กาลเวลาไม่เคยรอคอยผู้ใด เช่นเดียวกับเปลวเพลิงในเตาหลอมโอสถสวรรค์ที่ไม่เคยปรานีผู้ใดเช่นกัน
"เจ้าก้าวล่วงวิถีแห่งเต๋า... หรือเพียงแค่เดินตามรอยเท้าที่ข้าเหยียบย่างมากันแน่, ไป๋หลาน"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงก้อนน้ำแข็งกระทบกันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของตำหนักโอสถอัคคี มู่หรงเฉินยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าเตาทองคำขาว ไอปราณสีครามเข้มแผ่ซ่านออกจากร่างของเขาจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น ดวงตาคมกริบดุจกระบี่คมกริบจ้องมองไปยังร่างของเด็กสาวที่กำลังนั่งขัดสมาธิโคจรลมปราณอยู่เบื้องล่าง
นี่คือตอนที่แปดของการเดินทางอันยาวนาน...
ไป๋หลานลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาคู่คมกริบที่ซ่อนความแค้นล้ำลึกไว้ภายใต้ความใสซื่อบริสุทธิ์สะท้อนเงาของปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ นางไม่ได้หวาดกลัวต่อรัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขาแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มุมปากของนางกลับยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะหยั่งถึง
"ศิษย์เพียงแค่ต้องการเรียนรู้... สิ่งที่ท่านอาจารย์เคยพรากไปจากชีวิตของศิษย์ต่างหากเล่าเจ้าค่ะ" ไป๋หลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำกลับบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของมู่หรงเฉินราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นเก่า
มู่หรงเฉินสะท้านในอกโดยไม่รู้ตัว คำพูดนี้... น้ำเสียงนี้... และแววตานี้ มันช่างทับซ้อนกับเงาร่างของศิษย์รักอีกคนในอดีต ผู้ซึ่งเขาต้องลงมือสังหารด้วยมือตนเองตามกฎเหล็กอันโหดร้ายของสำนักเซียน ภาพโลหิตสีชาดที่ไหลนองบนพื้นหินอัคคีในวันวานยังคงเด่นชัดในความทรงจำ ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้
หัวใจของปรมาจารย์ผู้ไร้ใจ... เริ่มสั่นคลอน
ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา มู่หรงเฉินยึดมั่นในวิถีเซียน ตัดขาดซึ่งกิเลสและพันธนาการทางอารมณ์ เขาเชื่อมาตลอดว่าความเมตตาคืออุปสรรคต่อการบรรลุนิพพาน แต่การปรากฏตัวของไป๋หลานกลับเข้ามาทำลายกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นทีละน้อย นางไม่ได้เป็นเพียงแค่ศิษย์ที่ชาญฉลาด ทว่าทุกย่างก้าว ทุกการตัดสินใจ และแม้แต่รอยยิ้มของนาง กลับเต็มไปด้วยปริศนาที่ดึงดูดให้เขาต้องหันกลับมามอง
*ข้ากำลังทำอะไรอยู่? เหตุใดจิตใจที่เคยสงบนิ่งดุจน้ำในบึงลึก จึงระลอกคลื่นไหวเพียงเพราะแววตาของเด็กสาวผู้หนึ่ง?* มู่หรงเฉินถามตัวเองในใจ ความรู้สึกผิดบาปที่ถูกกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งแห่งจิตวิญญาณค่อยๆ กัด
"เจ้ามีความลับ... ไป๋หลาน" มู่หรงเฉินก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว กลิ่นอายโอสถบริสุทธิ์ผสมผสานกับกลิ่นจันทร์หอมลอยวนรอบตัวคนทั้งสอง "และข้ารู้สึกได้ว่า ความลับนั้น... เกี่ยวพันถึงชีวิตและความตายของสำนักเรา"
ไป๋หลานเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว นางยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงที่แตกต่างทำให้ใบหน้าของนางอยู่ใกล้กับอกเสื้อของเขาเพียงคืบ นางสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับต้องการซึมซับไอปราณอันคุ้นเคยนี้ให้เต็มปอด ก่อนจะกระซิบแผ่วเบาข้างกายเขา
"หากท่านอาจารย์ต้องการรู้ความลับนั้น... ไฉนไม่ลองใช้ใจสัมผัสดูล่ะเจ้าคะ? บางที... สิ่งที่ท่านเคยเชื่อมั่นมาตลอด อาจเป็นเพียงเรื่องหลอกลวงที่ท่านสร้างขึ้นเพื่อปลอบประโลมจิตใจที่หวาดกลัวของตนเองเท่านั้น"
คำพูดนั้นดุจสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของมู่หรงเฉิน ร่างสูงสง่าชะงักงันไปชั่วขณะ ความทรงจำอันดำมืดในอดีตผุดพรายขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ มือหนาที่ถือยันต์โอสถสั่นระริกเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปีที่ปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่แสดงอาการสับสนให้เห็น
เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของนาง พยายามค้นหาตัวตนที่แท้จริงภายใต้หน้ากากของศิษย์ผู้กตัญญู ทว่าสิ่งที่เขาพบกลับมีเพียงความว่างเปล่าและความมืดมิดอันเวิ้งว้าง... ราวกับว่านางและเขาต่างก็เป็นวิญญาณที่หลงทางอยู่ในเขาวงกตแห่งกาลเวลา
ทันใดนั้นเอง บรรยากาศรอบตำหนักโอสถก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน!
ไอปราณรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ม่านพลังป้องกันภายนอกตำหนักสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับถูกโจมตีด้วยมหาเวทจากภายนอก เสียงคำรามต่ำๆ ของสัตว์อสูรบรรพกาลดังสะท้อนก้องมาจากท้องนภา พร้อมๆ กับเงาร่างปริศนาสามร่างที่พุ่งทะยานผ่านม่านหมอกเข้ามาอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ!
"ระวัง!" มู่หรงเฉินดึงร่างของไป๋หลานเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณ ปราณกระบี่อัคคีสวรรค์ระเบิดออกจากฝ่ามือพุ่งปะทะกับเงาดำที่พุ่งเข้ามาทันที แรงระเบิดทำให้ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
เมื่อควันจางลง ปรากฏร่างของชายชราสวมชุดคลุมสีทองปักลายพยัคฆ์เพลิง ยืนขวางทางอยู่เบื้องหน้า พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก
"คารวะท่านปรมาจารย์มู่หรง..." ชายชราเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า "ข้าไม่ได้มาเพื่อพบท่าน... แต่ข้ามาเพื่อ 'ทวงคืน' สิ่งที่ศิษย์รักของท่านซ่อนเอาไว้ต่างหากล่ะ!"
มู่หรงเฉินหรี่ตาลง ไอสังหารพวยพุ่งออกจากร่างจนอุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงจนกลายเป็นน้ำแข็ง เขาก้มมองไป๋หลานที่ซบอยู่กับอกเสื้อของตนเอง ชั่วขณะนั้น ความสงสัยทั้งหมดในใจถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยวอันเย็นชา
แต่ก่อนที่เขาจะได้ชักกระบี่ออกจากฝัก ไป๋หลานที่อยู่ในอ้อมกอดของเขากลับเงยหน้าขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของมู่หรงเฉินต้องหยุดเต้นไปชั่วขณะ... เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน และความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังจะถูกเปิดเผย
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและบททดสอบจิตใจอันล้ำลึกนี้ร่วมกันนะครับ
เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้หลงทิศ•ตอนที่ 8
รอยร้าวในใจอาจารย์
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้หลงทิศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!