หมากกระดานเลือด: จารึกใหม่ใต้เงาสวรรค์•ตอนที่ 10

กรงขังที่ถูกทำลาย

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
"น้ำหมึกบนราชโองการยังไม่ทันแห้งสนิทดี เหตุใดองค์ชายสามจึงรีบร้อนประทับรอยนิ้วมือลงบนสัญญาอัปยศฉบับนี้เสียแล้วเล่าเพคะ?" สุ้มเสียงกังวานใสราวกระดิ่งเงินกระทบสายลมดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงใหญ่ตระกูลหลิน อาภรณ์สีเพลิงปักลายหงส์ทองสะท้อนกับแสงคบเพลิงวับวาม ขับเน้นเรือนร่างระหงของหลินฟางเซียนให้โดดเด่นดั่งพญาหงส์ผู้กาง ปีกเหนือฝูงกา สายตาคู่คมกริบกวาดมองบุรุษในชุดคลุมผ้าไหมปักลายมังกรห้าเล็บที่ยืนแข็งค้างอยู่เบื้องหน้า องค์ชายจ้าวเหวินชะงักงัน รอยยิ้มสุภาพที่มักสวมใส่ไว้ตบตาผู้คนยามนี้บิดเบี้ยวเล็กน้อย ดวงตาเรียวรีหรี่แคบลงด้วยความระแวง สัญชาตญาณของจอมวางแผนบอกเขาว่า หญิงสาวผู้เคยโอนอ่อนผ่อนตามและตกเป็นเบี้ยล่างของเขามาตลอด ยามนี้กลับกล the เป็นผู้กุมกระดานหมากไว้ทั้งหมดเสียแล้ว "ฟางเซียน เจ้าหมายความว่าอย่างไร งานมงคลสมรสระหว่างเราถูกกำหนดไว้โดยราชสำนักและมีพระราชเสาวณารองรับ..." "พระราชเสาวณารองรับงั้นหรือเพคะ?" ฟางเซียนหัวسแผ่วเบาในลำคอ เสียงหัวเราะที่เจือไอสังหารทำให้ผู้คนในห้องโถงถึงกับขนลุกชัน นางก้าวเท้าช้าๆ อาภรณ์สีเพลิงลากพื้นส่งเสียงเสียดสีกับแผ่นหินอ่อนราวกับเสียงฝีก้าวของมัจจุราช นางหยิบม้วนกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาจากถาดหยกขาว ชูขึ้นให้ทุกคนได้ประจักษ์ชัด "น่าเสียดายยิ่งนักที่พระราชเสาวลีฉบับนั้น ถูกประกาศิตจากพระโอษฐ์ของไทเฮาถอดถอนก่อนที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าในวันนี้เสียแล้ว และเหตุผลที่ต้องยกเลิก... ก็คือความบกพร่องในศีลธรรมอันดีขององค์ชายผู้สูงส่งเองมิใช่หรือเพคะ" สิ้นคำพูดนั้น เสียงฮือฮาก็ระเบิดขึ้นในหมู่ขุนนางและแขกเหรื่อที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีหมั้นหมาย สายตาทุกคู่ต่างมองตรงไปยังองค์ชายจ้าวเหวินด้วยความตื่นตะลึง ข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์อันเสื่อมเสียระหว่างเขากับบุตรสาวเสนาบดีรองเริ่มแพร่สะพัดออกไปราวกับไฟลามทุ่ง แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าหลินฟางเซียนจะกล้าหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาประกาศกลางงานแต่งงานของตนเองอย่างเปิดเผยและไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่ออำนาจราชสำนักเช่นนี้ จ้าวเหวินขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านจนปลายนิ้วสั่นเทา เขาอุตส่าห์วางแผนใช้ตระกูลหลินเป็นบันไดไต่เต้าสู่อำนาจ แต่กลับถูกสตรีเพียงนางเดียวสกัดดาวรุ่งด้วยหมากตานี้ได้อย่างเจ็บแสบ "หลินฟางเซียน เจ้าช่างกล้าหาญนัก! การยกเลิกงานแต่งงานโดยพลการเช่นนี้ มีโทษถึงประหารชีวิต เจ้าไม่กลัวหรือว่าตระกูลหลินจะพินาศสิ้นเพราะความริษยาของเจ้า!" "ริษยา?" ฟางเซียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปาก "หม่อมฉันเพียงแต่นำความจริงมาคืนให้เจ้าของเท่านั้น เพลิงแค้นที่ท่านสุมไว้ในใจตลอดหลายปีที่ผ่านมา หม่อมฉันเพียงแค่จุดมันให้ลุกโชนขึ้นเพื่อเผาผลาญความทะเยอทะยานอันโสมمของท่านให้มอดไหม้ไปพร้อมกันก็เท่านั้นเองเพคะ" บรรยากาศภายในห้องโถงกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ทหารองครักษ์ขององค์ชายจ้าวเหวินเริ่มขยับมือเข้าหาด้ามดาบที่ข้างเอว ทว่า ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังจะปะทุเป็นความรุนแรง ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงินก็ก้าวเข้ามาทางประตูใหญ่ กลิ่นอายความเยือกเย็นและดุดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวบุรุษผู้นั้นทันทีที่เขาปรากฏกาย อ๋องเฉินอี้เฟย กุนซือผู้กุมบังเหียนกองทัพพยัคฆ์พิทักษ์แดนเหนือ ดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยววאกกวาดมองสถานการณ์รอบตัวด้วยความนิ่งสงบ แต่กลับทรงพลังกดดันให้ทุกคนต้องก้มหน้าหลบสายตาโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดออกมาแม้แต่ครึ่งคำ "งานมงคลที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดเช่นนี้ สมควรยุติลงตั้งแต่เมื่อครู่แล้วกระมังพ่ะย่ะค่ะ องค์ชายสาม" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นทำลายความเงียบ เฉินอี้เฟยก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างหลินฟางเซียนอย่างอารักษ์ขา ไหล่กว้างของเขабดบังลมหายใจอันเกรี้ยวกราดของจ้าวเหวินไว้จนหมดสิ้น สายตาที่เขามองหญิงสาวข้างกายนั้นอ่อนแสงลงวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นคมปลาบยามตวัดกลับไปมองคู่ปรับทางการเมือง จ้าวเหวินหน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นอ๋องเฉินอี้เฟยเข้ามาแทรกแซง เขารู้ดีว่าอำนาจทหารในมือของบุรุษผู้นี้มีน้ำหนักมากเพียงใดในราชสำนัก การจะใช้กำลังจัดการกับหลินฟางเซียนในตอนนี้เท่ากับการประกาศสงครามกับกองทัพพยัคฆ์พิทักษ์แดนเหนือโดยตรง ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจแบกรับความเสี่ยงได้ในยามนี้ "ท่านอ๋อง... เรื่องนี้เป็นกิจการภายในของตระกูลหลินและราชนิกูล ไฉนท่านจึงยื่นมือเข้ามาเกี่ยวพันด้วยเล่า" จ้าวเหวินพยายามควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด แม้ในใจจะริษยาจนแทบกระอักเลือด "กิจการภายในงั้นหรือ?" เฉินอี้เฟยแค่นเสียงหัวเราะเยียบเย็น "ราชโองการฉบับใหม่ที่เพิ่งมาถึงค่ายทหารเมื่อหนึ่งเค่อก่อนระบุชัดเจนว่า พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าเป็นผู้ตรวจสอบความเหมาะสมของคู่สมรสในราชวงศ์ทุกพระองค์ และดูท่าทางแล้ว... องค์ชายสามคงไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเคียงคู่กับบุตรีตระกูลหลินผู้นี้อีกต่อไป" สิ้นประโยคประกาศิตนั้น ใบหน้าของจ้าวเหวินก็ซีดเผือดไร้สีเลือด รอยยิ้มจอมปลอมแตกสลายไม่มีชิ้นดี เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ปรากฏชัดเจนต่อหน้าขุนนางนับร้อย ทว่าในขณะที่ทุกคนคิดว่าเรื่องราวกำลังจะจบลงด้วยชัยชนะอันงดงามของหลินฟางเซียนนั้นเอง... จ้าวเหวินกลับยกยิ้มเหี้ยมเกรียมขึ้นที่มุมปาก ดวงตาคู่นั้นทอประกายอำมหิตราวกับสัตว์ร้ายที่จนมุม เขาสะบัดมือเป็นสัญญาณให้ขันทีคนสนิทที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ขันทีผู้นั้นรีบเปิดหีบไม้ลงรักปิดทองใบใหญ่ออก เผยให้เห็นวัตถุด้านในที่ทำให้สีหน้าของเฉินอี้เฟยและหลินฟางเซียนเปลี่ยนไปในทันที ถ้วยกระเบื้องเคลือบสีครามบรรจุของเหลวสีดำสนิทส่งกลิ่นคายพิษจางๆ ลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ... นั่นคือยาพิษสลายโลหิตที่องค์จักรพรรดิใช้ประทานความตายให้แก่ขุนนางกบฏ! "ในเมื่อพวกเจ้าบีบคั้นข้าถึงเพียงนี้ ก็อย่าหาว่าข้าไร้ไมตรีเลย..." จ้าวเหวินหัวسต่ำในลำคอ ก่อนจะหยิบถ้วยยาพิษนั้นขึ้นมาด้วยมือตนเอง "หากวันนี้ข้าต้องสูญเสียทุกอย่างไป... หลินฟางเซียน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าเจ้าจะได้เดินออกไปจากประตูนี้อย่างเป็นสุข?" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกเกมแค้นไปกับฟางเซียนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานเลือด: จารึกใหม่ใต้เงาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%