โลหิตหยดนั้นร่วงกระทบพื้นศิลาเบื้องล่าง เกิดเสียงกังวานดุจเสียงระฆังสำริดในวิหารร้าง
ไป๋หลานจ้องมองหยดเลือดสีชาดที่ซึมหายไปในร่องหินอย่างเหม่อลอย ปราณกระบี่ในจุดตันtian (ตันเถียน) ของนางกำลังปั่นป่วนดั่งพายุหมุนในมหาสมุทร แต่วิชา "วิญญาณโลหิตกลืนดารา" ที่ฝึกฝนมานับร้อยปีกลับไม่ยอมเชื่อมโยงกับจิตสำนึกอีกต่อไป เมื่อเงาร่างสีขาวบริสุทธิ์ของมู่หรงเฉินก้าวเข้ามาใกล้ ความกดดันมหาศาลจากกลิ่นอายปราณแท้จริงระดับเซียนขั้นสมบูรณ์ก็กดทับลงบนบ่าของนางจนกระดูกข้อต่อส่งเสียงลั่นกรอบ
"เจ้าลังเล..."
น้ำเสียงของมู่หรงเฉินราบเรียบและเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งพันปี ทว่ากลับแฝงร่องรอยความระทึกใจที่ยากจะซ่อนเร้น นัยน์ตาคู่นั้นมิได้ทอดมองนางด้วยจิตสังหารเช่นวันวาน หากแต่ลุ่มลึกและซับซ้อนราวกับห้วงเหวลึกที่ไร้ก้นบึง มือเรียวยาวของเขาค่อยๆ ยกขึ้น ปลายกระบี่ไร้ลักษณ์จ่อตรงเข้าที่หว่างคิ้วของศิษย์สาวผู้ทรยศ ระยะห่างเพียงหนึ่งลมหายใจ ทว่าไม่มีการเคลื่อนไหวเพื่อปลิดชีพอย่างที่ควรจะเป็น
ไป๋หลานเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาของนางแดงก่ำ ร่องรอยความเคียดแค้นชิงชังที่เคยหล่อเลี้ยงวิญญาณนางให้คงอยู่ข้ามภพชาติบัดนี้กลับสั่นคลอนอย่างรุนแรง ภาพความทรงจำในอดีต—วันที่สำนักถูกเพลิงผลาญ วันที่กระบี่เล่มนี้ทะลวงผ่านร่างกายนางอย่างไร้ความปรานี—ควรจะเป็นเครื่องมือนำทางไปสู่การแก้แค้น แต่วินาทีนี้ยามเมื่อกลิ่นอายสมุนไพร "หญ้าจันทน์มรกต" ที่คุ้นเคยโชยเข้าจมูก หัวใจที่ควรจะด้านชาของนางกลับเต้นระรัวอย่างผิดจังหวะ
จังหวะหัวใจของนาง... ไม่ได้สอดคล้องกับจังหวะการสังหารอีกต่อไปแล้ว
"ทำไมท่านไม่ลงมือ?" ไป๋หลานเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธปนความหวาดกลัวที่น่าขัน "ข้าคือผู้ทรยศผู้คิดสังหารอาจารย์... ข้าคือคนที่เหยียบย่ำกฎเหล็กแห่งสำนักเซียนโอสถ เหตุใดท่านจึงยังลังเล? หรือว่าความรู้สึกผิดในอดีตกำลังกัดกินจิตวิญญาณของท่านอยู่ มู่หรงเฉิน!"
มู่หรงเฉินนิ่งงัน ปลายกระบี่สั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะคลื่นอารมณ์ที่ซัดสาดอยู่ในอก เขาจดจำแววตานี้ได้ดี แววตาที่เคยใสซื่อและเต็มไปด้วยความเคารพรักในยามที่นางยังเป็นเพียงเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่คอยเก็บสมุนไพรอยู่ข้างกาย เขายอมสละวิถีแห่งเซียนเพื่อรักษาชีวิตนางไว้ในอดีต ยอมรับทัณฑ์สวรรค์แปดสุนทรียภาพเพื่อลบชื่อนางออกจากบัญชีมาร ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเข้าใจผิดและการหวนคืนมาพร้อมคมกระบี่อาบยาพิษ
"เจ้าคิดว่าข้าฆ่าเจ้าเพราะกฎสำนักจริงหรือ?" มู่หรงเฉินเอמהแผ่วเบา ราวกับเสียงถอนหายใจของสายลม
ประโยคสั้นๆ นั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของไป๋หลาน นางเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกะทันหัน "ท่านหมายความว่าอย่างไร..."
"หากข้าต้องการฆ่าเจ้า เจ้าคงไม่รอดชีวิตกลับมาเหยียบยอดเขาอัคคีสวรรค์แห่งนี้เป็นครั้งที่สอง" มู่หรงเฉินลดปลายกระบี่ลงช้าๆ แต่ความตึงเครียดในบรรยากาศกลับเพิ่มทวีคูณเมื่อเขาขยับเข้าไปประชิดนางจนได้กลิ่นหายใจอันคุ้นเคย "แต่สิ่งที่ข้าไม่เข้าใจ... คือเหตุใดเจ้าจึงเลือกเส้นทางที่ต้องทำลายล้างแม้กระทั่งตัวตนของตนเองเพื่อมาพบข้าในวันนี้"
ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ไป๋หลานสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของชายผู้เป็นทั้งอาจารย์และศัตรูในคราบเดียวกัน ปราณในร่างของนางกรีดร้องเตือนภัย แต่วิญญาณกลับโหยหาความอบอุ่นนั้นอย่างน่าประหลาด ความแค้นที่เคยคุกรุ่นดุจกองเพลิงกลับถูกความสับสนเข้ากัดเซาะจนกลายเป็นความเจ็บปวดแปลบปลาบที่กลางอก นางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้า
นางเกลียดเขา เกลียดความเยือกเย็นของเขา เกลียดสายตาที่มองทะลุปรุโปร่งทุกความรู้สึกของนาง แต่สิ่งที่นางเกลียดที่สุด... คือหัวทรยศของตนเองที่ยังคงเต้นแรงทุกครั้งยามอยู่ใกล้เขา
"อาจารย์... ท่านมันคนใจร้าย..." หยดน้ำตาใสไหลรินจากหางตาของหญิงสาว ทลายกำแพงความเย็นชาที่นางสะสมมานานนับปีลงอย่างราบคาบ "ท่านทำลายทุกอย่าง แล้วยังจะมาทำให้อดสงสัยไม่ได้อีกหรือ?"
มู่หรงเฉินยื่นมือออกไป ปลายนิ้วอุ่นแตะลงบนคราบน้ำตาที่ข้างแก้มของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสนี้ทำให้ไป๋หลานสะท้านเฮือก นางหลับตาลงโดยสัญชาตญาณ เตรียมรับความตายหรือการลงทัณฑ์ที่สาสม ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับเป็นอ้อมกอดที่มั่นคงและอบอุ่นเกินกว่าที่จอมยุทธ์ผู้โดดเดี่ยวคนหนึ่งจะมอบให้ผู้ใด
"ศิษย์โง่..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างใบหู พร้อมกับปราณบริสุทธิ์ที่แผ่ซ่านเข้าช่วยระงับอาการธาตุไฟเข้าแทรกในร่างของนาง "เจ้ายังคงเป็นศิษย์ที่ข้าห่วงหาที่สุด... แม้แต่ในวันที่เจ้าถือกระบี่หมายปลิดชีพข้าก็ตาม"
ท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงโอสถที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกปราณ จังหวะหัวใจของคนทั้งสองที่เคยเต้นสวนทางกัน บัดนี้กลับเริ่มสั่นพ้องในทิศทางเดียวกันอย่างช้าๆ ทว่า ในวินาทีที่ไป๋หลานกำลังจะยอมจำนนต่อความอบอุ่นนั้นและปล่อยวางความแค้นทั้งหมดลง...
*เปรี้ยง!*
เสียงฟ้าคำรามสนั่นหวั่นไหวจากท้องนภานอกตำหนักดังขึ้นราวกับเสียงคำรามของเทพเจ้าแห่งทัณฑ์สวรรค์ พร้อมกันนั้น แสงกระบี่สีดำสนิทเล่มหนึ่งก็พุ่งทะลุผนังศิลาเข้ามาด้วยความเร็วเหนือแสง มุ่งตรงปักเข้าที่กลางแผ่นหลังของมู่หรงเฉินโดยไม่มีสัญญาณเตือน!
มู่หรงเฉินกระตุกวูบ กระอักโลหิตสีดำสนิทออกมาคำโต หยดลงบนอาภรณ์สีขาวของไป๋หลานจนกลายเป็นดอกไม้โลหิตที่น่าสะพรึงกลัว ดวงตาของเขาคมกริบขึ้นทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยที่แฝงมากับกระบี่เล่มนั้น
"อาจารย์!" ไป๋หลานกรีดร้องสุดเสียง สติที่กำลังเคลิบเคลิ้มแตกกระเจิงในพริบตา เมื่อเงานร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวเดินผ่านม่านหมอกเข้ามา พร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นเยียบที่ดังก้องไปทั่วห้องโถง
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นภาพที่ซาบซึ้งยิ่งนัก ปรมาจารย์มู่หรงผู้ยิ่งใหญ่ ถึงกับยอมตายคาอกของศิษย์ทรยศที่ตนเองเคยสังหาร น่าเสียดาย... ที่วันนี้พวกเจ้าทั้งคู่จะต้องตายอยู่ที่นี่พร้อมกัน!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและบททดสอบจิตใจอันล้ำลึกนี้ร่วมกันนะครับ – เพลิงโอสถสวรรค์
เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้หลงทิศ•ตอนที่ 14
จังหวะหัวใจที่ไม่เท่ากัน
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้หลงทิศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!