หมากกระดานเลือด: จารึกใหม่ใต้เงาสวรรค์•ตอนที่ 5

เงาของอ๋องผู้เงียบงัน

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
คมดาบเหล็กกล้าเจิดจ้าสะท้อนแสงโคมไฟสีเลือดในสวนหลังโถงใหญ่ ปลายคมกริบนั้นจ่ออยู่ห่างจากลำคอระหงของหลินฟางเซียนเพียงไม่ถึงคืบ ทว่าสตรีผู้ยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางวงล้อมกลับไม่มีแม้แต่รอยสะดุ้งสะเทือน นางยังคงรักษาท่าทีสง่างามดั่งหงส์เหนือ "ลดดาบลง" สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นแหวกความมืดมิด ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ร่างสูงสง่าในชุดคลุมปักลายกิเลนสีนิลสนิทก้าวออกมาจากเงาไม้ใหญ่ ออร่าความเยือกเย็นแผ่ซ่านกดดันจนทหารรักษาการณ์ทั้งหมดต้องรีบคุกเข่าลงทันที เฉินอี้เฟย—บุรุษผู้กุมบังเหียนกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ ผู้ที่แม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องเกรงใจสามส่วน ฟางเซียนช้อนสายตาขึ้นสบกับดวงตาคมกลาบดั่งเหยี่ยวคู่นั้น หัวใจที่เคยตายด้านไปแล้วชาติหนึ่งกลับกระตุกวูบ ภายใต้ความนิ่งงันของเขา นางมองเห็นประกายความสงสัยระคนระแวดระวังที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน "บังอาจนัก! สนมฟางเซียนลอบเข้ามาในเขตหวงห้ามยามวิกาล ทั้งยังมีศพนางกำนัลอยู่เบื้องหลัง ย่อมมีพิรุธต้องสงสัยยิ่ง ท่านอ๋อง... โปรดให้ข้าพ้านำตัวนางไปสอบสวนด้วยเถิดขอรับ" นายกองทหารรักษาการณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน เฉินอี้เฟยไม่ได้ตอบรับทันที เขาย่างสามขุมเข้ามาใกล้ร่างบาง กลิ่นอายบุรุษเพศอันตรายผสมผสานกับกลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กและชาชั้นดีลอยเข้าแตะนาสิก ฟางเซียนไม่ถอยหลังหนี นางเพียงแย้มสรวลน้อยๆ รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความหมายลึกซึ้งจนคนมองต้องคิ้วกระตุก "สนmอย่างข้า เดินชมจันทร์ในตำหนักตนเอง ยามวิกาลเช่นนี้ผิดด้วยหรือเพคะ... ท่านอ๋อง" สุფเสียงหวานใสกังวานใสราวกระดิ่งเงิน แต่แฝงไว้ด้วยความท้าทายที่ไร้ความเกรงกลัว เฉินอี้เฟยหยุดยืนเบื้องหน้านาง ระยะห่างเพียงเอื้อมมือสัมผัส เขากวาดสายตาคมกริบสำรวจเรือนร่างระหงตั้งแต่ยอด1ผมปักปิ่นหยกมรกตจรดปลายรองเท้าปักลายดอกเหมียว สายตานั้นราวกับจะเฉือนผิวเนื้อของนางให้เปิดออกเพื่อค้นหาความลับ "เจ้าไม่กลัวตายหรือ... หลินฟางเซียน" เขากระซิบถาม เสียงนั้นแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของปีศาจข้างหู ทว่าดวงตากลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง ราวกับพยายามค้นหาเงาของสตรีอีกคนในอดีตที่เขาฝังใจ "ความตายเป็นสหายเก่าของข้าเพคะ... แต่ท่านอ๋องต่างหากเล่า ที่กำลังเดินเข้าสู่หลุมพรางที่ผู้อื่นขุดไว้โดยไม่รู้ตัว" นางตอบกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งมีดโกนอาบน้ำผึ้ง มุมปากหยักลึกของเฉินอี้เฟยกระตุกขึ้นเล็กน้อย นี่ไม่ใช่กิริยาของสนมในห้องหอที่วันๆ เอาแต่รอความโปรดปราน สตรีเบื้องหน้านางมีความเย่อหยิ่งดั่งพญาอินทรี และมีความเจ้าเล่ห์ดั่งสุนัขจิ้งจอกจำศีล "บังanนัก! เจ้ากล้ากล่าวหา..." นายกองคนเดิมทำท่าจะพุ่งเข้ามา "ถอยไป" เฉินอี้เฟยยกมือขึ้นห้ามเสียงเข้ม ปรายตามองลูกน้องเพียงนิดเดียวกดดันจนอีกฝ่ายต้องก้มหน้าถอยร่นไป จากนั้นเขาจึงหันกลับมาหาฟางเซียนอีกครั้ง ดวงตาคู่นั้นหรี่แคบลง "เจ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร" ฟางเซียนก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด จนชายเสื้อคลุมของทั้งสองเกือบจะสัมผัสกัน กลิ่นกายหอมเย็นของนางผสมผสานกับกลิ่นดอกไม้ป่าทำให้สมองของท่านอ๋องผู้เยือกเย็นเกิดความปั่นป่วนชั่วขณะ "หากท่านอ๋องทรงก้าวเดินไปทางทิศตะวันตกของโถงรับรองอีกเพียงสามก้าว... ท่านจะได้พบกับ 'ของขวัญ' ชิ้นงามที่องค์ชายจ้าวเหวินทรงพระราชทานไว้ให้ท่าน... เป็นสิ่งที่จะทำให้แผ่นดินนี้ลุกเป็นไฟได้เลยทีเดียวเพคะ" คำพูดของนางทำให้แววตาของเฉินอี้เฟยเปลี่ยนไปในฉับพลัน ความระแวงแปรเปลี่ยนเป็นประกายแห่งความตื่นตัวอันตราย เขารู้ดีว่าข่าวกรองเรื่ององค์ชายจ้าวเหวินกับกองกำลังลับนั้นเป็นความลับสุดยอด แล้วสตรีผู้นี้ล่วงรู้ได้อย่างไร? ทว่า ก่อนที่เฉินอี้เฟยจะได้เอ่ยปากซักถามสิ่งใด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายก็ดังขึ้นจากทางด้านหน้าสวน พร้อมกับแสงคบเพลิงที่สว่างไสวเจิดจ้า "ฝ่าบาทเสด็จ——!" เสียงขันثียืนขานก้องกังวานทำลายความเงียบงัน เฉินอี้เฟยขมวดคิ้วมุ่นทัน3 ที ฮ่องเต้เสด็จมาในยามวิกาลเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน ฟางเซียนลอบยิ้มเยาะในใจ ทุกอย่างเป็นไปตามหมากที่นางวางไว้บนกระดาน นางเบนสายตาไปมองร่างสูงใหญ่ของเฉินอี้เฟยที่กำลังหันไปมองทางต้นเสียง เฉินอี้เฟยหันกลับมามองนาง แววตาเต็มไปด้วยความซับซ้อน เขายื่นมือหนาออกมาคว้าข้อมือเรียวของนางไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล บีบจนกระดูกแทบร้าว แต่ไร้ซึ่งความเจ็บปวดที่นางใส่ใจ "ดูเหมือนว่า... เจ้ากับข้ามีเรื่องต้องสะสางกันยาวนานทีเดียว สนมฟางเซียน" เขาเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน "ข้าพระองค์ยินดีรับฟังทุกคำบัญชาของท่านอ๋องเสมอเพคะ..." ฟางเซียนตอบรับด้วยรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ทว่าแววตากลับเปล่งประกายความเยียบเย็นดั่งหิมะพันปี ในจังหวะที่ฮ่องเต้และเหล่าราชองครักษ์ก้าวพ้นซุ้มประตูเข้ามา เฉินอี้เฟยกลับไม่ยอมปล่อยมือจากข้อมือของนาง แต่เขากลับดึงร่างบางเข้าไปชิดอกแกร่งในระยะประชิด ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคนที่พบเห็น และก่อนที่ใครจะได้เอ่ยทักท้วง เฉินอี้เฟยก็โน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหูของนางด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายของฟางเซียนเย็นเฉียบ *“หากเกมกระดานนี้เจ้าเดินผิดพลาดแม้แต่ก้าวเดียว... ข้าจะสังหารเจ้าด้วยมือของข้าเอง... พระชายาของข้า”* *** ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกเกมแค้นไปกับฟางเซียนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานเลือด: จารึกใหม่ใต้เงาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%