เพลิงอัคคีสีครามในเตาหลอมโอสถสะท้อนเงาใบหน้าอันคมคายของมู่หรงเฉินให้แลดูดุจดั่งปีศาจจากขุมนรก ไอความร้อนระอุแผ่ซ่านผ่านผนังศิลาโบราณจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นคลื่น รัศมีปราณขั้นมหาเซียนแผ่ขยายกดทับบรรยากาศภายในห้องโถงลับจนแทบหยุดหายใจ ทว่าสิ่งที่หนักหน่วงยิ่งกว่าพลังกดดัน กลับเป็นความเงียบงันที่คั่นกลางระหว่างเขากับร่างระหงของศิษย์สาวผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า
ไป๋หลานมิได้สะท้อนความหวาดกลัวต่อไอปราณรอบตัวแม้แต่น้อย ดวงตาคู่นั้นจ้องมองตรงมายังปรมาจารย์ผู้ขึ้นชื่อว่าไร้ใจ แววตาของนางเจือไปด้วยความหยันเย้ยและร่องรอยแห่งความเจ็บปวดจากอดีตชาติที่ยังคงกัดกินวิญญาณ
"ท่านอาจารย์..." เสียงหวานใสทว่าเย็นชาดังขึ้นทำลายความเงียบ "ท่านยังคงหลอกตัวเองด้วยการหลอมโอสถกลืนชะตาเม็ดนี้อยู่หรือ? ต่อให้ท่านหลอมมันสำเร็จจนครบเก้าสัปราชย์ ไอปราณแห่งการฝืนลิขิตนี้ก็ไม่อาจลบเลือนรอยเลือดบนมือของท่านได้หรอกนะครับ"
มู่หรงเฉินมิได้หันกลับมามอง มือเรียวยาวที่กำลังควบคุมเปลวเพลิงด้วยเคล็ดวิชาสะท้านฟ้ายังคงมั่นคงดุจหินผา ทว่าริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นบ่งบอกถึงคลื่นอารมณ์ที่กำลังซัดส่ายในอก
"เจ้าเด็กโง่... เจ้าเข้าใจอะไรเกี่ยวกับกฎแห่งสวรรค์" น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของมังกรหลับไหลลอดออกมาจากลำคอ "สำนักวิชาเราดำรงอยู่ได้ด้วยความเด็ดเดี่ยว หากศิษย์นอกรีตผู้ใดกล้าแตะต้องกฎเหล็ก ผลลัพธ์ย่อมมีเพียงความตาย แม้ว่าผู้นั้นจะเป็น... ศิษย์รักที่ข้าฟูมฟักมาด้วยหยาดเหงื่อก็ตาม"
"ความตายหรือความขลาดเขลากันแน่!" ไป๋หลานก้าวเท้าเข้าหาหนึ่งก้าว เสียงรองเท้ากระทบพื้นศิลาสะท้อนก้องกังวาน ปราณกระบี่ในกายของนางพลุ่งพล่านจนเกิดเสียงหวีดหิวบาดแก้วหู "ท่านสังหารข้าในชาติภพก่อนด้วยกระบวนท่า 'อัสนีตัดวิญญาณ' เพียงเพราะกลัวว่าความลับเรื่องศิลาบรรพกาลจะรั่วไหลออกไป บัดนี้ข้าหวนคืนกลับมาพร้อมกับสายเลือดและความทรงจำเดิม ท่านคิดหรือว่าบัญชาสวรรค์จะยอมปล่อยให้ท่านเล่นละครตบตาเช่นนี้ต่อไปได้อีก?"
ทันใดนั้น บรรยากาศรอบกายก็แปรเปลี่ยนเป็นเหน็บหนาวจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง อักขระโบราณที่สลักไว้บนเสาศิลาเริ่มเรืองแสงสีทองคำขาว เสียงคำรามต่ำๆ ดังสะเทือนมาจากผืนปฐพีเบื้องล่าง ราวกับมีมหาสัตว์อสูรโบราณกำลังตื่นจากการหลับใหล
มู่หรงเฉินสะบัดแขนเสื้อวูบหนึ่ง เปลวเพลิงสีครามมอดดับลงในพริบตา เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายแผ่รังสีอำมหิตที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสรรพสิ่งให้แหลกเป็นจุล ดวงตาคมกริบจดจ้องมองศิษย์สาวเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย
"เจ้ามิใช่ไป๋หลานคนเดิม..." มู่หรงเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย "พลังปราณที่เจ้าฝึกฝนในชาตินี้ไม่ใช่เคล็ดวิชาของสำนักเรา มันคือวิชาสายมารจากแดนสนธยา... เจ้าไปทำพันธะสัญญากับสิ่งใดมา เจ้ากำลังทำลายสมดุลของวัฏสงสาร!"
"สมดุลหรือ?" ไป๋หลานหัวเราะเยาะ รอยยิ้มของนางงดงามแต่กลับแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย "สวรรค์ต่างหากที่ไร้ความยุติธรรม ท่านต่างหากที่หวาดกลัวว่าหากข้าเติบโตขึ้นจนก้าวข้ามขอบเขตเซียน ท่านจะไม่มีปัญญาควบคุมข้าได้อีกต่อไป ท่านอาจารย์ผู้ทรงคุณธรรม... ท่านจงฟังให้ดี วันนี้ข้าไม่ได้มาเพื่อฟังคำสั่งสอนจากท่าน แต่ข้ามาเพื่อเตือนท่านว่า..."
นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายแสงสีโลหิตวบหนึ่ง ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูของชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่ทำให้วิญญาณสั่นสะท้าน
"...ชะตากรรมที่ท่านพยายามหลบหนีมาตลอดสามร้อยปี บัดนี้ได้เดินทางมาถึงบทสุดท้ายแล้ว และผู้ที่จะเป็นคนปลิดชีพท่าน ก็คือศิษย์ผู้ที่ท่านเคยลงมือสังหารด้วยมือคู่นั้นเองครับ"
สิ้นคำกล่าว อากาศเบื้องบนตำหนักโอสถก็พลันฉีกขาดออกเป็นทางยาว เมฆหมอกสีดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับภาพวาดพู่กันหมึกที่ถูกแต้มด้วยความเกรี้ยวกราด สายฟ้าสีม่วงเข้มเส้นมหึมาฟาดผ่าลงมาตรงกลางลานพิธีจนศิลาแกร่งแตกละเอียดเป็นผุยผง แรงกระแทกผลักให้ทั้งสองร่างต้องถอยหลังไปคนละก้าว
มู่หรงเฉินเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่แปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด สัญชาตญาณดิบภายในกายเตือนภัยถึงมหันตภัยครั้งใหญ่ที่กำลังจะอุบัติขึ้น ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากซักถามสิ่งใด แสงสว่างวาบสีทองอันเจิดจ้าก็สาดส่องลงมาจากรอยแยกมิติเบื้องบน
ร่างของเงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ปรากฏขึ้นท่ามกลางสายฟ้าที่กำลังคำรามก้อง กลิ่นอายพลังระดับเทพเจ้าแผ่ซกดทับทุกสรรพสิ่งในรัศมีร้อยลี้จนแม้แต่ยอดฝีมือยังต้องคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว
เงาร่างนั้นหันมามองมู่หรงเฉินด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไร้ซึ่งอารมณ์ ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำประกาศิตที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสามภพ
"มู่หรงเฉิน... บัญชาสวรรค์ได้ถูกบิดเบี้ยวแล้ว และผู้ที่กุมชะตากรรมของแผ่นดินนี้ หาใช่เจ้าหรือนาง... แต่คือมันผู้ที่จะก้าวเข้ามาในอีกสามลมหายใจนี้ครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและบททดสอบจิตใจอันล้ำลึกนี้ร่วมกันนะครับ
เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้หลงทิศ•ตอนที่ 9
คำเตือนจากเทพผู้เฝ้าประตู
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้หลงทิศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!