานี้ขององค์ชายจ้าวเหวินจะเดินได้เร็วเกินคาดนะเพคะ" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบเอ่ยขึ้นเบาๆ กับความว่างเปล่า เงาร่างสูงสง่าของอ๋องเฉินอี้เฟยที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลัง นางไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็รับรู้ได้ถึงไออุ่นคุ้นเคยที่แผ่ซ่านออกมาจากบุรุษผู้นี้ เฉินอี้เฟยยื่นมือหนามาโอบประคองเรียวไหล่ของนางไว้เบื้องหลังอย่างทะนุถนอม สัมผัสที่หนักแน่นและมั่นคงทำให้ความตึงเครียดในใจผ่อนคลายลงเล็กน้อย "ฮ่องเต้เริ่มเรียกประชุมกองทัพภาคเหนือเป็นการด่วนแล้ว" เฉินอี้เฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าแววตาคมกริบกลับไหววูบด้วยประกายแห่งการเตรียมพร้อม "ดูเหมือนฝ่าบาทจะทรงคล้อยตามคำทูลของเสด็จพี่แล้ว" ฟางเซียนแย้มสรวลน้อยๆ รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มแต่กลับแฝงไปด้วยไอสังหารที่ทำให้อากาศรอบกายหนาวเยือกขึ้นทันตา นางหันกลับมาสบตาคมกริบของบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจ "เช่นนั้น... เราก็ควรปล่อยให้พวกเขาเล่นละครฉากใหญ่กันให้เต็มที่เสียหน่อย เพคะ... ยิ่งฮ่องเต้ระแวงท่านมากเท่าไหร่ แผนการที่เราวางไว้เพื่อกระชากหน้ากากองค์ชายจ้าวเหวินก็จะยิ่งง่ายดายขึ้นเท่านั้น" เฉินอี้เฟยโน้มใบหน้าลงมาจรดริมฝีปากบนขมับบางแผ่วเบา สัมผัสที่เต็มไปด้วยความรักลึกซึ้งและคำมั่นสัญญาอันหนักแน่นดั่งขุนเขา "ไม่ว่ารอบกายจะมีคลื่นลมโหมกระหน่ำเพียงใด... ปลายทางของหกระดานนี้ จะไม่มีวันยอมให้ผู้ใดมาพรากเจ้าไปจากอ้อมกอดของข้าเด็ดขาด" ทว่า... ในวินาทีที่ความอบอุ่นกำลังแผ่ซ่าน ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าเร่งรีบของขันทีประจำพระตำหนักก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือน ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูรัวเร็วที่สะท้อนถึงความตระหนกตกใจอย่างยิ่งยวด "ท่านอ๋อง! พระชายา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... มีรับสั่งให้เรียกตัวท่านอ๋องเข้าเฝ้าเป็นการเร่งด่วน พร้อมกับ... คำสั่งปลดกองกำลังทหารบูรพา!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกเกมแค้นไปกับฟางเซียนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานเลือด: จารึกใหม่ใต้เงาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%