เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้หลงทิศ•ตอนที่ 11

วิชาลับแห่งพรรคมาร

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
"วิชาโลหิตกลืนตะวัน... สมควรใช้จิตมารเป็นเตาหลอม หรือใช้ความชิงชังเป็นเชื้อเพลิงกันแน่?" เสียงพึมพำอันแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตดังขึ้นภายในถ้ำลับหลังน้ำตกอัคคี ไอน้ำร้อนระอุที่พวยพุ่งถูกสะกดให้หยุดนิ่งด้วยพลังปราณทมิฬที่แผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ไป๋หลานนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นศิลาเย็นเยียบ ร่างกายของนางสั่นเทิ้มด้วยความเจ็บปวดจากการโคจรพลังที่สวนทางกับวิถีแห่งเซียน เม็ดเหงื่อกาฬไหลรินผสมปะปนกับคราบโลหิตที่มุมปาก ดวงตาคู่งามที่เคยฉายแววใสซื่อในอดีต บัดนี้กลับแดงก่ำดุจโลหิต และมีประกายอัสนีสีดำวับแวมอยู่ภายใน นับตั้งแต่หวนคืนกลับมาเหยียบย่าง ณ สำนักภูผาสวรรค์อีกครั้ง นางใช้เวลาทุกค่ำคืนลอบศึกษาตำต้องห้ามที่ซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือโบราณในหอคัมภีร์ มู่หรงเฉินคิดว่าเขาคุมขังนางไว้ในกรอบแห่งกฎเกณฑ์อันเข้มงวดได้ แต่มันกลับเป็นช่องว่างให้อสรพิษร้ายหลุดพ้นจากพันธนาการ "อาจารย์... ท่านคงคาดไม่ถึงกระมัง ว่าศิษย์ที่ท่านเคยสังหารด้วยมือคู่นั้น จะยังมีชีวิตกลับมาเพื่อทวงคืนหนี้เลือด!" ไป๋หลานแค่นเสียงหัวเราะเยือกเย็นในลำคอ นางยกมือขึ้นประสานอินทร์ลับ ทันใดนั้น อักขระสีดำสนิทนับร้อยตัวก็ปรากฏขึ้นรอบกาย หมุนวนด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงหวีดหิวบาดแก้วหู ไอปราณรอบตัวนางแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม คล้ายกับเปลวเพลิงที่กำลังแผดเผาจิตวิญญาณของตนเอง นี่คือ 'วิชาโลหิตกลืนตะวัน' เคล็ดวิชามารโบราณที่แม้แต่เจ้าสำนักในอดีตยังไม่กล้าแตะต้อง เพราะผู้ฝึกฝนต้องแลกมาด้วยการสูญเสียความเป็นมนุษย์ทีละน้อย แลกกับการทะลวงขอบเขตพลังที่รวดเร็วจนน่าสะพรึงกลัว ความเจ็บปวดราวกับกระดูกถูกบดละเอียดแล่นพล่านไปทั่วร่าง ไป๋หลานกัดริมฝีปากจนห้อเลือด รสชาติเค็มปร่าของโลหิตไหลรินผ่านลำคอ แต่นางไม่แม้แต่จะส่งเสียงร้องออกมาสักแอะ ความแค้นฝังหุ่นคือน้ำทิพย์ชะโลมใจที่ค้ำจุนให้นางอดทนต่อความทรมานนี้ ภาพเหตุการณ์ในวันนั้น... วันที่มู่หรงเฉินผู้เป็นทั้งอาจารย์และดวงใจ ยื่นกระกระบี่ทะลวงผ่านร่างของนางอย่างไร้ความปรานี คำพูดเย็นชาที่ว่า *"กฎสำนักย่อมเหนือกว่าสิ่งอื่นใด"* ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ทุกครั้งที่นึกถึงแววตาที่ว่างเปล่าคู่นั้น หัวใจของนางก็ถูกกรีดซ้ำด้วยคมมีดที่มองไม่เห็น "ข้าจะทำให้ท่านลิ้มรสความรู้สึกของการสูญเสียสิ่งที่รักที่สุด... มู่หรงเฉิน" ในขณะที่พลังมารกำลังพุ่งถึงจุดสูงสุด ผนึกอักขระรอบกายก็เริ่มสั่นสะเทือน เสียงคำรามต่ำจากก้นบึ้งของขุมนรกดังสะท้อนก้องภายในถ้ำ ลมปราณรอบตัวแปรปรวนจนหินผารอบด้านเริ่มแตกร้าวเป็นทางยาว ร่างบางของไป๋หลานลอยขึ้นเหนือแท่นศิลา เส้นผมสีดำสนิทปลิวสยายราวกับคนธรรพ์แห่งความมืด ทว่า ท่ามกลางกระแสพลังอันบ้าคลั่งนั้น กลับมีเงาร่างสายหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบที่ปากทางเข้าถ้ำ เงาร่างนั้นสูงสง่า สวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับความมืดมิดโดยสิ้นเชิง กลิ่นอายเย็นเยียบดุจภูเขาน้ำแข็งแผ่ซ่านกดทับบรรยากาศทั้งหมดให้สงบลงในชั่วพริบตา มู่หรงเฉินยืนกอดอกมองภาพศิษย์สาวเบื้องหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ไอปราณเซียนบริสุทธิ์ของเขาตัดผ่านความมืดเข้ามาอย่างไร้ร่องรอย "เจ้ากำลังทำอะไร... ไป๋หลาน" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เยือกเย็นจนน่ากลัวเอ่ยขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและบททดสอบจิตใจอันล้ำลึกนี้ร่วมกันนะครับ – เพลิงโอสถสวรรค์
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้หลงทิศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%