หมากกระดานเลือด: จารึกใหม่ใต้เงาสวรรค์•ตอนที่ 21

หยดน้ำตาที่ไม่มีค่า

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กและคราบโลหิตที่ยังไม่แห้งสนิทบนพื้นหินอ่อนตำหนักบูรพา ช่างบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของหลินฟางเซียนยิ่งกว่าคมดาบใดในใต้หล้า น้ำตาหยดนั้น—หยดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงบนปิ่นหยกสลักลายหงส์เผายังคงอุ่นร้อน แต่สติปัญญาและหัวใจของนางในยามนี้ เย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปีในหุบเขาไร้เงา รอยยิ้มอ่อนโยนที่เคยฉาบอยู่บนใบหน้าขององค์ชายจ้าวเหวิน ยามนี้กลายเป็นภาพสะท้อนของความอัปยศอดสูที่นางเคยมอบให้ตนเองในชาติภพก่อน ความสูญเสียในครานี้ ไม่ได้ทำให้นางอ่อนแอลงแม้แต่นصفส่วน กลับกัน มันคือการลับคมศาสตราในจิตวิญญาณให้พร้อมสะบั้นคอศัตรูอย่างไร้ความปรานี "เจ้าคิดว่าหยดน้ำตาของข้า จะมีค่าพอให้เจ้ายินยลหรือเพคะ... องค์ชาย" เสียงหวานใสที่กังวานขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงชั้นใน เต็มไปด้วยแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวจนนางกำนัลที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่างตัวสั่นเทา หลินฟางเซียนก้าวเดินผ่านเงาดำของเสาไม้จันทน์หอม อาภรณ์สีม่วงเข้มปักดิ้นทองสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงวับวาม นางไม่ได้หลบซ่อนความโศกเศร้า หากแต่หลอมรวมมันเข้ากับความแค้น จนกลายเป็นเกราะคุ้มกายที่แข็งแกร่งดั่งหินผา อ๋องเฉินอี้เฟย ซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่มุมห้องในชุดคลุมสีดำสนิท ทอดพระเนตรมองร่างระหงที่ก้าวเข้ามาด้วยแววตาที่ซับซ้อน บุรุษผู้กุมบังเหียนกองทัพพยัคฆ์ทมิฬผู้นี้ไม่เคยเอ่ยคำปลอบโยน เพราะเขารู้ดีว่าสตรีตรงหน้ามิได้ต้องการความสงสาร นางต้องการเพียงแค่ความเป็นความตายของศัตรูที่อยู่บนมือของนางเอง "เจ้าเปลี่ยนไปมาก... ฟางเซียน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับยื่นผ้าแพรสีขาวสะอาดให้ "แต่นั่นคือสิ่งที่ทำให้เจ้าคู่ควรยืนหยัดเคียงข้างข้าบนกระดานอำนาจนี้" ฟางเซียนปรายตามองผ้าแพรนั้นเล็กน้อย ก่อนจะแย้มยิ้มเยдя เย็นเยียบจนน่าขนลุก นางมิได้ยื่นมือไปรับ หากแต่ใช้ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนคมกระบี่ที่เหน็บอยู่ข้างเอวของเขาแทน "ความอ่อนแอคือบาปมหันต์ในวังหลวงเพคะ ท่านอ๋อง" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยประกายตาอันคมกริบดั่งใบมีด "ในเมื่อพวกมันเลือกที่จะเหยียบย่ำความจริงใจของข้า ข้าก็จะใช้กองเลือดของพวกมัน ล้างมลทินบนหน้าประวัติศาสตร์นี้ให้สิ้นซาก" ในขณะเดียวกัน ที่ตำหนักสำราญขององค์ชายจ้าวเหวิน บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด แผนการที่ควรจะไร้รอยต่อกลับถูกขัดขวางอย่างคาดไม่ถึง จ้าวเหวินปัดถ้วยชาเคลือบหยกจนแตกกระจายเต็มพื้น น้ำชาอุ่นร้อนนองไปทั่ว พรมขนสัตว์ราคาแพง "นางสตรีโง่เขลานั่น... เหตุใดจึงยังไม่ยอมล้มลง!" จ้าวเหวินกัดฟันกรอด ดวงตาคมกริบฉายแววอำมหิต พลางหันไปมองเงาร่างในชุดดำที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า "เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่า พิษที่ใส่ลงในถ้วยสุรานั้น ไร้ทางรักษา?" "ทูลองค์ชาย... พิษสลายวิญญาณไร้เงา ไม่มีทางที่หมอหลวงคนใดจะถอนได้พ่ะย่ะค่ะ เว้นเสียแต่..." เงาดำนั้นลังเล "เว้นเสียแต่อะไร พูด!" "เว้นเสียแต่ว่า นางจะไม่เคยดื่มสุราจอกนั้นเลยพ่ะย่ะค่ะ..." สิ้นคำรายงาน บรรยากาศภายในห้องก็เย็นเยียบลงในพริบตา จ้าวเหวินสูดหายใจเข้าลึก พยายามข่มความตื่นตระหนกที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก หากนางรู้ทันแผนการตั้งแต่แรก มิเท่ากับว่า... พวกเขาต่างหากที่เป็นฝ่ายตกลงไปในหลุมพรางที่นางขุดเอาไว้ตั้งแต่ต้นแล้วหรือ? ย้อนกลับมาที่ตำหนักบูรพา หลินฟางเซียนกำลังยืนอยู่เบื้องหน้าแผนที่แคว้นที่กางอยู่บนโต๊ะไม้สลักลวดลายวิจิตร นางหยิบหมากสีดำขึ้นมาเม็ดหนึ่ง ก่อนจะวางลงบนจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างชายแดนและคลังเสบียงหลวง รอยยิ้มที่มุมปากของนางลึกล้ำเกินกว่าที่ใครจะคาดเดา "องค์ชายจ้าวเหวิน... ท่านคิดว่าท่านเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังเงาสวรรค์นี้สินะเพคะ" นางพึมพำกับตัวเองเบื้องหน้าแสงเทียนที่ไหววูบ "แต่ท่านคงลืมไป... ว่าหงส์ที่เคยถูกเผาจนมอดไหม้ ย่อมฟื้นคืนชีพขึ้นมาจากเถ้าถ่านพร้อมกับเปลวเพลิงที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล" อ๋องอี้เฟยสาวเท้าเข้ามาใกล้ ยื่นมือหนาออกมากุมมือเรียวที่เย็นเฉียบของนางไว้ สัมผัสอุ่นซ่านที่ถ่ายทอดผ่านฝ่ามือไม่ได้ทำให้นางไขว้เขว หากแต่เป็นเครื่องยืนยันว่า ในเกมการเมืองอันโหดร้ายนี้ นางไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไป ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังเงียบสงบและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นนั้นเอง เสียงเคาะประตูด้านนอกสามครั้งตามด้วยเสียงฝีเท้าอันรีบร้อนขององครักษ์เงาก็ทำลายความเงียบลง "เรียนท่านอ๋อง พระชายา... มีพระราชโองการด่วนจากห้องทรงพระอักษรของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ!" หลินฟางเซียนชะงักมือที่กำลังถือหมากสีดำ ดวงตาคู่คมหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นตราประทับสีชาดบนม้วนราชโองการที่ถูกส่งเข้ามาโดยขันทีเฒ่าผู้ติดตามเสด็จพ่อ ซึ่งใบหน้าของขันทีผู้นั้นซีดเผือดราศีกำลังจะสิ้นใจ และประโยคแรกที่หลุดออกมาจากริมฝีปากสั่นระริกของเขาก็ทำให้ลมหายใจของทุกคนในห้องแทบหยุดนิ่ง— *"องค์รัชทายาท... ถูกลอบปลงพระชนม์ในห้องบรรทมแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"* ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกเกมแค้นไปกับฟางเซียนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานเลือด: จารึกใหม่ใต้เงาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%