หมากกระดานเลือด: จารึกใหม่ใต้เงาสวรรค์•ตอนที่ 9

รอยร้าวขององค์ชายเหวิน

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มสิบปีลอยอวลอยู่เบื้องหน้า ทว่ากลับมิอาจกลบกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยวนอยู่ในห้วงความรู้สึกของหลินฟางเซียนได้เลยค่ะ ปลายนิ้วเรียวดุจลำเทียนของนางกำลังบรรจงวางหมากสีดำลงบนกระדานหยกขาวอย่างแช่มช้า ท่วงท่าสง่างามดั่งหงส์รำพัน ทว่าดวงตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ภายใต้อาภรณ์แพรไหมปักลายเมฆา "องค์ชายเหวินทรงมีพระปรีชาสามารถยิ่งนัก... เพียงแต่หมากตานี้ของพระองค์ เกรงว่าจะเดินเลยขอบเขตอำนาจที่ควรจะเป็นไปเสียแล้วกระมั้งคะ" เสียงหวานใสแต่ทว่าเยือกเย็นจนน่าสะพรึงกลัวเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในศาลาแปดเหลี่ยมกลางสระบัว องค์ชายจ้าวเหวินที่ประทับอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับชะงักรอยยิ้มสุภาพที่มักใช้สวมหน้ากากเข้าหาผู้คน ดวงตาเรียวรีหรี่แคบลงเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เขาไม่คาดคิดเลยว่าสตรีอายุน้อยตระกูลหลินผู้นี้ จะกล้าอ่านเกมการเมืองระดับราชสำนักต่อหน้าพระพักตร์ (แม้จะเป็นเพียงเงาลับ) ขององค์ชายรัชทายาทอย่างเขาอย่างไม่ไว้หน้า "คุณوَหลินกล่าวเกินไปแล้วกระมัง ตระกูลหลินของท่านรับใช้ราชสำนักด้วยความจงรักภักดี การที่เปิ่นหวาง (เรา) จะแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนและหารือเรื่องราชกิจเล็กๆ น้อยๆ ย่อมเป็นเรื่องปกติธรรมดาของเครือญาติมิใช่หรือ?" จ้าวเหวินแย้มสรุปอย่างนุ่มนวล น้ำเสียงทุ้มนุ่มชวนฟังแฝงไว้ด้วยแรงกดดันที่จงใจแผ่ขยายออกมาเพื่อข่มขวัญสตรีตรงหน้า ทว่าหลินฟางเซียนกลับมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางเพียงแค่ยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้รสชาติขมปร่าบาดลึก1ลงในลำคอ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ในชาติตอนนี้... นางไม่ใช่คุณหนูในห้องหอที่ไร้เดียงสาเหมือนชาติก่อนอีกต่อไปแล้ว ชาติภพก่อน องค์ชายจ้าวเหวินผู้นี้ใช้รอยยิ้มอาบยาพิษ หลอกลวงให้ตระกูลหลินยอมถวายตัวเข้าสู่สนามการเมืองอันเน่าเฟะ จนสุดท้ายตระกูลหลินต้องกลายเป็นแพะรับบาปในข้อหากบฏ ถูกประหารชีวิตเจ็ดชั่วโคตร โลหิตสีแดงฉานไหลนองเต็มท้องพระโรง ภาพบิดาและพี่ชายถูกตัดศีรษะยังคงติดตาและกรีดแทงหัวใจนางทุกค่ำคืน หนี้เลือดนี้ นางจำต้องชำระทีละต้นทุน! "เครือญาติอย่างนั้นหรือเพคะ?" ฟางเซียนแย้มยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มแต่กลับหนาวเหน็บถึงกระดูกดำ "เกรงว่าสิ่งที่องค์ชายทรงต้องการมิใช่ไมตรีจิต หากแต่เป็น 'กระบี่' และ 'เสบียงคลัง' ของตระกูลหลิน เพื่อนำไปใช้ค้ำจุนบัลลังก์ที่ใกล้จะสั่นคลอนของพระองค์ต่างหากเล่า" บรรยากาศรอบศาลาพลันทึบตันขึ้นมาทันที องครักษ์เงาที่ซ่อนตัวอยู่รอบด้านต่างกุมด้ามกระบี่แน่นด้วยจิตสังหารที่พวยพุ่งขึ้นมา จ้าวเหวินหุบยิ้มลงโดยพลัน แววตาฉายแววโหดเหี้ยมอำมหิตที่มักซ่อนเร้นเอาไว้ เขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กดเสียงต่ำลงกระซิบ "เจ้าช่างกล้าหาญนัก... การล่วงเกินองค์ชาย มีโทษถึงประหารชีวิตนะคุณหนูหลิน ต่อให้ตระกูลหลินของเจ้าจะกุมอำนาจกองทัพพิทักษ์ชายแดน แต่ในราชสำนักแห่งนี้ ฮ่องเต้ทรงตรัสคำเดียว ชีวิตของพวกเจ้าก็ย่อมดับสูญได้เช่นกัน" "หากพระองค์ทรงทำเช่นนั้นจริง เกรงว่าข่าวเรื่องที่องค์ชายทรงแอบลักลอบติดต่อกับแคว้นเป่ยหลิวเพื่อแลกเปลี่ยนแผนที่ค่ายกลทหาร คงจะไปถึงพระเนตรพระकर्ของฝ่าบาทภายในคืนนี้อย่างแน่นอนเพคะ" คำพูดเพียงประโยคเดียว ทำเอาสีพระพักตร์ของจ้าวเหวินถอดสีลงในพริบตา ความมั่นใจและท่าทีเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นหลงเหลือเพียงความตื่นตระหนกและหวาดระแวง เขาจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปราวกับกำลังมองสัตว์ประหลาด ความลับระดับคอขาดบาดตายเช่นนี้ เหตุใดนางจึงล่วงรู้ได้?! "เจ้า... พูดเหลวไหลอะไร!" จ้าวเหวินเค้นเสียงลอดไรฟัน มือที่วางอยู่บนตักกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "เหลวไหลหรือไม่ พระองค์ย่อมทรงตระหนักดีแก่พระทัย" ฟางเซียนลุกขึ้นยืนช้าๆ อาภรณ์สีม่วงเข้มปักดิ้นทองสะท้อนกับแสงอาทิตย์ยามอัสดง ท่วงท่าองอาจสง่างามรากับพญาหงส์ที่กางปีกปกป้องรังของตน นางกวาดสายตามององค์ชายผู้ทะเยอทะยานด้วยความเวทนา "แผนการที่จะดึงตระกูลหลินลงมาแปดเปื้อนในวังวนอำนาจของพระองค์ จบลงเพียงเท่านี้เถอะเพคะ และโปรดจำไว้... หากตระกูลหลินต้องมีอันเป็นไปแม้แต่คนเดียว ความลับที่ซ่อนอยู่ใต้ตำหนักบูรพา จะถูกเปิดเผยต่อหน้าธารกำนัลอย่างไม่มีวันปิดบังได้อีก!" นางหมุนตัวเตรียมจะเดินจากไปโดยไม่ไว้หน้าเชื้อพระวงศ์ ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านนอกสวนดอกไม้ "ใครบังAาญมาสร้างความวุ่นวายในจวนตระกูลหลิน!" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่เต็มไปด้วยไอสังหารของแม่ทัพผู้ผ่านศึกมาโชกโชนดังขึ้น อ๋องเฉินอี้เฟยในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายพยัคฆ์เงินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี สายตาคมกราบกวาดมองเหตุการณ์ทั้งหมดก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างเพรียวระหงของหลินฟางเซียน แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงชั่วพริบตา ทว่าเมื่อหันไปมองจ้าวเหวิน รังสีอำมหิตก็แผ่ซ่านออกมาราวกับสัตว์ป่าหิวกระหาย จ้าวเหวินกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง ยามเผชิญหน้ากับอ๋องอี้เฟย ผู้กุมกำลังทหารครึ่งหนึ่งของแคว้น เขาจำต้องยอมถอยก้าวหนึ่งอย่างเสียไม่ได้ "ท่านอ๋อง... ดูเหมือนว่าคุณหนูหลินจะเข้าใจผิดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเปิ่นหวาง" จ้าวเหวินฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความพ่ายแพ้ "เข้าใจผิดหรือไม่ หม่อมฉันย่อมรู้ดีแก่ใจเพคะท่านอ๋อง" ฟางเซียนเอ่ยแทรกขึ้นมาเบาๆ นางก้าวเข้าไปใกล้เฉินอี้เฟยโดยธรรมชาติ กลิ่นกายหอมกรุ่นจางๆ ของนางลอยเข้าจมูกบุรุษผู้แข็งกระด้าง ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด เฉินอี้เฟยเอื้อมมือออกไปโอบไหล่บางของนางไว้หลวมๆ เป็นการแสดงออกถึงการปกป้องอย่างเปิดเผยและหนักแน่น ดุจหินผาที่ไม่มีวันสั่นคลอนต่อพายุร้าย "หากองค์ชายทรงไม่มีธุระอันใดแล้ว ขอเชิญเสด็จกลับตahเสียเถอะ ทางเข้าจวนตระกูลหลินคงไม่ต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญเช่นนี้" เฉินอี้เฟยเอ่ยไล่โดยไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย จ้าวเหวินแค่น Aอนในลำคอด้วยความแค้น สะบัดชายเสื้อแล้วก้าวเดินจากไปด้วยความอัปยศอดสู ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่ค่อยๆ เข้าปกคลุม ทว่า ในขณะที่ฟางเซียนกำลังจะผละออกจากอ้อมแขนของเฉินอี้เฟย จู่ๆ มือหนากลับรั้งเอวบางของนางไว้แน่นขึ้น พร้อมกับก้มลงกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำให้หัวใจนางเต้นผิดจังหวะ "เจ้าเด็กดื้อ... รู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังเล่นกับไฟกองใหญ่อยู่?" ฟางเซียนชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกราบที่ฉายประกายลึกล้ำยากหยั่งถึง ทว่าก่อนที่นางจะได้เอ่ยสิ่งใด ขันทีเฒ่าคนสนิทของฮ่องเต้ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยใบซีดเผือด ถือม้วนพระราชโองการสีเหลืองทองอร่ามในมือด้วยอาการสั่นเทา "ท่านอ๋อง! คุณหนูหลิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... ฝ่าบาทมีรับสั่งด่วน... ให้เรียกตัวท่านอ๋องและคุณหนูหลินเข้าเฝ้าท้องพระโรงยามวิกาลทันที... เกิด... เกิดราชโองการลับฉบับใหม่จากแดนประจิม ส่งตรงมาถึงมือพระองค์แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกเกมแค้นไปกับฟางเซียนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานเลือด: จารึกใหม่ใต้เงาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%