ไอปราณสีครามเข้มข้นดุจน้ำหมึกพวยพุ่งขึ้นเสียดฟ้า สะท้อนผืนศิลาลานประลองสำนักเมฆาอัคคีจนเกิดรอยร้าวลึกราวใยแมงมุม รอบด้านเต็มไปด้วยสายตาของเหล่าศิษย์ร่วมสำนักนับร้อยที่ต่างทอดมองมายังจุดศูนย์กลางด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสมเพช เย้ยหยัน และรอคอยการล่มสลายของหญิงสาวผู้ก้าวขึ้นมาท้าทายกฎเหล็ก
"ไป๋หลาน... เจ้าคิดจริงหรือว่าเศษสวะที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่ห้า จะอาจหาญท้าทายศิษย์พี่ใหญ่อย่างข้าได้?"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของ "หานเฟิง" ดังขึ้นพร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่ายออกจากร่าง เขาคือบุรุษผู้ครอบครองวิชากระบี่อัคคีคลั่ง เป็นหนึ่งในศิษย์สายตรงที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้อยู่เบื้องหลังยอดเขา หานเฟิงก้าวเท้าสืบเข้ามาทีละก้าว ทุกย่างก้าวแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบ รัศมีกระบี่ในมือสั่นระริกส่งเสียงคำรามราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด
ไป๋หลานไม่แม้แต่จะกะพริบตา ร่างระหงในชุดคลุมสีขาวสะอาดสะอ้านยืนหยัดอย่างมั่นคงท่ามกลางพายุลมปราณที่โหมกระหน่ำ เส้นผมนิลกาฬปลิวไสวตามแรงลม ทว่าแววตาของนางกลับว่างเปล่าและลึกล้ำดุจห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง ในใจของนางเวลานี้ไม่ได้สะทกสะท้านต่อความตายแม้แต่น้อย ภาพความทรงจำในอดีตชาติ—วันที่นางถูกคมกระบี่ของอาจารย์ผู้เป็นที่รักแทงทะลุหัวใจ—ยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
*“หากแม้แต่อาจารย์ยังไม่เคยเลือกข้า ไฉนข้าต้องเกรงกลัวมดปลวกเช่นพวกเจ้าด้วยเล่า”* นางรำพึงในใจอย่างขมขื่น
"หานเฟิง พูดมากไปก็เปลืองน้ำลาย ชักกระบี่ของเจ้าออกมาเถอะ" ไป๋หลานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่ากลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง นางยกมือขึ้นประสานกันเบาๆ ปราณหยินบริสุทธิ์ถูกโคจรโคจรผ่านจุดชีพจรทั่วร่างอย่างรวดเร็ว แม้พลังบำเพ็ญของนางจะดูด้อยกว่าในสายตาผู้อื่น แต่วิชาโอสถและเคล็ดวิชาโบราณที่นางซ่อนเร้นไว้หาใช่สิ่งที่คนเหล่านี้จะหยั่งถึงได้
บนลานประลองเบื้องบน ท่ามกลางหมอกหนาทึบของยอดเขาหลัก "มู่หรงเฉิน" ปรมาจารย์ผู้ควบคุมเพลิงโอสถสวรรค์ยืนสงบนิ่งอยู่หลังม่านม่านอาคม สายตาคู่คมกริบดุจเหยี่ยวทอดมองลงมายังร่างของศิษย์สาวเบื้องล่าง หัวใจที่เคยด้านชาและสงบนิ่งดุจห้วงน้ำแข็งมานับร้อยปี กลับไหววูบอย่างประหลาด ทุกการเคลื่อนไหวของไป๋หลานช่างทับซ้อนกับเงาอดีตที่เขาพยายามฝังกลบไว้ในก้นบึ้งแห่งความทรงจำ
*“เด็กโง่... เหตุใดเจ้าจึงดึงดันจะเดินเข้าสู่เส้นทางแห่งเพลิงผลาญนี้อีกครั้ง”* มู่หรงเฉินพึมพำกับตนเอง ภายในมือหนากำยันต์หยกแน่นจนเกิดเสียงแตกร้าวเบาๆ แต่เขากลับไม่สามารถยื่นมือเข้าไปแทรกแซงได้ เนื่องจากกฎเหล็กของสำนักไม่อนุญาตให้ผู้ถ่ายทอดวิชาเข้าข้างศิษย์ในระหว่างการประลองศักดิ์ศรี
"บังอาจ!" หานเฟิงคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกสตรีผู้หนึ่งหยามเกียรติ์ต่อหน้าธารกำนัล ร่างของเขากลายเป็นลำแสงสีแดงเพลิง พุ่งทะยานแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วสูง ปลายกระบี่อัคคีแผดเผาทุกสิ่งจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว กลายเป็นคลื่นความร้อนแผดเผาผิวหนังของเหล่าผู้ชมที่ยืนอยู่ใกล้
วิชากระบี่อัคคีคลั่ง กระบวนท่าที่หนึ่ง: *อัคคีผลาญนภา!*
กระบี่เล่มยาวพุ่งตรงมายังจุดตายกลางหว่างคิ้วของไป๋หลาน แรงลมจากคมกระบี่กรีดแทะเสื้อผ้าจนขาดวิ่น เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่หลงเหลือจากอดีตชาติ ความกดดันระดับนี้เพียงพอที่จะทำให้ผู้ฝึกยศขั้นเดียวกันกระอักเลือดตายได้ในพริบตาเดียว
ทว่า ไป๋หลานหาได้ถอยหลังไม่ นางกลับก้าวเท้าซ้ายออกไปครึ่งก้าวอย่างไร้ร่องรอย ดวงตาสดใสพลันเปลี่ยนเป็นสีเงินยวง ปราณหยินเยือกแข็งระเบิดออกรอบตัวนางในรัศมีสามเชียะ กลายเป็นเกราะน้ำแข็งใสที่สะท้อนแสงอาทิตย์จนเจิดจ้า
*เปรี้ยง! เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว!*
แรงปะทะระหว่างอัคคีและเหมันต์แผ่ขยายเป็นวงกว้าง ฝุ่นผงศิลาฟุ้งกระจายจนบดบังทัศนียภาพทั่วทั้งลานประลอง เหล่าศิษย์รอบข้างต่างต้องถอยร่นCไปด้วยความตื่นตระหนก พวกเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสตรีที่อ่อนแอในสายตากลับสามารถต้านทานกระบวนท่าเต็มกำลังของหานเฟิงได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว
เมื่อควันจางลง ไป๋หลานยังคงยืนหยัดอยู่ที่เดิม แม้จะมีรอยเลือดไหลซึมที่มุมปากเล็กน้อย แต่นางกลับแย้มยิ้มออกมา—รอยยิ้มที่เยือกเย็นและงดงามราวกับดอกเหมันต์ที่เบ่งบานท่ามกลางหิมะโปรยปราย
"เจ้า... นังสารเลว เจ้าใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามอันใดกันแน่!" หานเฟิงถอยหลังไปสามก้าว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้นและตื่นตระหนก พลังปราณในกายของเขากำลังถูกความเย็นเยียบของคู่ต่อสู้กัดกินจนเริ่มปั่นป่วน
ไป๋หลานค่อยๆ ยกมือขึ้นปาดคราบเลือดที่มุมปาก ดวงตาคู่นั้นจ้องมองตรงไปยังหานเฟิงราวกับมองซากศพเดินได้ นางกำลังจะเอաբาตรคำพูดอันเฉียบคมเพื่อปิดฉากการประลองนี้ ทว่า...
ทันใดนั้น ท้องนภาที่เคยแจ่มใสกลับมืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน เมฆสีดำทะมอนก่อตัวขึ้นราวกับคลื่นยักษ์ สายฟ้าสีทองคำคำรามลั่นสนั่นหวั่นไหว แรงกดดันระดับมหาศาลที่เหนือกว่าขอบเขตเซียนทั่วไปแผ่ซ่ายกดทับลงมาจนทุกคนบนยอดเขาต้องคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
มู่หรงเฉินที่อยู่บนยอดเขาสูงพลันเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เขารีบเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าก่อนจะกวาดสายตกลงมายังร่างของไป๋หลานด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายเป็นคำพูดได้
ไม่ใช่เพราะการประลองกำลังจะสิ้นสุดลง... แต่ทว่า ใจกลางมวลเมฆสีดำทะมอนนั้น กำลังปรากฏเงาร่างของคัมภีร์โบราณที่สลักด้วยอักขระสวรรค์สีทอง ซึ่งพุ่งเป้าตรงมายัง "ไป๋หลาน" ผู้กำลังทะลวงขอบเขตพลังโดยไม่คาดฝัน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและบททดสอบจิตใจอันล้ำลึกนี้ร่วมกันนะครับ – เพลิงโอสถสวรรค์
เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้หลงทิศ•ตอนที่ 16
การประลองเพื่อศักดิ์ศรี
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้หลงทิศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!