เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้หลงทิศ•ตอนที่ 3

กลิ่นอายแห่งอดีต

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
กลิ่นอายของโอสถเม็ดนั้นมิได้อบอวลด้วยความหอมหวาน หากแต่คุกกรุ่นด้วยกลิ่นอายโลหิตจางๆ ที่ลอยอวลมาจากหุบเขาอัสดงเมื่อสามร้อยปีก่อน มู่หรงเฉินยืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้าเตาหลอมโอสถอัคคีทมิฬ ปลายนิ้วเรียวยาวที่ผ่านการคุมกฏสำนักและสะบัดกระบี่สังหารเซียนมานับไม่ถ้วน กำลังสั่นระริกโดยที่แม้แต่เจ้าตัวก็มิอาจควบคุมได้ สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวภูเขาจ้องมองไปยังร่างของศิษย์ใหม่ผู้หนึ่งซึ่งกำลังนั่งโคจรปราณอยู่ริมหน้าผา เด็กหนุ่มผู้นั้น… ท่าทางการประสานมือ การหมุนเวียนพลังปราณผ่านจุดชีพจร ‘ฉีไห่’ และแม้กระทั่งองศาการก้มศีรษะลงสามส่วนเพื่อรับไอเย็นจากยอดเขา ทุกกระบวนท่าล้วนถอดแบบมาจากวิชา ‘หัตถ์เพลิงสะท้านนภา’ วิชาก้นกุฏิที่สูญหายไปพร้อมกับการล่มสลายของตำหนักเซียนโลหิต วิชานี้ มีเพียงคนเดียวในใต้หล้าที่เคยถ่ายทอดให้… “เจ้าได้เคล็ดวิชานี้มาจากที่ใด” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงบำเพ็ญเพียร มันไม่ใช่คำถามเชิงปรึกษา หากแต่เป็นเสียงคำรามจากก้นบึ้งของขุมนรกที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง เด็กหนุ่มค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาคู่คมที่สะท้อนเงาเปลวเพลิงในเตาหลอมมีความเยียบเย็นและทระงตนอย่างประหลาด รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัวต่อรัศศีกดดันระดับปรมาจารย์ของมู่หรงเฉินแม้แต่น้อย “เรียนอาจารย์… วิชานี้ข้ามิได้ขโมยมา ทว่ามันถูกสลักไว้ในกระดูกและวิญญาณ ตั้งแต่ชาติภพก่อนที่ข้าจะถูกคมกระบี่เล่มหนึ่งปลิดชีพลงอย่างไร้ความปรานี” คำพูดนั้นดุจสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจมู่หรงเฉิน ร่างของปรมาจารย์ผู้เยือกเย็นชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ความทรงจำสีเลือดเมื่อวันวานไหลย้อนกลับมาดั่งกระแสน้ำป่า ภาพของศิษย์รักคนสนิทที่ยอมรับความตายด้วยรอยยิ้มในอ้อมแขนของเขา ภาพที่กระบี่ในมือของเขาเองเป็นผู้ปลิดชีพนางตามกฏเหล็กของสำนัก… ทุกอย่างกระจ่างชัดขึ้นมาในสมองราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน “ไป๋หลาน…” มู่หรงเฉินพึมพำชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา ราวกับละเมอ แม้รูปลักษณ์ภายนอกของศิษย์ใหม่ผู้นี้จะเป็นบุรุษหนุ่ม ทว่าประกายตาคู่นั้น และยิ่งไปกว่านั้น… วิธีการโคจรปราณที่สะท้อนถึงสำนึกวิญญาณดวงเดิม มิอาจปกปิดสายตาของเขาได้เลย นางไม่ได้ดับสูญ นางกลับมาแล้ว… กลับมาเพื่อทวงถามความจริง และเพื่อสะสางบัญชีหนี้โลหิตที่ค้างคา “ท่านยังจำได้กระนั้นหรือ?” ไป๋หลานลุกขึ้นยืนช้าๆ ก้าวเท้าเข้าหาปรมาจารย์ผู้สูงส่งทีละก้าว แรงกดดันจากวิญญาณที่เต็มไปด้วยความแค้นแผ่พุ่งออกมาจนบรรยากาศรอบกายบิดเบี้ยว “ข้าก็นึกว่าผ่านไปสามร้อยปี จิตใจที่ไร้ความรู้สึกของท่านจะหลงลืมความโหดร้ายที่ท่านเคยกระทำต่อศิษย์ในไส้เสียอีก” มู่หรงเฉินไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว แม้ภายในใจจะปั่นป่วนดุจคลื่นพายุโหมซัด เขายังคงรักษาท่าทีอันสง่างามและเย็นชาไว้ได้ ทว่าแววตาที่มองนางกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนเกินกว่าผู้ใดจะหยั่งถึง มีทั้งความโล่งใจที่นางยังไม่ดับสูญ และความหวาดหวั่นลึกๆ ว่าโศกนาฏกรรมกำลังจะวนกลับมาซ้ำรอย “กฎของสำนักคือศิษย์ที่ฝึกวิชาต้องห้ามต้องได้รับทัณฑ์สวรรค์… เจ้าก็รู้ดีแก่ใจ” มู่หรงเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ หากแต่สั่นเครือเล็กน้อยที่ปลายประโยค “กฏสำนัก หรือความขลาดเขินของท่านกันแน่!” ไป๋หลานตวาดกลับเสียงกร้าว ดวงตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ นางหยุดยืนห่างจากเขาเพียงแค่เอื้อมมือ กลิ่นอายอดีตชาติที่อบอวลอยู่ระหว่างคนทั้งสองรุนแรงเสียจนลมปราณรอบด้านปั่นป่วน “ท่านสังหารข้าเพราะกลัวว่าความลับเรื่อง ‘โอสถคืนวิญญาณ’ จะรั่วไหล หรือท่านแค่อยากกำจัดเสี้ยนหนามบนเส้นทางเซียนของท่านกันแน่ อาจารย์ผู้ทรงคุณธรรม!” คำพูดนั้นเชือดเฉือนยิ่งกว่าคมกระบี่ มู่หรงเฉินรู้สึกราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงลงบนหัวใจ เขายื่นมือออกหมายจะแตะต้องไหล่ของนางเพื่ออธิบายบางสิ่งบางอย่าง ทว่าความทรงจำอันหนักหน่วงและทิฐิในฐานะปรมาจารย์ก็รั้งมือคู่นั้นไว้กลางอากาศ ทันใดนั้นเอง ก่อนที่ใครจะได้กล่าววาจาใดเพิ่มเติม พื้นศิลาเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรง เสียงคำรามดังกึกก้องมาจากขอบฟ้าทิศประจิม ม่านพลังป้องกันสำนักที่เคยสงบนิ่งมานับพันปีกลับปรากฏรอยร้าวสีม่วงเข้มลามเลียไปทั่วทิศทาง ร่างเงาสُมหึมานับร้อยสายพุ่งทะยานผ่านเมฆหมอกลงมาล้อมรอบตำหนักโอสถสวรรค์ในชั่วพริบตา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สะท้อนก้องกังวานไปทั่วสารทิศ “ฮ่าๆๆๆ! มู่หรงเฉิน! สามร้อยปีผ่านไป เจ้าคิดว่าซ่อนตัวอยู่ในตำหนักนี้แล้วจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของ ‘นิกายโลหิตทมิฬ’ ได้อย่างนั้นหรือ ส่งตัวศิษย์ทรยศผู้นั้นมา มิฉะนั้น… วันนี้คือวันตายของคนทั้งสำนัก!” มู่หรงเฉินหรี่ตาลงทันที รัศมีกระบี่รอบกายระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม ไอปราณสีขาวบริสุทธิ์แผ่พุ่งปกป้องร่างของศิษย์เบื้องหลังโดยสัญชาตญาณ ทว่าเมื่อเขากวาดตามองไปยังเงาร่างที่อยู่เบื้องนอกม่านพลัง หัวใจของเขากลับกระตุกวูบ ศัตรูที่มาเยือนมิใช่คนแปลกหน้า… แต่เป็นผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักมารผู้กุมความลับทั้งหมดในคืนที่ไป๋หลานต้องตาย! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีเซียนอันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้หลงทิศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%