หมากกระดานเลือด: จารึกใหม่ใต้เงาสวรรค์•ตอนที่ 15

การเปลี่ยนผ่านของอำนาจ

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
เสียงก้านชาหักยับคือนิ้วมือเรียวงามที่ออกแรงบีบกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่จนแตกร้าว ไอควันสีขาวกรุ่นลอยขึ้นเคล้าคลอ กลิ่นอายของใบชาเหมยหลングวดเข้มจนขมฝาดในลำคอ ทว่ารสชาติเบื้องปลายกลับหวานล้ำ นั่นคือสัจธรรมของเกมอำนาจที่หลินฟางเซียนยึดถือมาตลอดสองชาติภพ "เจ้ากล้าดียังไง ถึงนำฎีกานี้ถวายฝ่าบาทโดยพละการ!" น้ำเสียงขุ่นเคืองขององค์ชายจ้าวเหวินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของตำหนักบูรพา ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มสุภาพดั่งบัณฑิตผู้ทรงคุณธรรม บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนยามที่เขากวาดสายตามองม้วนกระดาษสีชาดบนโต๊ะทรงอักษร ฟางเซียนมิได้สะดุ้งสะเทือน นางยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้พะยูงแกะสลักลวดลายหงส์ อาภรณ์ผ้าไหมปักดิ้นทองทับด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวบริสุทธิ์ขับเน้นผิวพรรณให้ผุดผ่องดั่งหยกเนื้อดี ดวงตาหงส์หรี่ลงเล็กน้อยยามทอดมองบุรุษผู้เคยเหยียบย่ำนางจนจมดินในอดีต บัดนี้กลับตกอยู่ในกำมือของนางทีละน้อย ดั่งนกน้อยในกรงขังที่รอเวลาถูกเด็ดปีก "หม่อมฉันเพียงทำหน้าที่ของพระชายาผู้มีความห่วงใยต่อบ้านเมืองเพคะ..." ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับสายลมที่พัดผ่านยอดไผ่ ไม่ทุกข์ร้อน ไม่ยินดียินร้าย "หรือว่าฎีกาถอดถอนอำนาจกรมคลังของตระกูลหลี่ จะทำให้องค์ชายรู้สึก... ร้อนพระทัยจนเกินงาม?" จ้าวเหวินก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะ ดวงตาคมกริบฉายแววอำมหิตขึ้นวابว "เจ้าผู้หญิงโง่เง่า! เจ้าคิดว่าทำลายตระกูลหลี่ได้ แล้วเจ้าจะค้ำฟ้าได้กระนั้นหรือ? พวกเขาเป็นหมากตัวสำคัญที่ใช้คานอำนาจกับกองทัพพยัคฆ์ของเฉินอี้เฟย เจ้าทำลายมือข้างซ้ายของข้า เท่ากับเจ้าเปิดทางให้ปีศาจตนนั้นเข้ามาคุมราชสำนักเบ็ดเสร็จ!" "ปีศาจ?" ฟางเซียนหัวسเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวسเราะนั้นช่างเย็นเยียบจนจ้าวเหวินรู้สึกสันหลังวาบ "ท่านอ๋องเฉินอี้เฟยทรงซื่อตรงต่อแผ่นดินและบัลลังก์ยิ่งกว่าผู้ใด ใต้หล้ารู้ดี เหตุใดองค์ชายจึงหวาดกลัวเขานักเล่า เพระเขารู้ความลับที่ท่านซ่อนไว้ในค่ายทหารชายแดน... หรือเพราะท่านกำลังคิดการใหญ่ที่ไม่อาจให้ผู้ใดล่วงรู้กันแน่เพคะ?" คำพูดของนางดั่งเข็มพิษที่ปักเข้ากลางใจ องค์ชายจ้าวเหวินชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ปิดบังความหวาดหวั่นไว้ภายใต้รอยยิ้มฝาดเฝื่อนแทบไม่ทัน "ปากกล้าขึ้นมากนะ ฟางเซียน... ระวังตัวไว้เถอะ ดอกไม้ที่งามที่สุดมักร่วงหล่นเร็วกว่าใครเสมอ" จ้าวเหวินขู่ลอดไรฟัน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านรอบกายจนนางกำนัลและขันทีที่คุกเข่าอยู่ด้านนอกตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว "หม่อมฉันรอชมความมืดที่จะกลืนกินดอกไม้นี้อยู่เพคะ... แต่เกรงว่า ก่อนที่ดอกไม้จะร่วงหล่น องค์ชายคงต้องหาทางรอดจากคดีทุจริตเสบียงคลังที่กำลังจะถูกเปิดโปงในท้องพระโรงวันพรุ่งนี้เสียก่อน" ฟางเซียนลุกขึ้นยืนช้าๆ ชายผ้าไหมลากยาวไปตามพื้นหินขัด นางปัดฝุ่นละอองที่ไม่มีอยู่จริงบนแขนเสื้อ ก่อนจะก้าวผ่านร่างขององค์ชายไปอย่างไม่แยแส ทิ้งให้เขาจมอยู่กับกองเพลิงแห่งความแค้นที่สSุุมอก ยามค่ำคืน ณ ศาลาริมน้ำโบตั๋น ลมหนาวพัดโชยกลิ่นอายดินชื้นหลังฝน อาภรณ์สีดำสนิทของอ๋องเฉินอี้เฟยกลมกลืนไปกับรัตติกาล ทว่าดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับสว่างวาบดั่งประกายไฟในเตาหลอม เขายืนรออยู่ก่อนแล้ว แผ่นหลังกว้างสง่างามดั่งขุนเขาที่พร้อมปกป้องสตรีตรงหน้าจากพายุร้ายทั้งหมดในใต้หล้า "เจ้าจัดการตระกูลหลี่เรียบร้อยแล้ว" เป็นประโยคบอกเล่า มิใช่คำถาม เสียงทุ้มต่ำนั้นเจือความอ่อนโยนยามเมื่อมองเห็นร่างเพรียวบางก้าวเข้ามาในรัศมีแสงจันทร์ "หม่อมฉันเพียงวางหมากตามที่ท่านอ๋องทรงคาดการณ์ไว้เท่านั้นเพคะ" ฟางเซียนทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม รินชาใส่อ่างกระเบื้องเคลือบด้วยมือเรียวที่สั่นเทานิดๆ จากความเหนื่อยล้าทางจิตใจ "หมากตานี้ แม้จะทำให้จ้าวเหวินสูญเสียฐานอำนาจใหญ่ แต่เขาก็ยังเหลือไพ่ตายสุดท้ายในมือ" อี้เฟยหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบช้าๆ สายตาคมปลาบจับจ้องใบหน้าหวานล้ำที่เปี่ยมด้วยร่องรอยความกังวล เขาเอื้อมมือหนาออกไปกุมมือเรียวนั้นไว้ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจที่ด้านชาของนาง "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกองทัพพยัคฆ์เถอะ" อี้เฟยเอ่ยเสียงหนักแน่น แววตาสื่อความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยเป็นคำพูด "ต่อให้ใต้หลล้าจะล่มสลาย ข้าก็จะไม่ยอมให้ผู้ใดทำร้ายเจ้าได้แม้แต่ปลายเส้นผม" ความอบอุ่นที่ไหลเวียนเข้ามาทำให้ขอบตาร้อนผ่าว ฟางเซียนซบหน้าลงกับฝ่ามืออุ่นของเขา ยอมให้บุรุษผู้เย็นชากล้าแกร่งต่อหน้าคนทั้งโลกผู้นี้ได้โอบกอดความอ่อนแอของนางไว้ชั่วขณะหนึ่ง ทว่า ความเงียบสงบยามราตรีมิได้ดำรงอยู่นาน เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศ ร่างในชุดดำคุกเข่าลงเบื้องหน้าอี้เฟยด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... พระราชโองการลับจากห้องทรงพระอักษรถูกส่งตรงถึงตำหนักองค์ชายจ้าวเหวินเมื่อครู่ ความว่า... ฮ่องเต้ทรงมีพระอาการประชวรหนัก และมีรับสั่งแต่งตั้งให้องค์ชายจ้าวเหวินขึ้นดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแผ่นดินชั่วคราวแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ถ้วยชาในมือของหลินฟางเซียนร่วงหล่นลงกระทบพื้นแตกกระจาย กลิ่นชาหอมกรุ่นคละคลุ้งไปกับความหนาวยะเยือกที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง หมากกระดานนี้... นางเดินพลาดไปก้าวหนึ่ง หรือสวรรค์กำลังเล่นตลกกับชะตากรรมของพวกเขากันแน่? ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกเกมแค้นไปกับฟางเซียนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานเลือด: จารึกใหม่ใต้เงาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%