หมากกระดานเลือด: จารึกใหม่ใต้เงาสวรรค์•ตอนที่ 12

คดีปริศนาในวังหลวง

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นหอมเยือกเย็นของไม้กฤษณาและชาผู่เอ่อร์หมักบ่มข้ามปีลอยอวลอยู่เบื้องพระพักตร์ ทว่าบรรยากาศภายในตำหนักบูรพาเวลานี้กลับเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งในยันต์เหมันต์ หลินฟางเซียนยืนตัวตรงสง่างาม ภายใต้อาภรณ์ปักลายหงส์สีชาดทับด้วยผ้าแพรโปร่งบาง นางกำลังจ้องมอง "กระถางกำยานหยกขาว" บนโต๊ะไม้สลักลายวิจิตร สิ่งนี้... คือชนวนเหตุแห่งความหายนะที่เคยพรากชีวิตของนางไปเมื่อชาติภพก่อน ในชาติที่แล้ว นางถูกปรักปรำว่าเป็นผู้ใส่ยาพิษสลายกระดูกลงในกำยานถวายพระสนมเอก จนต้องรับพระราชอาญาตายอย่างโดดเดี่ยวในตำหนักเย็น ทว่าวันนี้ โชคชะตาหาได้ปล่อยให้นางต้องเดินซ้ำรอยเดิมไม่ "หลินฟางเซียน เจ้ามีความกล้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ ถึงกล้าก้าวเข้ามาในคดีที่ขุนนางตงินทั้งราชสำนักยังจนปัญญา" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงไว้ด้วยรอยยิ้มเยาะดังขึ้นจากเบื้องสูง องค์ชายจ้าวเหวินประทับอยู่บนเก้าอี้พนักสูง สายตาคู่คมกริบดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บพินิจพิเคราะห์สตรีตรงหน้า ราวกับกำลังมองดูเหยื่อที่เดินเข้าสู่กรงเล็บด้วยความสมัครใจ เขาสวมชุดคลุมไหมปักลายมฆาห้าสี สะท้อนอำนาจที่แผ่ซ่านกดดันจนข้ารับใช้รอบกายแทบไม่กล้าหายใจแรง ฟางเซียนมิได้หวาดหวั่น นางเพียงแย้มสรวลน้อยๆ รอยยิ้มที่งดงามทว่าเย็นชาดั่งบุปผาน้ำแข็ง นางยกมือขึ้นคารวะตามธรรมเนียมราชสำนักอย่างไร้ที่ติ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "หม่อมฉันเพียงแต่นำ 'ความจริง' ที่ซ่อนอยู่ใต้เงาจันทร์มาถวายฝ่าบาทและองค์ชายก็เท่านั้นเพคะ คดีพิษสลายกระดูกในกระถางกำยานนี้ มิใช่เรื่องยากเกินกว่าจะไขกระจ่าง หากแต่ผู้คนมักมองข้าม 'ร่องรอย' ที่ทิ้งไว้ใกล้ตัวที่สุด" ฉับพลัน ประตูตำหนักก็เปิดออกอย่างไร้เสียง พร้อมกับการก้าวเข้ามาของบุรุษผู้หนึ่งซึ่งทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปในทันที อ๋องเฉินอี้เฟย ในชุดเกราะอ่อนสีดำสนิทประดับลวดลายเงินยวง ร่างสูงสง่าราวกำแพงเหล็ก กลิ่นอายสนามรบและโลหิตเจือจางผสมผสานกับความเยือกเย็น ดึงดูดทุกสายตาให้หันไปมอง ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์ก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างระหงของฟางเซียน ประกายความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบฉายวาบขึ้นเพียงเสี้ยววิ "เซียนเอ๋อร์... เจ้าแน่ใจแล้วหรือ" เฉินอี้เฟยเอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจแต่แฝงความอ่อนโยนไว้เบื้องลึก เป็นสัญญาณเตือนจากบุรุษผู้กุมบังเหียนกองทัพว่า เขารู้ว่านางกำลังเล่นกับไฟกองใหญ่ "ท่านอ๋องโปรดวางใจเพคะ ดอกไม้พิษย่อมมีหนทางแก้ ดาบที่เงื้อขึ้นย่อมต้องมีผู้รับ" ฟางเซียนปรายตามองเฉินอี้เฟยด้วยความซาบซึ้งในความห่วงใยที่อีกฝ่ายมอบให้ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับองค์ชายจ้าวเหวินผู้มีสีพระพักตร์เริ่มเปลี่ยนสี "เจ้าหมายความว่าอย่างไร หลินฟางเซียน?" องค์ชายจ้าวเหวินหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากพระองค์ ฟางเซียนไม่ตอบคำพูดในทันที นางก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะไม้สลัก ยื่นมือเรียวดั่งหยกขาวหยิบช้อนเงินขนาดเล็กขึ้นมา จุ่มลงไปในขี้เถ้ากำยานที่มอดไหม้ไม่หมด แล้วยกขึ้นให้ทุกคนได้ประจักษ์แก่สายตา "ฝ่าบาททรงทอดพระเนตรเถิดเพคะ พิษสลายกระดูกมิได้ถูกผสมลงในเนื้อกำยานตั้งแต่ต้นทาง หากแต่ถูกป้ายไว้ที่ 'ขอบปากกระถางด้านใน' ซึ่งผู้ที่จะแตะต้องจุดนี้ได้ มีเพียงผู้ที่ทำหน้าที่ถวายพระพรและเปลี่ยนเครื่องหอมในยามค่ำคืน... และคนผู้นั้น ก็คือนางกำนัลคนสนิทของพระสนมเอกผู้ล่วงลับ ซึ่งเวลานี้กำลังหลบซ่อนตัวอยู่หลังม่านพระเนตรของใครบางคนในที่นี้!" สิ้นคำพูดของฟางเซียน บรรยากาศในตำหนักพลันเงียบกริบลงราวกับป่าช้า พระพักตร์ขององค์ชายจ้าวเหวินเผือดสีลงชั่วขณะ มือที่วางอยู่บนพนักเก้าอี้กำแน่นจนข้อพระหัตถ์ขาวซีด ความเงียบเข้าปกคลุมราวกับอากาศกำลังจะหมดสิ้นไปจากห้อง ทว่าในวินาทีที่ทุกคนกำลังตะลึงงันกับหลักฐานอันไร้ที่ติ ประตูชั้นในของตำหนักก็ถูกผลักออกอย่างแรง ขันทีเฒ่าผู้หนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าโขกศีรษะจนพื้นสะเทือน พร้อมกับชูสาส์นลับที่ผนึกด้วยตราประทับหยกมังกรทองขึ้นเหนือหัวด้วยมือที่สั่นเทา "กราบทูล... พระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! มีรับสั่งให้ปลดและควบคุมตัว... องค์ชายจ้าวเหวิน ทันที!" ดวงตาของฟางเซียนหรี่ลงเล็กน้อย นางหันไปสบตากับเฉินอี้เฟยที่ยืนอยู่เคียงข้าง หมากตานี้... นางเป็นฝ่ายเดินได้งดงามยิ่งนัก ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกเกมแค้นไปกับฟางเซียนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานเลือด: จารึกใหม่ใต้เงาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%