“เจ้าคิดหรือว่าการปิดบังซ่อนเร้นเพียงเท่านี้ จะรอดพ้นสายตาของปรมาจารย์โอสถเช่นข้าไปได้?”
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับผิวน้ำที่ไร้กระเพื่อมของมู่หรงเฉิน ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในหอทดสอบจิตวิญญาณ เขาไม่ได้หันไปมองศิษย์ตัวน้อยที่ยืนสั่นสะท้านอยู่เบื้องหลัง เพียงแค่กวาดสายตามองม่านพลังที่กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรงจากการปะทะกับแรงกดดันมหาศาล
ไป๋หลานกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความรู้สึกเจ็บแปลบที่แล่นผ่านหัวใจมิใช่จากแรงกดดันของหอทดสอบ หากแต่เป็นวาจาที่เฉียบคมดุจใบมีดโกนของบุรุษเบื้องหน้า นางสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นไอสังหารที่ก่อตัวขึ้นในห้วงจิตใต้สำนึก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบสายตาเย็นชาของเขาอย่างไม่ยอมแพ้
“ข้าเพียงแต่ทำตามกฎของสำนัก... อาจารย์มู่หรง” นางเค้นเสียงตอบ ลมปราณในกายเริ่มหมุนวนผิดจังหวะ ดั่งพายุที่กำลังก่อตัวใต้ผิวน้ำ
มู่หรงเฉินค่อยๆ หันกลับมา แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว ทว่ามันกลับว่างเปล่าลึกซึ้งดั่งห้วงเหวที่ไม่มีวันเติมเต็ม เขาจ้องมองไปที่จุดตันเถียนของนาง แสงสีทองจางๆ สะท้อนในดวงตาคู่คม “พลังปราณของเจ้ามิได้บริสุทธิ์ผุดผ่องดั่งที่คนทั่วไปมองเห็น มันเป็นพลังที่อาบด้วยความแค้นและกลิ่นอายของโลหิต... เจ้าเป็นใครกันแน่ ไป๋หลาน?”
ความกดดันในห้องโถงเพิ่มสูงขึ้นจนหินศิลาที่ประดับอยู่รอบข้างเริ่มแตกร้าว ไป๋หลานรู้สึกราวกับร่างกายถูกบีบอัดด้วยคีมเหล็กนับพันชิ้น กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นดังกรอบแกรบ ทว่านางยังคงยืนหยัดหลังตรง สายตาที่จ้องมองอาจารย์ผู้เคยเป็นที่พึ่งพิงเพียงหนึ่งเดียวในอดีตชาติ บัดนี้เหลือเพียงความเย็นชาที่สะท้อนเงาของเขากลับไป
“หากท่านอยากรู้ ท่านก็ควรลงมือเอง ไม่ใช่ใช้เพียงแรงกดดันที่น่าสมเพชนี้”
สิ้นคำกล่าว ร่างของไป๋หลานก็สั่นสะท้านขึ้นอย่างรุนแรง พลังที่ซ่อนเร้นมานานนับปีทะลักออกจากจุดตันเถียนราวกับเขื่อนแตก ลมปราณสีม่วงเข้มดุจท้องฟ้ายามราตรีที่ถูกย้อมด้วยเพลิงโทสะพวยพุ่งขึ้นสู่เพดานหอทดสอบ อักขระเวทสีทองที่สะกดนางไว้ถูกกระชากขาดสะบั้นลงในพริบตาเดียว
มู่หรงเฉินชะงักไปเล็กน้อย คิ้วกระบี่ขมวดเข้าหากันเพียงเสี้ยววินาที “เคล็ดวิชาเพลิงจักรวาลผลาญวิญญาณ... เจ้าได้มันมาจากที่ใด?”
นั่นคือวิชาต้องห้ามที่เขาสังหารศิษย์รักไปเมื่อหลายปีก่อน วิชาที่เขาเชื่อว่าได้สูญหายไปพร้อมกับร่างของนางผู้นั้นแล้ว
ไป๋หลานยกยิ้มที่มุมปาก ทว่าดวงตากลับหม่นแสงลงอย่างประหลาด “หากข้าบอกว่ามันเป็นของขวัญที่ท่านมอบให้ข้าในวันที่ท่านสังหารข้าด้วยมือของท่านเอง... ท่านจะเชื่อหรือไม่?”
บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนไป ลมปราณมหาศาลจากร่างกายของไป๋หลานไม่ได้พุ่งเป้าเข้าโจมตี แต่กลับก่อตัวเป็นมวลพลังที่กดทับมิติรอบตัวจนบิดเบี้ยว รอยร้าวบนพื้นหินขยายตัวเป็นเส้นสายดั่งใยแมงมุม พลังแฝงของนางคือการดึงเอา 'เจตจำนงแห่งความอาฆาต' มาเปลี่ยนเป็นพลังปราณที่ไร้ขีดจำกัด นี่คือผลลัพธ์ของการตายแล้วฟื้นในนรกภูมิที่นางเพียรพยายามปีนป่ายขึ้นมา
มู่หรงเฉินขยับกายเพียงนิด คลื่นพลังสีขาวบริสุทธิ์จากร่างของเขาแผ่ออกมาปะทะกับไอสีม่วงของศิษย์สาวจนเกิดเสียงระเบิดดั่งฟ้าผ่าในที่แคบ แรงปะทะนั้นส่งผลให้กำแพงหอทดสอบที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าถึงกับสั่นคลอน
“เจ้ามิใช่ไป๋หลานคนเดิม...” เขากล่าวเสียงต่ำ มือเรียวยาวขยับขึ้นกุมด้ามกระบี่ที่ข้างเอวเพียงเล็กน้อย การกระทำที่บ่งบอกถึงความระแวดระวังถึงขีดสุด
“ท่านพูดถูก ปรมาจารย์” ไป๋หลานก้าวเข้ามาหาเขาหนึ่งก้าว ไอสังหารที่พุ่งพล่านเริ่มสงบนิ่งลงในสายตาที่จ้องมองตรงมายังหน้าอกของเขา “ไป๋หลานคนนั้นตายไปแล้ว เหลือเพียงวิญญาณที่หิวโหยคำตอบ... และวันนี้ ข้าไม่ได้มาเพื่อเป็นศิษย์ของท่าน แต่ข้ามาเพื่อทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นของข้า”
นางยกมือขึ้น พลังปราณสีม่วงรวมตัวกันที่ปลายนิ้วกลายเป็นคมกระบี่อากาศที่แหลมคม มู่หรงเฉินรับรู้ได้ถึงภัยคุกคามที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบหลายร้อยปี เขาไม่ได้ถอยหนี แต่กลับก้าวไปข้างหน้าเพื่อเผชิญหน้ากับความจริงที่กำลังจะเปิดเผย
ทว่า ในขณะที่คมกระบี่ของทั้งคู่กำลังจะปะทะกันจนพินาศไปข้างหนึ่ง เสียงระฆังเตือนภัยดังลั่นจากภายนอกหอทดสอบ เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องเหนือยอดเขาดั่งฟ้าดินกำลังพิโรธ
มู่หรงเฉินชะงัก สายตาหันไปมองหน้าต่างที่เผยให้เห็นท้องฟ้าสีเลือดที่กำลังก่อตัวขึ้นเหนือยอดเขาหลักของสำนัก
“เจ้าทำอะไรลงไป...” เขาถามเสียงเย็น
ไป๋หลานเองก็เบิกตากว้าง ความแค้นในแววตาถูกแทนที่ด้วยความตระหนก “ข้า... ข้าไม่ได้ทำ... นี่มันคือทัณฑ์สวรรค์ที่สะกดไว้ด้วยโลหิตของศิษย์สำนักท่าน!”
จากรอยร้าวบนผนังหอทดสอบ บัดนี้มีไอสีดำมืดมิดแทรกซึมเข้ามา มันไม่ใช่พลังปราณ แต่เป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า... มันคือกลิ่นอายของ 'ผู้ถูกเนรเทศ' ที่ถูกจองจำอยู่ใต้สำนักเซียนแห่งนี้มานานนับพันปี และการปลุกพลังของไป๋หลาน ได้กลายเป็นกุญแจดอกสุดท้ายที่ปลดปล่อยพันธนาการทั้งหมด
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและบททดสอบจิตใจอันล้ำลึกนี้ร่วมกันนะครับ – เพลิงโอสถสวรรค์
เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้หลงทิศ•ตอนที่ 10
ก้าวแรกสู่เส้นทางเซียน
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้หลงทิศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!