กลิ่นควันธูปไม้กฤษณาอบอวลเคล้าความเย็นยะเยือกของรัตติกาล ปลายพู่กันขนกระต่ายป่าจรดลงบนกระดาษสาเนื้อดีอย่างมั่นคง น้ำหมึกสีดำสนิทดุจก้นบึ้งของห้วงมหาสมุทรซึมซาบลงสู่เนื้อกระดาษ ร่างระหงของหลินฟางเซียนในอาภรณ์สีนิลประดับลวดลายหงส์ทองปักดิ้นเงินนั่งหลังตรงสง่างามอยู่เบื้องหน้าโต๊ะเขียนหนังสือ แสงจากเปลวเทียนวับแวมสะท้อนดวงเนตรหงส์ที่ฉายแววเฉียบคมและเยือกเย็นจนน่าสะพรึงกลัว ทุกตัวอักษรที่นางจรดลงไปหาใช่เพียงตัวหนังสือระบายความในใจ หากแต่มันคือหมากตาร้ายกาจที่จะพลิกแผ่นดินหลุนหนานให้สั่นสะเทือน
"นายหญิง..." เสียงกระซิบแผ่วเบาของชุนErดังขึ้นจากเบื้องหลัง พร้อมกับการก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบดั่งเงา "สายจากเรือนรับรองแจ้งว่า องครักษ์เงาขององค์ชายจ้าวเหวินเริ่มเคลื่อนไหวแถวปีกทิศตะวันตกแล้วค่ะ พวกมันคงระแคะระคายเรื่องที่ท่านแอบติดต่อกับคนนอกกำแพงวังหลวงแล้วกระมังเพคะ"
ฟางเซียนมิได้เงยหน้าขึ้นจากกระดาษ พู่กันในมือยังคงวาดลวดลายอักษรอย่างลื่นไหลและงดงามไร้ที่ติ มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่ไปไม่ถึงดวงตา "ปล่อยให้พวกมันวิ่งวุ่นไปเถอะค่ะชุนเอ๋อร์ ยิ่งพวกมันพยายามขุดคุ้ยหาหลักฐานมากเท่าใด หลุมศพที่พวกมันขุดไว้ฝังตัวเองก็จะยิ่งลึกขึ้นเท่านั้น องค์ชายจ้าวเหวินทรงคิดว่าการใช้พระสนมเอกคุมขังข้าไว้ในตำหนักบูรพาจะตัดแขนตัดขาข้าได้... ช่างเป็นความคิดที่ตื้นเขินยิ่งนัก"
นางพักพู่กันลงชั่วครู่ ใช้ปลายนิ้วเรียวงามดุจหยกขาวแตะลงบนตัวอักษรที่เพิ่งเขียนเสร็จเพื่อตรวจทานความเรียบร้อย จดหมายฉบับนี้มิใช่จดหมายรักพร่ำเพ้อรำพันอย่างที่สตรีในหอห้องทั่วไปพึงกระทำ หากแต่เป็นแผนที่ยุทธศาสตร์และรหัสลับทางทหารที่นางและอ๋องเฉินอี้เฟยได้ตกลงร่วมกันไว้ตั้งแต่ชาติภพก่อน ทุกถ้อยคำถูกร้อยเรียงด้วยรหัสลับที่แม้แต่ยอดกุนซือของฝ่ายตรงข้ามก็ไม่มีทางถอดความได้
อี้เฟย... ท่านพี่ ตอนนี้ท่านคงกำลังเผชิญหน้ากับกองทัพแดนเหนือที่ชายแดนรกร้าง ความหนาวเหน็บคงเสียดแทงกระดูกดำ แต่ท่านจงเชื่อมั่นเถอะค่ะว่า สตรีผู้ที่ท่านมอบยันต์พยัคฆ์ทมิฬให้ จะไม่ยอมก้มหัวให้ความอยุติธรรมในราชสำนักแห่งนี้อย่างเด็ดขาด
ฟางเซียนพับจดหมายฉบับนั้นอย่างประณีตบรรจง ก่อนจะหยดขี้ผึ้งสีแดงชาดลงไปแล้วประทับตราประจำตัวรูปหงส์เพลิงกางปีก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจที่ซ่อนเร้นของตระกูลหลิน นางเงยหน้าขึ้นมองสาวใช้คนสนิทด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว "ส่งจดหมายฉบับนี้ไปทางช่องทางลับของกองคาราวานสินค้าตระกูลซ่ง กำชับคนของเราให้ส่งถึงมือท่านอ๋องอี้เฟยที่ค่ายทหารรกร้างแดนเหนือโดยเร็วที่สุด ห้ามให้พลาดแม้แต่ธุลีดินเด็ดขาด"
"รับด้วยชีวิตค่ะนายหญิง!" ชุนเอ๋อร์รับจดหมายด้วยสองมืออย่างระมัดระวัง นางซ่อนมันไว้ในซับในของเสื้อกั๊กอย่างมิดชิด ก่อนจะเร่งฝีเท้าหายลับไปในความมืดของราตรี
ทว่า... ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังปกคลุมตำหนัก ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นกะทันหันที่ด้านนอกประตู เสียงรองเท้าบูทหนังกระทบพื้นศิลาอย่างไม่เกรงใจผู้ใด ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่ดังโครมครามจนกรอบหน้าต่างสั่นสะเทือน
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"เปิดประตู! ราชโองการลับจากองค์ชายจ้าวเหวิน ผู้ใดกล้าขัดขวางมีโทษประหาร!" เสียงตะคอกก้องกังวานด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจบารมีดังทะลุกำแพงไม้เข้ามา
ฟางเซียนมิได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย นางเพียงแต่นั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ ดึงริมฝีปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ นางค่อยๆ ปิดกล่องหมึกอย่างใจเย็น จัดระเบียบอาภรณ์ของตนให้เรียบร้อยไร้ที่ติ ราวกับกำลังรอคอยแขกผู้ไม่ได้รับเชิญกลุ่มนี้มานานแล้ว
เมื่อบานประตูไม้แกะสลักถูกถีบกระเด็นเปิดออกด้วยพละกำลังอันป่าเถื่อน ร่างสูงโปรดปรานในชุดเกราะอ่อนของหัวหน้าองครักษ์ประจำพระองค์ก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับทหารยามนับสิบชีวิตที่ถือคบเพลิงสว่างจ้า แสงไฟสีส้มวับแวมสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความหยامหยันของหม่าเฉิง หัวหน้าองครักษ์ผู้เป็นมือขวาคนสนิทขององค์ชายจ้าวเหวิน
"พระชายาหลิน..." หม่าเฉิงประสานมือคารวะอย่างขอไปที ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องเพื่อค้นหาพิรุธ "ยามวิกาลดื่นดื่นป่านนี้แล้ว เหตุใดยังไม่ดับตะเกียงเข้านอนเล่าพ่ะย่ะค่ะ? หรือว่าทรงกำลังร้อนรนพระทัยเรื่องการเคลื่อนไหวของชายแดนเหนือกันแน่?"
ฟางเซียนลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงระหงและรัศมีเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างของนางทำให้องครักษ์หนุ่มถึงกับชะงักไปชั่วขณะ นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาหงส์มองกวาดผ่านกลุ่มทหารเหล่านั้นด้วยความเหยียดหยามดั่งมองมดปลวก
"สามหาว!" เสียงหวานใสกังวานใสแต่เยียบเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลกตวาดลั่น "เจ้าเป็นเพียงสุนัขรับใช้ตัวหนึ่ง กล้าดียังไงถึงบัง-อาจก้าวล่วงเข้ามาในตำหนักส่วนตัวของพระชายารองโดยไม่มีพระราชโองการประทับตราลัญจกรหยกขาว? หรือว่าองค์ชายจ้าวเหวินทรงสอนให้พวกเจ้าไร้ซึ่งธรรมเนียมปฏิบัติในวังหลวงเช่นนี้!"
หม่าเฉิงหน้าชาไปวูบหนึ่ง ขบกรามแน่นด้วยความโกรธกรุ่น แต่ด้วยฐานะและบารมีเก่าก่อนของนางทำให้เขาต้องยั้งปากไว้ ทว่าเขาก็ยังคงยิ้มเยาะ "กระหม่อมมิกล้าล่วงเกินพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่ได้รับรายงานมาว่า มีหนูสกปรกตัวหนึ่งกำลังลักลอบส่งข่าวลับให้กับกบฏชายแดนเหนือ... พระชายาโปรดให้ความร่วมมือ ให้กระหม่อมค้นตำหนักนี้เสียดีๆ เถอะพ่ะย่ะค่ะ จะได้ไม่ต้องเจ็บตัวกันทั้งสองฝ่าย"
ฟางเซียนแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันบาดลึกถึงขั้วหัวใจ นางก้าวเท้าเดินเข้าไปหาหม่าเฉิงทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับกดดันจนฝ่ายตรงข้ามต้องถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
"เจ้าอยากค้นนักใช่ไหม?" นางหยุดยืนห่างจากเขาเพียงก้าวเดียว กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยขาวลอยแตะจมูก ทว่ามันกลับแฝงไว้ด้วยไอสังหารที่น่าสะพรึงกลัว "ถ้าเจ้าหาไม่เจอ... เจ้าจะเอาอะไรมาแลกกับความอפרยศที่บังอาจล,่วงเกินตำหนักของพระชายารองแห่งแคว้น?"
หม่าเฉิงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แต่ความมั่นใจในข่าวกรองทำให้เขาพยักหน้ารับอย่างไม่เกรงกลัว "หากกระหม่อมหาไม่เจอ... กระหม่อมยินดีคุกเข่าขอขมาพระชายาต่อหน้าขุนนางทั้งศาลาว่าการ!"
"ดี..." ฟางเซียนยิ้มรับ ดวงตาสุกสกาวทอประกายคมปลาบดุจเพชรน้ำเอก "ถ้าเช่นนั้น... เชิญค้นให้เต็มที่เลยค่ะท่านหัวหน้าหม่า"
นางผายมือออกอย่างสง่างาม เปิดทางให้เหล่าทหารกรูเข้าไปรื้อค้นข้าวของในห้องอย่างบ้าคลั่ง ทั้งตู้หนังสือ ลิ้นชัก และหีบสมบัติถูกรื้อกระจัดกระจายเกลื่อนกลาด ทว่าผ่านไปเนิ่นนานเท่าใด ก็ไม่มีทีท่าว่าจะพบจดหมายหรือหลักฐานใดๆ แม้แต่น้อย ใบหน้าของหม่าเฉิงเริ่มซีดเผือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผม เมื่อทหารรายงานว่าไม่พบสิ่งผิดปกติเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
"เป็นไปได้อย่างไร..." หม่าเฉิงพึมพำกับตัวเองด้วยความตื่นตระหนก สายตาหวาดระแวงหันกลับมามองสตรีตรงหน้าที่ยังคงยืนยองแย่งสง่างามราวกับนางพญา
ฟางเซียนก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด โน้มใบกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่เยือกเย็นจนกระดูกสันหลังของเขาสั่นสะท้าน
"เพราะว่า... ของสิ่งนั้น มันไม่ได้อยู่ที่นี่ตั้งแต่แรกแล้วอย่างไรเล่าคะ"
สิ้นคำพูดของนาง ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าขององครักษ์อีกกลุ่มก็ดังเร่งรีบเข้ามาที่หน้าประตู พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
"หัวหน้าหม่า! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ม้าเร็วจากกองคาราวาน... ถูกพบเป็นศพอยู่ที่นอกกำแพงเมือง และ... และจดหมายลับถูกส่งออกไปพ้นเขตแดนหลวงเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
หม่าเฉิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง หันขวับมามองหลินฟางเซียนที่ตอนนี้กำลังแย้มยิ้มอย่างงดงามและน่ากลัวที่สุดในชีวิตของเขา
ดวงตาของนางทอประกายล้ำลึก ดั่งเหยี่ยวสาวที่กำลังมองดูเหยื่อผู้โง่เขลาเดินเข้ามาติดกับดักที่นางร้อยเรียงไว้ด้วยความประณีตทุกกระเบียดนิ้ว
"เกมนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ ต่างหากล่ะคะท่านหัวหน้าหม่า"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกเกมแค้นไปกับฟางเซียนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
หมากกระดานเลือด: จารึกใหม่ใต้เงาสวรรค์•ตอนที่ 23
จดหมายลับถึงชายแดน
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานเลือด: จารึกใหม่ใต้เงาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!