เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้หลงทิศ•ตอนที่ 15

นิมิตแห่งความล่มสลาย

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
ความเงียบงันภายในถ้ำบำเพ็ญเพียรดุจดังห้วงสมุทรลึกที่ไร้ซึ่งกระแสคลื่น ทว่าเบื้องหลังม่านตาที่ปิดสนิทของมู่หรงเฉิน คลื่นลมแห่งอดีตกลับโหมกระหน่ำรุนแรงจนจิตวิญญาณสั่นสะท้าน เขากำลังดิ่งจมลงสู่ห้วงนิมิตอันมืดมิด—นิมิตที่ตามหลอกหลอนเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าดั่งคำสาปแช่งจากสวรรค์ กลิ่นอายโลหิตคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของบุปผาโลหิตสวรรค์ พื้นดินเบื้องล่างแตกเป็นเสี่ยงๆ ท้องนภาสีครามแปรเปลี่ยนเป็นสีโลหิตฉาน ท่ามกลางซากปรักหักพังของตำหนักโอสถสวรรค์ ร่างของเด็กสาวผู้หนึ่งกำลังทรุดฮวบลงสู่อ้อมกอดของกาลเวลา ไป๋หลาน... ศิษย์รักผู้ที่เขาเคยภาคภูมิใจที่สุด นางในยามนี้ชุ่มโชกไปด้วยเลือด ปราณในร่างแตกซ่านไร้ซึ่งหนทางเยียวยา ดวงตาคู่คมที่เคยเปี่ยมด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่น บัดนี้กลับทอประกายความตัดพ้อและคำถามนับหมื่นประการที่เอ่อล้นทะลัก "อาจารย์... เหตุใดจึงเป็นท่าน?" เสียงหวานแว่วกังวานบาดลึกเข้าสู่ขั้วหัวใจของมู่หรงเฉิน มันไม่ใช่เสียงกระซิบ แต่เป็นเสียงคำรามที่ดังมาจากก้นบึ้งแห่งความรู้สึกผิดอันเป็นนิรันดร์ เขายื่นมือออกไปหมายจะคว้าจับร่างนั้นไว้ มุ่งหวังถ่ายทอดพลังปราณเก้าหยางเพื่อยื้อลมหายใจอันรอนรั้น ทว่าสิ่งที่ปลายนิ้วสัมผัสกลับมีเพียงความว่างเปล่าและความเย็นเยียบของสายลม ร่างของไป๋หลานสลายกลายเป็นละอองธุลีสีขาว ปลิดปลิวหายไปกับสายลมแห่งความโหดร้าย ราวกับต้องการตอกย้ำความจริงอันเจ็บปวดว่า มือคู่นี้... มือที่ถือครองเพลิงโอสถสวรรค์เพื่อหลอมสร้างชีวิต กลับเป็นผู้พรากชีวิตที่รักยิ่งด้วยกฎเหล็กแห่งสำนัก "ไม่!" มู่หรงเฉินสะดุ้งเฮือก ลืมตาโพลงขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องศิลา เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มดวงหน้าคมคาย ลมหายใจหอบกระชั้นถี่กระหน่ำราวกับผู้ที่เพิ่งวิ่งหนีความตายมาหมาดๆ เขายกมือขึ้นกุมหน้าอกซ้าย บริเวณที่ก้อนเนื้อข้างในกำลังเต้นรัวระรัวราวกับจะกระโจนออกมานอกอก ความเจ็บปวดจากพิษไข้ในนิมิตยังคงหลงเหลืออยู่ ร,สชาติฝาดเฝื่อนของความสูญเสียยังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายลิ้น เขาหันมองไปรอบกาย บรรยากาศยังคงสงบเงียบเช่นเดิม แสงจันทร์ยามค่ำคืนสาดส่องผ่านช่องศิลาเข้ามาตกกระทบกับเตาหลอมโอสถโบราณ ทว่าความเงียบสงบภายนอกไม่อาจดับเพลิงสุมขอนภายในใจของปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ได้ "หรือนี่คือบทลงทัณฑ์ที่สวรรค์มอบให้แก่ข้า..." มู่หรงเฉินพึมพำกับความมืด น้ำเสียงแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีศิษย์คนใดในสำนักเคยได้ยินจากปากของเขา ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขายึดมั่นในวิถีแห่งโอสถและการบำเพ็ญเพียร ยอมตัดขาดซึ่งกิเลสและสายใยทางโลก เพื่อบรรลุขอบเขตขั้นสูงสุดแห่งเซียน ทว่ายิ่งก้าวเดินไปข้างหน้า สูงขึ้นไปเท่าไร ความโดดเดี่ยวกลับยิ่งกัดกินวิญญาณลึกลงไปเท่านั้น การสังหารศิษย์รักด้วยน้ำมือตนเองตามกฎสำนักเมื่อร้อยปีก่อน หาใช่เพียงการลงทัณฑ์ตามกฎมณเฑียรบาล หากแต่เป็นแผลเป็นฉกรรจ์ที่ไม่มีโอสถขนานใดในใต้หล้าสามารถรักษาให้หายขาดได้ และยิ่งไปกว่านั้น การปรากฏตัวของไป๋หลานในคราบศิษย์ใหม่เมื่อไม่นานมานี้ ยิ่งทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาปั่นป่วน นางกลับมาพร้อมความลับ ดวงตาคู่นั้นซ่อนเร้นความแค้นเคืองและคำถามมากมายที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะสบตา มู่หรงเฉินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ เขานั่งขัดสมาธิลงบนเบาะบำเพ็ญเพียร โคจรพลังปราณเพื่อระงับความฟุ้งซ่าน ทว่าในขณะที่จิตใจกำลังเข้าสู่ความสงบ พลันหูของเขาก็พลอยได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ดังแว่วมาจากด้านนอกถ้ำศิลา ฝีเท้านั้นเบาดุจขนนก ไร้ซึ่งร่องรอยของความกระด้าง แต่ทว่า... มันกลับแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายปราณอันคุ้นเคยอย่างประหลาด มู่หรงเฉินหรี่ตาลงคมกริบ ดั่งกระบี่ที่เตรียมชักออกจากฝักในยามวิกาล เขาขยับกายลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ ร่างสูงสง่าก้าวเดินไปยังปากถ้ำอย่างมั่นคง สายตากวาดมองผ่านม่านหมอกราตรีออกไปเบื้องนอก ณ ลานหินเบื้องหน้า แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งนางยืนหันหลังให้อยู่ท่ามกลางลมหนาว เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวไปตามแรงลม ชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์สะท้อนแสงจันทร์ราวกับเซียนสาวผู้ลงมาจากสรวงสวรรค์ นางยืนนิ่งสงบราวกับรอคอยการมาถึงของเขาอยู่ก่อนแล้ว หัวใจของมู่หรงเฉินกระตุกวูบ ภาพในนิมิตเมื่อครู่ซ้อนทับเข้ากับภาพเบื้องหน้าอย่างไม่น่าเชื่อ ไป๋หลาน! นางค่อยๆ หันกลับมา ช้าๆ เผยให้เห็นรอยยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอ่อนหวาน หรือความเคารพต่อผู้อาวุโสแต่อย่างใด หากแต่เป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่แฝงไว้ด้วยประกายตาคมปลาบดุจคมดาบ "อาจารย์... ดึกดื่นป่านนี้แล้ว เหตุใดยังไม่นอน?" เสียงหวานเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันยามราตรี ทว่าทุกถ้อยคำกลับหนักหน่วงราวนำ้หนักของภูเขาไท่ซาน "หรือว่า... ท่านกำลังฝันร้ายถึงเรื่องที่ไม่อาจลบเลือน?" มู่หรงเฉินยืนนิ่งเป็นรูปปั้น ปราณรอบตัวแผ่ซ่านออกโดยไม่รู้ตัว บรรยากาศรอบด้านเย็นเยียบลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง เขาจ้องมองศิษย์สาวเบื้องหน้าด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "เจ้ามาทำอะไรที่นี่ในยามวิกาลเช่นนี้ ไป๋หลาน?" เขาถามเสียงเรียบ พยายามรักษาความเยือกเย็นของปรมาจารย์เอาไว้ให้มั่นคงที่สุด ไป๋หลานก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว... ทีละก้าว จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ห่างจากเขาเพียงแค่เอื้อมมือ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาโดยไม่หลบเลี่ยง แววตาคู่นั้นลึกล้ำดั่งเหวลึก ที่ซึ่งซ่อนความลับอันดำมืดและการแก้แค้นที่กำลังจะปะทุขึ้นในไม่ช้า "ศิษย์เพียงแต่มาทวงถามบางสิ่ง..." นางกระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากขยับเข้าใกล้ใบหูของเขาจนสัมผัสได้ถึงไอเย็นระเรื่อ "ทวงถามความจริง... ที่อาจารย์ฝังกลบมันไว้พร้อมกับซากศพของข้าในอดีตชาติ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและบททดสอบจิตใจอันล้ำลึกนี้ร่วมกันนะครับ – เพลิงโอสถสวรรค์
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้หลงทิศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%