หมากกระดานเลือด: จารึกใหม่ใต้เงาสวรรค์•ตอนที่ 20

หมากที่เสียไป

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นหอมกรุ่นของกำยานมวลดอกไม้ป่าจางหายไปแทนที่ด้วยคาวโลหิตอุ่นๆ ที่ยังคงเปรอะเปื้อนอยู่บนพื้นหินอ่อนขัดมัน ภายในตำหนักบูรพาเวลานี้เงียบสงบจนน่ากลัว เงาตะคุ่มของเสาไม้จันทน์หอมทอดยาวทับร่างที่ไร้ลมหายใจของ ‘จูร์’ สาวใช้คนสนิทผู้เติบโตเคียงบ่าเคียงไหล่กับข้ามาตั้งแต่ตำหนักเย็น ดวงตาของนางเบิกโพลง คราบน้ำตาและรอยเลือดผสมปนเปกันบนแก้มขาวซีด ราวกับต้องการกล่าวสิ่งใดยังค้างคา ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะหลุดลอยไปอย่างไร้การเยียวยา หลินฟางเซียนยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าศพนั้น ปลายเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนเนื้อแทบปริ แต่ใบหน้าของนางกลับเรียบเฉยราวน้ำค้างแข็ง ดั่งรูปสลักหยกที่ปราศจากความรู้สึก นัยน์ตาหงส์ทอประกายคมกริบดั่งคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝัก กำลังกวาดมองคราบผงยาพิษ ‘จันทราโลหิต’ ที่โรยไว้บนถาดน้ำชาอย่างละเอียดถี่ถ้วน นี่คือความผิดพลาด... ความประมาทเลินเล่อที่นางไม่น่ามองข้าม เพียงเพราะคิดว่าองค์ชายจ้าวเหวินยังไม่กล้าลงมือในเขตพระราชฐานชั้นในเร็วถึงเพียงนี้ "เจ้าประเมินความเด็ดขาดของมันต่ำไป... เซียนเอ๋อร์" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากความมืดริมหน้าต่าง อ๋องเฉินอี้เฟยในชุดคลุมสีดำสนิทกลมกลืนกับรัตติกาลก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชเชียบ เขากวาดสายตาปราดเดียวก็เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด ดวงตาคมกราบของแม่ทัพผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนฉายแวววูบไหวด้วยความห่วงใย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาดุจน้ำแข็งเมื่อทอดมองร่างไร้ลมหายใจเบื้องล่าง "หม่อมฉันไม่ได้ประเมินมันต่ำไปเพคะ ท่านอ๋อง..." ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าราบเรียบและหนักแน่นดั่งก้อนหินผา "แต่หม่อมฉันประเมินความโสมมของราชสำนักชุดนี้ต่ำเกินไปต่างหาก จูร์ต้องมาตายแทนหม่อมฉัน... เพราะความเย่อหยิ่งที่คิดว่าตัวเองกุมหมากเหนือกว่าหนึ่งก้าว" เฉินอี้เฟยสาวเท้าเข้าไปใกล้ร่างบาง มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะไหล่ปลอบโยน แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างไว้กลางอากาศ เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้นอันลุกโชนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งงันนั้น ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะดึงมือนั้นกลับมาประสานไว้เบื้องหลัง "สงครามชิงบัลลังก์ไม่เคยมีความปรานี ศัตรูของเราไม่ได้เล่นตามกฎของสุภาพชน การสูญเสียครั้งนี้คือบทเรียนที่ต้องแลกมาด้วยเลือด... เจ้าจะร้องไห้ก็ไม่ผิด" อ๋องหนุ่มกล่าวเตือนสติด้วยความหวังดี "ร้องไห้หรือเพคะ?" ฟางเซียนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงไอสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างระหง "น้ำตาของหลินฟางเซียนใช้หมดไปตั้งแต่อยู่ในตำหนักเย็นแล้วเพคะท่านอ๋อง นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ทุกหยดน้ำตาของคนรอบตัวหม่อมฉัน จะต้องถูกชำระด้วยเลือดของราชวงศ์จ้าวเท่านั้น!" บรรยากาศภายในห้องกดดันจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายความตายและกลิ่นอายอำนาจผสมผสานกันจนน่าสะพรึงกลัว เฉินอี้เฟยจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย มีทั้งความชื่นชมในความเด็ดเดี่ยว และความเจ็บปวดที่ต้องเห็นนางแบกรับภาระอันหนักอึ้งไว้บนบ่าเพียงลำพัง "เจ้าต้องการให้ข้าทำสิ่งใด" น้ำเสียงของเฉินอี้เฟยจริงจังขึ้น เขารู้ดีว่ายามนี้ฟางเซียนกำลังวางแผนการบางอย่างที่อันตรายยิ่ง "หม่อมฉันต้องการให้ท่านส่งคนไปตรวจสอบขันทีที่นำถาดชานี้มา แม้จ้าวเหวินจะฉลาดล้ำเลิศเพียงใด แต่มันย่อมต้องทิ้งร่องรอยไว้บ้าง" ฟางเซียนหันกลับมาสบตาคมกริบของอีกฝ่าย "และที่สำคัญ... หม่อมฉันต้องการให้ท่านช่วยกระจายข่าวเรื่องที่องค์ชายจ้าวเหวินลอบวางยาพิษสนِمในวังหลวง ออกไปให้ทั่วเมืองหลวงโดยเร็วที่สุด" "เจ้าคิดจะเปิดศึกทางนามธรรมก่อนจะใช้กำลัง?" "หมากกระดานนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อฆ่ากันให้ตายไปข้างในสนามรบเพคะ แต่มีไว้เพื่อทำลายชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และความชอบธรรมของมันทีละน้อย ให้ราษฎรได้เห็นธาตุแท้ขององค์ผู้สืบสันตติวงศ์ที่พวกมันเทิดทูน" รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว "ความตายของจูร์จะต้องไม่สูญเปล่า นางจะเป็นหมากตัวแรกที่ทำให้ราชบัลลังก์สั่นคลอน" เฉินอี้เฟยพยักหน้ารับอย่างจำนนต่อเหตุผล "ได้... ข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยก่อนฟ้าสาง ระวังตัวด้วย เซียนเอ๋อร์ ช่วงนี้จ้าวเหวินคงไม่หยุดแค่นี้แน่" ร่างสูงสง่าของท่านอ๋องหายลับไปทางหน้าต่างอย่างรวดเร็วดุจเงาพราย ทิ้งให้ฟางเซียนยืนอยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บเพียงลำพังอีกครั้ง นางก้มลงปิดเปลือกตาให้สาวใช้คนสนิทเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังกลับไปหยิบถ้วยชาเคลือบกระเบื้องสีครามที่เหลือเศษยาพิษก้นถ้วยขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากด้านนอก ตามด้วยเสียงขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ที่ตะโกนเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "พระสนมหลิน! ฝ่ามีพระราชโองการด่วนให้เสด็จไปที่ท้องพระโรงใหญ่เดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ!" ฟางเซียนชะงักมือที่กำลังถือถ้วยชา รอยยิ้มลึกล้ำผุดขึ้นที่ริมฝีปาก นางค่อยๆ วางถ้วยแสนอันตรายนั้นลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ ดั่งสตรีผู้ไร้เดียงสาแต่แฝงไว้ด้วยคมเขี้ยว ยามราตรีนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และหมากที่นางเสียไป... กำลังจะกลายเป็นกับดักมรณะที่ลากตัวการใหญ่ให้ลงมาสู่หลุมพรางที่ขุดรอไว้ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกเกมแค้นไปกับฟางเซียนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานเลือด: จารึกใหม่ใต้เงาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%