"ไอปราณเยือกแข็งนี้... กำลังจะกัดกินเส้นชีพจรหัวใจของเจ้าจนหมดสิ้นอยู่แล้ว ไป๋หลาน เหตุใดจึงยังดื้อรั้นฝืนโคจรวิชาถึงเพียงนี้!"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือด้วยความกังวลระคนดุดันดังขึ้นในห้องศิลาลับใต้พิภพ มู่หรงเฉินยื่นมือออกไปอย่างไม่ลังลา ฝ่ามือที่อบอุ่นด้วยไอร้อนแห่งเพลิงโอสถสวรรค์ทาบลงบนแผ่นหลังบอบบางที่สั่นสะเทือนของหญิงสาว ความเย็นเยียบระดับพันปีจากเคล็ดวิชา 'เหมันต์นิรันดร์' ปะทะเข้ากับขุมพลังหยางบริสุทธิ์เกิดเป็นไอสีขาวพวยพุ่งราวกับสายหมอกยามอัสดง
ไป๋หลานกัดริมฝีปากแน่นจนหลั่งเลือดสดๆ รสชาติคาวสนิมเหล็กกระจายไปทั่วโพรงปาก แต่นางมิอาจส่งเสียงร้องคร่ำครวญออกมาได้ ความทรงจำจากอดีตชาติอันขมขื่นและแรงอาฆาตแค้นที่สะสมมานานนับร้อยปีคอยย้ำเตือนนางอยู่ทุกค่ำคืน ว่านางไม่มีสิทธิ์อ่อนแอต่อหน้าบุรุษผู้เป็นทั้งอาจารย์และผู้ปลิดชีพนางในครานั้น
"อย่า... อย่ามาแตะต้องตัวข้า!" ไป๋หลานเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งบัดนี้มีเกล็ดน้ำแข็งเกาะพราวที่ขนงอนงาม ร่างกายของนางสะท้านเฮือกด้วยความหนาวเหน็บที่เสียดแทงลึกลงถึงไขกระดูก การฝึกฝนในถ้ำปิดตายแห่งนี้ไร้ซึ่งทางเลือก เมื่อพลังหยินและหยางภายในร่างของนางเกิดตีรันกันจนควบคุมไม่อยู่ มู่หรงเฉินจึงจำต้องใช้ร่างกายของตนเองเป็นสะพานเชื่อมเพื่อถ่ายเทไอปราณช่วยเหลือ
ความเงียบงันภายในห้องศิลาแคบๆ นี้กดดันจนแทบได้ยินเสียงหัวใจเต้น การต้องมานั่งประชิดติดพันกันภายใต้เขตอาคมปิดตาย ทำให้กลิ่นอายบุรุษอันเข้มข้นของมู่หรงเฉินโอบล้อมร่างของนางไว้ทุกทิศทาง มันเป็นกลิ่นอายที่คุ้นเคยและฝังรากลึกอยู่ในจิตวิญญาณ กลื่นอายที่นางทั้งโหยหาและชิงชังในเวลาเดียวกัน
มู่หรงเฉินมิได้ถอยห่าง เขากลับขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนหน้าอกกว้างแนบชิดกับแผ่นหลังที่เย็นเยียบ ปรมาจารย์โอสถผู้เยือกเย็นดุจภูเขาน้ำแข็ง หลับตาลงเพื่อเพ่งสมาธิโคจรวิชา ปราณเพลิงโอสถสวรรค์สีทองอร่ามถูกแผ่ขยายออกทีละน้อยราวกับเส้นใยไหมที่ค่อยๆ ถักทอห่อหุ้มร่างของศิษย์สาวไว้เพื่อต้านทานความหนาวเหนียบ
"เจ้าเด็กโง่... คิดจะล้างแค้นข้าด้วยการเอาชีวิตตนเองไปทิ้งเช่นนี้หรือ" มู่หรงเฉินเอ่ยกระซิบชิดริมหูของนาง น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยอย่างที่ไม่มีผู้ใดเคยได้ยินมาก่อน "หากเจ้าตายลงที่นี่ วิญญาณของเจ้าคงไม่วายตามไปหลอกหลอนข้าในนิมิตฝันอีกกระมัง"
ไป๋หลานสะท้านวาบไปทั้งร่างยามเมื่อลมหายใจร้อนผ่าวของชายหนุ่มปัดผ่านใบหู ความใกล้ชิดอย่างไร้ระยะห่างนี้ทำให้หัวใจที่ด้านชาของนางเต้นรัวผิดจังหวะ นางพยายามเบือนหน้าหนี ทว่ามือหนาข้างหนึ่งกลับเอื้อมมาประคองคางของนางไว้มั่น บังคับให้ดวงตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความดื้อรั้นคู่นั้นสบประสานกับสายตาที่ลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรของเขา
"มองหน้าข้า ไป๋หลาน" มู่หรงเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจที่แฝงความอ่อนโยนไว้อย่างแนบเนียน "ถ้าเจ้าอยากจะสังหารข้าให้ตายตกตามกัน เหตุใดจึงไม่ใช้กระบี่แทงทะลุหัวใจข้าในยามที่ข้าไร้การป้องกันเล่า ไฉนจึงเลือกใช้วิธีทรมานตนเองเช่นนี้"
"ท่าน... ท่านคิดว่าข้าไม่กล้าหรือ?" ไป๋หลานแค่นหัวเราะหยันตนเอง หยาดน้ำตาหยดหนึ่งไหลรินอาบแก้มก่อนจะถูกไอร้อนจากฝ่ามือของเขาละลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย "อาจารย์... ท่านยังจดจำความรู้สึกในวันนั้นได้หรือไม่ วันที่กระบี่ของท่านเสียบทะลุร่างของศิษย์คนโปรด ท่านไม่เคยแม้แต่จะกะพริบตา เหตุใดวันนี้จึงมาทำทีเป็นห่วงเป็นใยข้าเล่า!"
คำถามนั้นดุจดังคมมีดที่กรีดลึกลงในความรู้สึกของมู่หรงเฉิน เขานิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบไหววูบด้วยความเจ็บปวดที่เขาไม่เคยอนุญาตให้ผู้ใดล่วงรู้ กฎของสำนัก ความอยู่รอดของยุทธภพ และคำสั่งฟ้าดินในยามนั้น บีบคั้นให้เขาต้องเลือกปฏิบัติการที่โหดร้ายที่สุด แต่วิญญาณที่หวนคืนกลับมาของนางในวันนี้ กำลังตั้งคำถามถึงความยุติธรรมที่เขาเองก็หาคำตอบมาลบล้างไม่ได้
"ข้ามีเหตุผลของข้า..." มู่หรงเฉินเอ่ยเสียงแผ่วเบา ร่างกายของทั้งสองแนบชิดกันยิ่งขึ้นเมื่อพายุหิมะภายนอกเขตอาคมโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้น ราวกับฟ้าดินกำลังทดสอบความตั้งมั่นในจิตใจของจอมยุทธ์ทั้งสอง ไอปราณหยินและหยางหลอมรวมกันจนเกิดเป็นประกายแสงสีรุ้งระยิบระยับสะท้อนกับผนังศิลา
ความอบอุ่นจากร่างกายของมู่หรงเฉินค่อยๆ ซึมซาบเข้าสู่ร่างกายที่แข็งทื่อของไป๋หลาน ความโกรธแค้นในใจนางเริ่มถูกความสั่นไหวทางอารมณ์เข้ากัดเซาะ เมื่อปลายนิ้วเรียวยาวของเขาเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากของนางอย่างทะนุถนอม ความอ่อนโยนที่แปลกปลอมนี้ทำให้หัวใจของนางปั่นป่วนยิ่งกว่ายามที่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูคู่อาฆาต
"หากเจ้ายังดื้อรั้นไม่ยอมลดทอนไอปราณเหมันต์ลง ข้าคงต้องใช้ 'วิธีสราญรมย์เซียน' เพื่อปรับสมดุลธาตุไฟในกายให้แก่เจ้าแล้ว..." มู่หรงเฉินกระซิบชิดริมฝีปากของนาง แววตาคมปลาบมีความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่ทำให้ลมหายใจของไป๋หลานสะดุดกะทันหัน
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกำลังระอุขึ้นด้วยแรงปรารถนาและปราณสวรรค์ที่ปั่นป่วนอยู่นั้น เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นจากเบื้องบนศาลาลับ!
ศิลาเพดานสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เศษฝุ่นและเกล็ดหิมะร่วงหล่นลงมาราวกับหามีชิ้นดี พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นก้องกังวานทะลุผนังเข้ามาว่า...
"ฮ่าๆๆๆ ปรมาจารย์มู่หรง... ข้าตามหาที่หลบภัยของท่านพบแล้ว ออกมารับความตายเสียเถอะ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและบททดสอบจิตใจอันล้ำลึกนี้ร่วมกันนะครับ – เพลิงโอสถสวรรค์
เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้หลงทิศ•ตอนที่ 13
ท่ามกลางพายุหิมะไร้พรมแดน
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้หลงทิศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!