หมากกระดานเลือด: จารึกใหม่ใต้เงาสวรรค์•ตอนที่ 17

สงครามประสาทในฝ่ายใน

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นหอมหวานเย้ายวนของกำยานสุคนธรสจากแดนใต้ มิได้ช่วยให้บรรยากาศภายในตำหนักปักษาเหมันต์ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ไออุ่นจากเตาผิงทองเหลืองสลักลายหงส์คู่มังกรกลับยิ่งขับเน้นความอึดอัดระคนหวาดระแวงให้เด่นชัดขึ้น ราวกับผืนผ้าแพรต่วนปักดิ้นทองที่เคลือบยาพิษไว้ทุกตารางนิ้ว "สนมเอกหลินช่างทรงพระสำราญยิ่งนัก ข่าวลือเรื่องที่ฝ่าบาททรงมีพระราชกระแสรับสั่งเรียกหาถึงสามคราในคืนเดียว... ดูท่าจะมิใช่เรื่องเกินจริงกระมังเพคะ" เสียงหัวเราะคิกคักดั่งนกกระจอกเทศดังขึ้นจากมุมห้อง สนมเอกจาง ผู้สวมอาภรณ์สีม่วงปักลายดอกโบตั๋นเบ่งบาน ย่างกรายเข้ามาด้วยลีลาที่เยื้องกรายดั่งนางพญาหงส์ แต่ดวงตาหงส์คู่นั้นกลับกวาดมองสำรวจความเรียบร้อยภายในตำหนักด้วยความริษยาที่ปิดไม่มิด ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมปลอกเล็บทองคำยาวเฟื้อยเคาะเบาๆ ลงบนขอบโต๊ะไม้จันทน์หอมอย่างถือดี หลินฟางเซียนมิได้เงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชีรายจ่ายของฝ่ายใน ปลายนิ้วเรียวขาวดั่งหยกของนางยังคงสะบัดพู่กันขนนกกระเรียนบันทึกตัวเลขด้วยความแม่นยำ ทุกรอยหมึกที่จรดลงบนกระดาษสาเนื้อดีมีความหนักแน่นและมั่นคงราวกับจะประกาศให้ผู้มาเยือนได้รู้ซึ้งถึงสติปัญญาที่เหนือกว่า "สนมเอกจางกล่าววาจาเหลวไหลอันใดกัน เพคะ" ฟางเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานใสราวน้ำค้างบนยอดไผ่ "ตำแหน่งสนมเอกแห่งตำหนักในล้วนมีหน้าที่สนองพระเดชพระคุณด้วยความจงรักภักดี มิใช่มานั่งนับก้าวเดินของบุรุษผู้กุมชะตาแผ่นดินเช่นที่ท่านกำลังกระทำอยู่... หากฝ่าบาททรงทราบว่าพวกท่านว่างเว้นจากกิจในหน้าที่จนมีเวลามาใส่ใจเรื่องส่วนพระองค์ เกรงว่าโทษทัณฑ์จากกองกฤษฎาการคงมิใช่เรื่องที่จะรับมือได้ง่ายๆ กระมังคะ" สิ้นคำกล่าวของนาง บรรยากาศภายในห้องก็พลันเย็นเยียบลงถนัดตา สนมเอกจางหน้าถอดสีไปวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก นางส่งสัญญาณมือให้บรรดานางรำและขันทีที่ติดตามมาขยับเข้าใกล้โต๊ะทรงงานของฟางเซียนทีละน้อย "โอ้... พระสนมหลินช่างวาจาคมคายสมกับเป็นสตรีที่ท่านอ๋องเฉินอี้เฟยทรงให้ความสนพระทัยเป็นพิเศษ" สนมเอกจางโน้มตัวลงกระซิบ น้ำเสียงเต็มไปด้วยการเสียดสี "แต่ท่านอย่าได้ใจ Lร็วนนักเลย บนกระดานหมากแห่งวังหลวงนี้... เบี้ยที่เดินล้ำหน้าเกินไป มักจะเป็นตัวแรกที่ถูกเขี่ยทิ้งลงหลุมฝังศพเสมอ" ฟางเซียนค่อยๆ วางพู่กันในมือลงอย่างเชื่องช้า นางเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ แววตาคู่คมกริบดั่งคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝักหยกสะท้อนภาพความริษยาของสตรีตรงหน้าได้อย่างชัดเจน นางหาได้มีความหวาดกลัวไม่ รอยยิ้มบางเบาที่ผุดขึ้นที่มุมปากของฟางเซียนกลับสร้างความสะพรึงกลัวให้แก่สนมเอกจางโดยไม่รู้ตัว "ท่านสนมจางเตือนได้ดี..." ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแต่ละคำกลับหนักแน่นราวกับค้อนเหล็กที่ตอกลงบนลิ่มหัวใจ "แต่ท่านคงหลงลืมไปอย่างหนึ่ง... เบี้ยบางตัว แม้จะดูไร้ค่าในสายตาผู้เล่นหน้าใหม่ แต่มันกลับเป็นตัวพลิกกระดานที่ทำให้ขุนพลผู้ยิ่งใหญ่ต้องพ่ายแพ้มานักต่อนักแล้ว... และข้า... ก็มิใช่เบี้ยที่ยอมให้ใครมาเขี่ยทิ้งตามอำเภอใจหรอกนะคะ" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นอันเป็นเอกลักษณ์ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก ขันทีหน้าพระหựทัยขานรับเสียงดังฟังชัด "ฝ่าบาทเสด็จ—!" ร่างสูงสง่าในฉลองพระองค์สีทองอร่ามปักลายมังกรทะยานฟ้าก้าวเข้ามาด้วยพระพักตร์ที่ราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ทว่าแววตากลับกราดเกรี้ยวด้วยประกายไฟแห่งอำนาจ อ๋องเฉินอี้เฟยที่ตามเสด็จมาเบื้องหลัง ทอดพระเนตรมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตานิ่งสงบ ดุจพญาเหยี่ยวที่กำลังมองเหยื่อติดกับดัก สนมเอกจางและนางสนมคนอื่นๆ รีบทรุดกายลงถวายพระพรแทบไม่ทัน ความมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่ฉาบอยู่บนดวงหน้า ฝ่าบาทเสด็จมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทรงงานของฟางเซียน พระเนตรคมกลาบกวาดมองบัญชีบนโต๊ะสลับกับใบหน้าของสตรีผู้เป็นเจ้าของตำหนัก ก่อนที่พระองค์จะยื่นพระหัตถ์ไปหยิบถ้วยชาที่นางกำนัลรินทร์เตรียมไว้ขึ้นมาจิบช้าๆ "สนมเอกหลิน..." พระสุระเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน "ชาถ้วยนี้... เจ้าต้มเองกับมือกระนั้นหรือ" ฟางเซียนลุกขึ้นยืนทำความเคารพอย่างงดงาม ท่วงท่าอ่อนช้อยไร้ที่ติ "ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันให้ห้องเครื่องจัดเตรียมถวายเพคะ ทว่า... หากฝ่าบาททรงระแวงว่าในชานี้จะมีสิ่งแปลกปลอม หม่อมฉันยินดีจะเป็นผู้ดื่มมันพิสูจน์ให้ประจักษ์แก่สายตาทุกท่าน ณ ที่นี้เพคะ" ว่าแล้ว... ฟางเซียนก็เอื้อมมือไปหยิบกานชาอีกใบที่ตั้งอยู่ด้านข้าง รินน้ำสีอำพันลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวบริสุทธิ์อย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย ก่อนจะยกขึ้นจรดริมฝีปาก ท่ามกลางสายตาดล้องมองด้วยความตกตะลึงของสนมเอกจางและเหล่าสนมที่ต่างลุ้นระทึกว่านางจะสิ้นใจล้มลงตรงหน้าหรือไม่ ทว่า... ก่อนที่หยดชาหยดแรกจะสัมผัสริมฝีปากของนาง พระหัตถ์ใหญ่ของอ๋องเฉินอี้เฟยก็ยื่นเข้ามาปัดถ้วยชาในมือของฟางเซียนหลุดร่วงลงพื้น แตกกระจายละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ของเหลวสีชาไหลนองพื้น ส่งกลิ่นฉุนประหลาดที่ทำให้ผู้มีประสบการณ์ในวังหลวงต่างหน้าถอดสีทันที! "ไม่ต้องดื่ม..." อ๋องอี้เฟยตรัสเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างพระกรของฟางเซียนขณะที่พระองค์ดึงร่างนางเข้าสู่อ้อมพระกรอย่างถือวิสาสะ ทว่าสายตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่หันไปจ้องมองสนมเอกจาง "เพราะคนที่จะต้องดื่มยานี้... มิใช่เจ้า" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกเกมแค้นไปกับฟางเซียนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานเลือด: จารึกใหม่ใต้เงาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%