หมากกระดานเลือด: จารึกใหม่ใต้เงาสวรรค์•ตอนที่ 3

รอยร้าวในจวนตระกูลหลิน

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มปีลึก ลอยอวลปะปนกับกลิ่นกำยานดาราสวรรค์ที่เผาไหม้อย่างเงียบเชียบในห้องรับรองเรือนชั้นในของจวนตระกูลหลิน หลินฟางเซียนนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์แดง มือเรียวดดึงปลอกเล็บทองคำประดับหยกไข่มุกออกทีละนิ้วอย่างเชื่องช้า สายตาดุจหงส์เพลิงกวาดมองร่างของสาวใช้รับใช้ใกล้ชิดนาง ที่กำลังคุกเข่าตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า "เจ้าบอกว่า... ใบชาชุดนี้ท่านอ๋องส่งมาให้ข้าด้วยความห่วงใยอย่างนั้นหรือ ชุ่ยเอ๋อร์" น้ำเสียงของฟางเซียนราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นแห่งอารมณ์ ทว่ากลับกดทับบรรยากาศภายในห้องให้หนักอึ้งดั่งขุนเขาไท่ซาน ชุ่ยเอ๋อร์ สาวใช้หน้าตาจิ้มลิ้มวัยสิบเจ็ดปีรีบโขกศีรษะลงกับพื้นพรมปักลายเมฆาจนเกิดเสียงทึบๆ "บ่าว... บ่าวได้ยินบ่าวรับใช้จากเรือนหน้าพูดเช่นนั้นเจ้าค่ะ! ว่าท่านอ๋องเฉินอี้เฟยทรงมีรับสั่งพิเศษให้ส่งใบชาชั้นดีนี้มาบำรุงสุขภาพคุณหนูเจ้าค่ะ" ชุ่ยเอ๋อร์เอ่ยตอบ เสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ฟางเซียนแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นเย็นเยียบเสียจนชุ่ยเอ๋อร์รู้สึกราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงแผ่นหลัง นางจำได้แม่นยำ... ในชาติภพก่อน ชาถ้วยนี้คือจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรม ภายในใบชาชั้นดีซุกซ่อนผงพิษไร้สีไร้กลิ่นจากแคว้นหลาง ที่องค์ชายจ้าวเหวินมอบผ่านมือสายลับเพื่อปลิดชีพนางให้พ้นทางรักและอำนาจ แต่วันนี้ หมากตานี้กลับถูกเปลี่ยนเจ้าของและเปลี่ยนผู้ถือหางเสียแล้ว "เงยหน้าขึ้น มองตาข้าสิ ชุ่ยเอ๋อร์" ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับมารดาเอ่ยกับบุตรธิดา ชุ่ยเอ๋อร์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นอย่างหวาดหวั่น ทันใดนั้น ดวงตาคู่คมกริบของฟางเซียนก็สบประสานเข้ากับนัยน์ตาที่ฉายแววลุกลี้ลุกลนอย่างปิดไม่มิด *รวดเร็ว เด็ดขาด ไร้ความปรานี* — นี่คือสัจธรรมที่นางเรียนรู้มาจากกองเพลิงแห่งตำหนักเย็นในอดีต "เจ้าบอกว่าได้ยินจากเรือนหน้า แต่เหตุไฉน... ป้ายหยกประจำตัวของสำนักคุ้มภัยตระกูลจ้าว ที่ซุกอยู่ใต้แขนเสื้อของเจ้า ถึงส่งกลิ่นน้ำมันจันทน์ที่ใช้เฉพาะในห้องหนังสือขององค์ชายสามเล่า?" เพล้ง! ถ้วยกระเบื้องเคลือบมุกในมือชุ่ยเอ๋อร์ร่วงหล่นแตกกระจาย เศษกระเบื้องบาดเข้าที่เรียวปากจนเลือดสีสดไหลซึม ร่างทั้งร่างของสาวใช้ล้มพับลงไปกองกับพื้นด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "คุณหนู... คุณหนูพูดเรื่องอะไรกันเจ้าค่ะ บ่าวไม่รู้เรื่อง บ่าวถูกใส่ร้าย!" ชุ่ยเอ๋อร์กรีดร้องโหยหวน พยายามจะคลานเข้าไปโอบกอดชายกระโปรงผ้าแพรปักลายหงส์ของนายหญิง ทว่ากลับถูกปลายรองเท้าปักดิ้นทองของฟางเซียนเขี่ยออกอย่างรังเกียจราวกับรังเกียจเศษสวะ "ใส่ร้ายหรือ?" ฟางเซียนลุกขึ้นยืนช้าๆ อาภรณ์ผ้าไหมสีเพลิงสะท้อนกับแสงตะเกียงวับแวม รัศมีความเป็นจักรพรรดินีแผ่ซ่านออกมาจากร่างระหงจนชุ่ยเอ๋อร์แทบไม่กล้าหายใจแรง "จดหมายลับที่เจ้าแอบส่งออกไปทุกคืนวันเพ็ญ เพื่อรายงานความเคลื่อนไหวของข้าและท่าทีของกองทัพพยัคฆ์ทมิฬของท่านอ๋อง... คิดว่าข้าคนนี้โง่เขลาเบาปัญญาถึงเพียงนั้นเชียวหรือ" "คุ... คุณหนูเมตตาด้วย! บ่าวถูกบังคับ ครอบครัวของบ่าวอยู่ที่จงโจว ถูกคนขององค์ชายสามกุมชะตาชีวิตไว้ บ่าวไม่มีทางเลือกเจ้าค่ะ!" ชุ่ยเอ๋อร์โขกศีรษะจนหน้าผากบวมปูดและมีโลหิตไหลอาบ "ไม่มีทางเลือก..." ฟางเซียนทวนคำ ดวงตาดำขลับวาวโรจน์ด้วยเพลิงแค้นที่ถูกจุดขึ้นใหม่ "ในโลกนี้ สตรีทุกคนล้วนมีทางเลือกเสมอ เพียงแต่เจ้าเลือกที่จะเหยียบย่ำความไว้วางใจของจวนตระกูลหลิน เพื่อไปเป็นสุนัขรับใช้ให้กับบุรุษสารเลวผู้นั้นเอง!" สิ้นเสียงคำสั่งเฉียบขาด องครักษ์เงาผู้ซ่อนกายในความมืดก็พุ่งตัวออกมาราวกับพญาเหยี่ยวคว้าเหยื่อ ร่างของชุ่ยเอ๋อร์ถูกกดลงกับพื้นอย่างไร้ทางสู้ ปิดปากแน่นสนิทไม่ให้หลุดเสียงร้องแม้แต่ครึ่งคำ ฟางเซียนก้มลงมองถ้วยชาที่ปะปนด้วยพิษมรณะ นางหยิบกาน้ำชาขึ้นมาอย่างใจเย็น รินน้ำร้อนระอุลงไปจนเต็มถ้วย ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเรียวสวยบังคับให้ชุ่ยเอ๋อร์อ้าปากออก แล้วกรอกน้ำชาพิษนั้นลงไปในลำคอระหงของสายลับสาวทีละนิดอย่างเลือดเย็น "ดื่มมันเสีย... ถือเป็นการตอบแทนความจงรักภักดีที่เจ้ามอบให้เจ้านายใหม่ของเจ้า" เสียงสำลักและเสียงครางอู้อี้ดังเล็ดลอดออกมาเพียงครู่ ก่อนที่ร่างของชุ่ยเอ๋อร์จะกระตุกเกร็งและแน่นิ่งไปต่อหน้าต่อตา ทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวเลือดจางๆ และควันกำยานที่ยังคงพวยพุ่ง ฟางเซียนยืนมองผลงานของตนเองด้วยหัวใจที่สงบนิ่ง ดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ความรู้สึกผิดบาป มีเพียงความสะใจและความมุ่งมั่นที่ทวีคูณ นางสะบัดแขนเสื้อเตรียมหันหลังกลับไปสั่งการเรื่องการจัดการศพให้เรียบร้อย ทว่า ในวินาทีนั้นเอง... เสียงปรบมือเบาๆ ทว่ากังวานก้อง ก็ดังขึ้นจากมุมมืดบริเวณหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ "ช่างเป็นวิธีการจัดการงูพิษที่งดงามและเด็ดเดี่ยวเสียจริง... แม่นางหลิน" ร่างสูงโปรดในชุดคลุมผ้าไหมสีนิลปักลายพยัคฆ์เงินก้าวล่วงผ่านกรอบหน้าต่างเข้ามาอย่างเงียบเชียบราวกับภูตผี ใบหน้าหล่อเหลาดั่งหยกสลักปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นทอดมองร่างไร้วิญญาณบนพื้น ก่อนจะเลื่อนกลับมาประสานสายตากับนางอย่างสื่อความหมาย อ๋องเฉินอี้เฟย... เหตุใดเขาถึงมาปรากฏตัวในห้องส่วนตัวของนางยามวิกาลเช่นนี้! ฟางเซียนชะงักงาย หัวใจที่เคยเยือกเย็นกลับเต้นระรัวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของท่านอ๋องผู้กุมอำนาจทั่วหล้า ยื่นเข้ามาเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียข้างแก้มของนางแผ่วเบา พร้อมกระซิบแนบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้ง "หมากกระดานนี้... ดูท่าว่าจะสนุกกว่าที่ข้าคิดไว้เสียแล้วสิ สนใจจะให้ข้าเป็นผู้เดินหมากคู่กับเจ้าด้วยหรือไม่เล่า พระชายาในอนาคต" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำไปกับเกมอำนาจและกลิ่นอายความแค้นนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - หงส์เพลิงหวนคืน
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานเลือด: จารึกใหม่ใต้เงาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%