“เจ้ากำลังเดินเข้าสู่กรงขังที่ปูด้วยพรมสีเลือด หากก้าวพลาดเพียงครึ่งก้าว ชีวิตที่เหลืออยู่จะหาศพไม่พบ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของอ๋องเฉินอี้เฟยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในรถม้าที่เคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้าเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นใน ปลายนิ้วเรียวยาวของเขากดทับลงบนมือของหลินฟางเซียนเบาๆ แต่น้ำหนักนั้นราวกับจะย้ำเตือนถึงพันธสัญญาที่ไม่อาจถอนตัวได้อีก
ฟางเซียนไม่ได้สะดุ้งไหว เธอเพียงแค่ปัดปอยผมที่ปรกหน้าออก เผยให้เห็นดวงตากระจ่างใสทว่าลุ่มลึกดุจก้นบึ้งของมหาสมุทร “กรงขังของผู้อื่นอาจน่ากลัวสำหรับคนทั่วไปเพคะท่านอ๋อง แต่สำหรับหม่อมฉัน... มันคือสนามหมากที่หม่อมฉันเคยคว่ำกระดานมาแล้วครั้งหนึ่ง”
รถม้าหยุดกึก กลิ่นกำยานชั้นเลิศที่ลอยอบอวลมาจากตำหนักในโชยปะทะจมูก ราวกับคำเตือนจากบรรพบุรุษถึงความเน่าเฟะที่ซ่อนอยู่ใต้ความงามของหอสูง หลินฟางเซียนก้าวลงจากรถม้า อาภรณ์สีผ้าไหมปักดิ้นทองเลื่อมพรายสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงริมทางเดินดูวิจิตรตระการตา ทว่ากลับให้ความรู้สึกเสมือนเกราะเหล็กที่พร้อมจะปกป้องคมดาบจากทุกทิศทาง
“พระสนมหลิน เชิญทางนี้พ่ะย่ะค่ะ” ขันทีเฒ่าผู้มีใบหน้าไร้อารมณ์ก้มหัวลงต่ำ หากแต่สายตาที่เหลือบมองนางกลับสอดส่ายประหนึ่งจะอ่านใจคนให้ทะลุปรุโปร่ง
ฟางเซียนเดินทอดน่องด้วยท่าทีสงบนิ่ง ท่วงท่ากิริยาเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยจังหวะที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี นางมิได้มาเพื่อเป็นดอกไม้ประดับสวนหลวง แต่นางมาเพื่อเป็นหนามยอกที่ฝังลึกรอวันที่จะทำลายอวัยวะภายในของวังหลวงแห่งนี้ให้ย่อยยับ
เมื่อผ่านพ้นซุ้มประตูมังกร สายตาของเหล่านางในและพระสนมที่ยืนรอรับเสด็จต่างจับจ้องมาที่นางเป็นตาเดียว บางคนมองด้วยความริษยา บางคนมองด้วยความหวาดระแวง และในมุมมืดของศาลาพักผ่อน องค์ชายจ้าวเหวินยืนถือพัดหยกจังหวะหนึ่งเขาสะบัดพัดเบาๆ พลางคลี่ยิ้มที่ดูสุภาพอ่อนโยน ทว่าแฝงไปด้วยความอาฆาตที่คนทั่วไปไม่อาจสัมผัสได้
“ยินดีต้อนรับสู่แดนสวรรค์ที่เต็มไปด้วยงูพิษนะ... น้องหญิง” เสียงของจ้าวเหวินที่กระซิบผ่านลมทำให้ฟางเซียนชะงักฝีเท้าเพียงเสี้ยววินาที นางหันไปสบตากับเขา แววตาของนางนิ่งสงบราวกับพื้นน้ำที่ไม่กระเพื่อมไหว
“แดนสวรรค์หรือขุมนรก ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ขีดเส้นแบ่ง หม่อมฉันเพียงหวังว่าองค์ชายจะยังคงพระเกษมสำราญจนกว่าจะถึงเวลาที่... หมากกระดานนี้จะจบลง”
นางก้าวเดินต่อไปโดยไม่หันกลับไปมองความโกรธเกรี้ยวที่ฉายชัดขึ้นบนใบหน้าของจ้าวเหวินเมื่อถูกตอกกลับด้วยคำพูดที่เฉียบคม ฟางเซียนรู้ดีว่านับจากวินาทีนี้ ทุกคำพูด ทุกการกระทำ หรือแม้แต่การหายใจเข้าออกล้วนเป็นสงคราม
นางถูกนำทางไปยัง ‘ตำหนักเหมันต์นิรันดร์’ สถานที่ที่ซึ่งนางเคยใช้ชีวิตในฐานะจักรพรรดินีผู้ถูกลืมในชาติก่อน กลิ่นอายความหลังพุ่งเข้าปะทะความรู้สึกอย่างรุนแรง แต่ฟางเซียนกดความเจ็บปวดและแค้นเคืองเหล่านั้นไว้ใต้ท่าทีเยือกเย็น นางกวาดสายตามองไปรอบห้องที่จัดเตรียมไว้รอรับพระสนมใหม่ ทันใดนั้น สายตาของนางก็สะดุดเข้ากับบางสิ่งบนโต๊ะน้ำชา
เป็นชุดกาน้ำชาเคลือบสีขาวมุกประณีตงดงามวางตั้งอยู่ ข้างกันนั้นมีถ้วยชาใบน้อยที่ยังคงมีไอระเหยกรุ่นขึ้นมา ราวกับมีคนเพิ่งเตรียมไว้ให้ก่อนที่นางจะมาถึงเพียงไม่กี่อึดใจ
ฟางเซียนเดินเข้าไปใกล้ กลิ่นหอมจางๆ ของชาบุปผาทำให้หัวใจของนางเต้นรัว ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยสัญชาตญาณของการเป็นผู้ล่า นางหยิบถ้วยชาขึ้นมา กลิ่นของ ‘ดอกหงส์เพลิง’ ที่มีสรรพคุณในการบำรุงโลหิตชัดเจนเกินไปจนผิดปกติ แต่มันไม่ใช่กลิ่นที่ควรจะเป็น มันมีกลิ่นคาวสนิมจางๆ ปนอยู่
“ชาเพิ่งชงเสร็จใหม่ๆ และดูเหมือนจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญแอบเข้ามาส่งสาส์นต้อนรับเสียด้วย”
นางก้มลงมองก้นถ้วย เห็นเศษผงสีดำประหลาดที่ค่อยๆ ละลายรวมกับน้ำชาจนเป็นสีม่วงคล้ำ ทันใดนั้น ประตูตำหนักก็ถูกผลักออกอย่างแรง เงาร่างหนึ่งก้าวเข้ามาท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืน เป็นขันทีน้อยที่มีสีหน้าตื่นตระหนกแฝงความหวาดกลัว เขาคุกเข่าลงแทบเท้านางก่อนจะยื่นม้วนกระดาษฉบับหนึ่งให้ด้วยมือที่สั่นเทา
“พระสนม... ฮองเฮารับสั่งให้ท่านดื่มชาถ้วยนี้ให้หมด... เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อกฎระเบียบใหม่ของตำหนักใน... หากไม่ดื่ม... ศีรษะของข้าพเจ้า... จะต้องถูกบั่นลงที่หน้าตำหนักในคืนนี้พ่ะย่ะค่ะ!”
ฟางเซียนจ้องมองถ้วยชาในมือสลับกับม้วนกระดาษในมือของขันทีน้อยที่ประทับตรา ‘ลับ’ ของพระมเหสี นางแสยะยิ้มที่มุมปาก มือที่ถือถ้วยชาค่อยๆ สั่นไหวเพียงเล็กน้อยก่อนจะนิ่งสนิท
“บอกฮองเฮาของเจ้าไปว่า... ข้าได้รับชาของท่านไว้ด้วยความซาบซึ้งใจแล้ว แต่ทว่า...” นางชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบข้างหูขันทีน้อย “ข้ามิใช่คนคออ่อนที่จะยอมดื่มน้ำพิษเพียงเพราะคำสั่งของคนที่เป็นได้แค่ ‘ตัวหมาก’ บนกระดานของข้า”
นางเทน้ำชาลงบนพื้นพรมอย่างช้าๆ ของเหลวสีม่วงนั้นเมื่อสัมผัสกับพื้นไม้ก็เกิดฟองฟู่และกัดกร่อนเนื้อไม้จนเป็นรอยไหม้สีดำสนิท!
ขันทีน้อยหน้าซีดเผือดจนเป็นศพ แต่ก่อนที่เขาจะได้ร้องขอชีวิต ประตูตำหนักก็ถูกเปิดกว้างขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษผู้หนึ่งที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวในตำหนักหลังนี้ยามวิกาล... กลิ่นอายสังหารที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างนั้น ทำให้ฟางเซียนรู้ทันทีว่า หมากตานี้... เดินพลาดไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกเกมแค้นไปกับฟางเซียนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
หมากกระดานเลือด: จารึกใหม่ใต้เงาสวรรค์•ตอนที่ 16
ก้าวเข้าสู่วังหลวง
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานเลือด: จารึกใหม่ใต้เงาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!