กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่얼อายุสิบปีลอยอวลอยู่เบื้องหน้า ทว่าสิ่งที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องลับ ณ เรือนรับรองท้ายจวนอ๋องตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ มิใช่กลิ่นหอมกรุ่นของใบชา หากแต่เป็นคมดาบไร้เงาที่ปะทะกันผ่านสายตาของคนทั้งคู่
"หลินฟางเซียน เจ้าช่างกล้าหาญนัก... หรือควรเรียกว่า 'โง่เขลา' ดี ที่นำคอของตนเองมาพาดไว้บนคมดาบของเปิ่นหวางเช่นนี้"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัน อ๋องเฉินอี้เฟยประทับนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แดง พระเนตรคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวจดจ้องร่างระหงในชุดอาภรณ์สีม่วงเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต ทว่าความงามสง่าราวนางพญาของสตรีตรงหน้า มิได้ทำให้บุรุษผู้กุมบังเหียนทหารนับแสนหวั่นไหวแม้แต่น้อย มีเพียงความระแวดระวังและประกายพิศวงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบ
ฟางเซียนมิได้สะทกสะท้าน นางแย้มสร้อยพระโอษฐ์บางเบา ดุจดอกเหมันต์ที่แย้มกลีบกลางพายุหิมะ ปลายนิ้วเรียวเรียบเนียนบรรจงรินน้ำชาลงในจอกกระเบื้องเคลือบสีขาวบริสุทธิ์อย่างใจเย็น ท่าทีสงบนิ่งราวกับมิได้กำลังยืนอยู่ต่อหน้ามัจจุราชแห่งสนามรบ
"หม่อมฉันมิใช่คนโง่เพคะท่านอ๋อง... ทว่าการที่หม่อมฉันเลือกมาเหยียบที่นี่ ย่อมหมายความว่าหม่อมฉันมีสิ่งที่ท่านอ๋องกำลัง 'ปรารถนา' มากที่สุดวางอยู่บนโต๊ะหมากกระดานนี้แล้วเช่นกัน"
ฟางเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคงในทุกพยางค์ นางเลื่อนถ้วยชาอุ่นๆ ไปเบื้องพระพักตร์ของบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในราชสำนัก กิริยาอาการนั้นเปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งทระนงที่หาได้ยากยิ่งในหมู่สตรี
อี้เฟยทอดพระเนตรจอกชาเบื้องหน้า สลับกับใบหน้าเนียนละเอียดที่ฉาบด้วยรอยยิ้มลึกลับของสตรีผู้นี้ พระองค์ทรงทราบดีถึงข่าวลือเกี่ยวกับคุณหนูใหญ่สกุลหลิน สตรีผู้เคยอ่อนแอและถูกรังแกในเรือนหลัง บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นคมดาบที่ซ่อนพิษร้าย ทว่าการที่นางล่วงรู้ความลับระดับคอขาดบาดตายเกี่ยวกับการเคลื่อนพลนอกราชەโองการเมื่อสามปีก่อนได้ ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
"เจ้าเอาความมั่นใจมาจากไหน ว่าเปิ่นหวางจะเลือก 'ร่วมมือ' กับสตรีที่แม้แต่เบี้ยในมือยังรักษาไว้ไม่ได้ มากกว่าจะสั่งประหารเจ้าเพื่อตัดปัญหา" อี้เฟยโน้มพระวรกายมาข้างหน้าเล็กน้อย แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมารอบบริเวณ ราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม
ฟางเซียนมิได้ถอยหลังหนี นางสบตาคมคู่นั้นกลับอย่างไม่เกรงกลัว ประกายตาของนางเจิดจ้าด้วยความแค้นที่ถูกฝังกลบ แต่วันนี้มันถูกหลอมรวมจนกลายเป็นความเฉียบคมดั่งเพชรน้ำเอก
"เพราะท่านอ๋องทรงรู้ดีเพคะ... ว่าองค์ชายจ้าวเหวินมิได้มีความจงรักภักดีต่อบัลลังก์อย่างที่แสดงออก แผนการยักยอกเสบียงคลังทหารชายแดนเมื่อฤดูหนาวก่อน หากมิใช่เพราะมีคนในราชสำนักคอยหนุนหลัง โจรภูเขาเหล่านั้นจะมีปัญญาเข้าถึงคลังหลวงได้อย่างไร" ฟางเซียนโน้มตัวกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าทุกคำกลับดั่งอสุนีบาตที่ฟาดผ่าลงกลางใจของอี้เฟย
ดวงเนตรของอ๋องอี้เฟยหรี่แคบลงทันที รังสีอำมหิตพวยพุ่งขึ้นชั่วพริบตา มือหนาที่วางอยู่บนพนักเก้าอี้กำเข้าหากันแน่น บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นดั่งน้ำแข็ง ทว่าในขณะเดียวกัน ความรู้สึกทึ่งก็ก่อตัวขึ้นในพระHutของพระองค์ สตรีผู้นี้... รู้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
"เจ้าต้องการอะไรจากเปิ่นหวาง" อี้เฟยตรัสถามเสียงเยือกเย็น ไร้ซึ่งความลังเลอีกต่อไป
"ความพินาศของสกุลจ้าว... และความยุติธรรมที่ถูกปล้นไป" ฟางเซียนตอบกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด รอยยิ้มบนริมฝีปากบางเฉียบหายลับไป เหลือเพียงความมุ่งมั่นที่น่าสะพรึงกลัว "หม่อมฉันต้องการยืมอำนาจกองทัพพยัคฆ์ทมิฬของท่านอ๋อง เพื่อเหยียบย่ำผู้ที่เคยเหยียบย่ำหม่อมฉันให้จมดิน แลกกับการที่หม่อมฉันจะถางทางเดินขึ้นสู่บัลลังก์ที่สะอาดปราศจากหนามหนวดยโสให้แก่พระองค์... นี่คือข้อเสนอที่ท่านอ๋องไม่มีทางปฏิเสธได้ลงเพคะ"
ภายในห้องลับตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง เสียงหัวใจเต้นระส่ำของกาลเวลาคล้ายจะหยุดนิ่ง อี้เฟยทอดพระเนตรสตรีตรงนานเนิ่นนาน พระองค์ทรงพิจารณาทุกอณูบนใบหน้างดงามนั้น ค้นหาความหวาดกลัวหรือความลวงตา แต่สิ่งที่พบมีเพียงประกายไฟแห่งความพยาบาทที่ลุกโชนอย่างไม่มีวันมอดดับ
ยามเมื่อพระองค์ทรงเหยียดพระโอษฐ์แย้มสร้อยรอยยิ้มหยันออกมาเล็กน้อย ความดุดันน่าเกรงขามก็แปรเปลี่ยนเป็นความน่าสะพรึงกลัวที่แท้จริง
"ดี... ในเมื่อเจ้ากล้าเดิมพันด้วยชีวิต เปิ่นหวางก็จะให้โอกาสเจ้าได้พิสูจน์ฝีมือบนกระดานนี้" อี้เฟยตรัสพร้อมกับยื่นพระหัตถ์มารับจอกชาจากนาง จอกชาถูกยกขึ้นจิบช้าๆ ท่ามกลางความเงียบที่กดดันถึงขีดสุด "แต่หากเจ้าพลาดพลั้งแม้แต่ก้าวเดียว... ศีรษะบนบ่าของเจ้า จะมิใช่สิ่งเดียวที่ต้องหลุดร่วง"
ฟางเซียนยกย่องรับคำในใจ นางประสานมือคารวะอย่างงดงามตามธรรมเนียม ทว่าในวินาทีที่ข้อตกลงลับระหว่างพยัคฆ์หนุ่มผู้กุมกองทัพและหงส์เพลิงผู้กลับชาติมาเกิดได้บรรลุลง เสียงฝีเท้าเร่งรีบอันผิดปกติก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือนรับรอง พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกขององครักษ์ประจำตัว
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... ราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... พระราชทานสมรสข้ามคืน!"
อี้เฟยและฟางเซียนชะงักค้างไปพร้อมกัน ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ประตูห้องจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง ขันทีเฒ่าผู้ถือราชโองการก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด พร้อมกับม้วนกระดาษสีทองอร่ามในมือที่สั่นเทาน้อยๆ
และเมื่อชื่อของ 'ผู้ถูกพระราชทานสมรส' หลุดออกมาจากปากของขันทีเฒ่า... ลมหายใจของฟางเซียนก็แทบจะขาดห้วงลง ณ วินาทีนั้นทันที!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกเกมแค้นไปกับฟางเซียนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
หมากกระดานเลือด: จารึกใหม่ใต้เงาสวรรค์•ตอนที่ 7
พันธมิตรที่ไม่คาดฝัน
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานเลือด: จารึกใหม่ใต้เงาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!