เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดพิเศษ ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงของเซฟเฮาส์ มันไม่ใช่เสียงของการตำหนิด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความหนักอึ้งของสายสัมพันธ์ที่ผูกมัดปราชญ์ไว้กับเงาของตระกูลที่เขาพยายามวิ่งหนีมาตลอดชีวิต
"แกยังดื้อด้านเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ ปราชญ์"
ประโยคสั้นๆ นั้นทำเอารินที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างกายสถาปนิกหนุ่มถึงกับลอบกลืนน้ำลาย เธอมองแผ่นหลังกว้างของคนที่มักจะตีสีหน้าเรียบเฉยใส่เธอเสมอในยามปกติ แต่ในยามนี้ ไหล่ของเขากลับเกร็งตึง ปลายนิ้วที่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวบ่งบอกถึงพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายใน
"นี่ไม่ใช่เรื่องของพ่อครับ" ปราชญ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก "และที่นี่... ก็ไม่ใช่พื้นที่ที่พ่อควรจะก้าวก่าย"
"พื้นที่งั้นเหรอ?" ชายผู้ทรงอิทธิพลหัวנסในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นราคาแพงกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ผลงานศิลปะโบราณชิ้นเอกที่ตั้งอยู่บนขาตั้งกลางห้อง "งานชิ้นนี้มูลค่าเท่าไหร่ แกก็รู้ดีแก่ใจ แต่กลับเอามาซ่อนไว้ในสถานที่อับชื้นแบบนี้เนี่ยนะ เพื่ออะไร? เพื่อประชดฉัน หรือเพื่อพิสูจน์ว่าแกบินเดี่ยวได้โดยไม่ต้องพึ่งตระกูลศตวรรษ?"
รินรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก เธอขยับตัวเล็กน้อยเพื่อจะถอยฉากออกไปปล่อยให้สองพ่อลูกเคลียร์กันตามลำพัง แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง
เพล้ง!
ข้อศอกของรินที่กะระยะพลาดไปนิดเดียวจากการถอยหลังด้วยความประหม่า ชนเข้ากับโต๊ะวางอุปกรณ์สีน้ำมันด้านข้างอย่างจัง ขวดแก้วบรรจุตัวทำละลายและพู่กันราคาแพงหลายด้ามร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นแตกกระจาย และสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือ ของเหลวสีเข้มข้นสาดกระเซ็นเข้าใส่ผืนผ้าใบโบราณที่กำลังรอการบูรณะอย่างจัง!
เสียงลมหายใจของทุกคนในห้องราวกับหยุดชะงักไปชั่วขณะ
รินเบิกตากว้าง สมองของเธอขาวโพลน มือไม้เย็นเฉียบจนชาหนึบ หยดสีเข้มกำลังไหลซึมลงบนลวดลายอันประณีตของงานศิลป์ล้ำค่าที่ต่อให้ทำงานทั้งชีวิตก็ชดใช้ไม่หมด "ฉ...ฉัน ขอโทษค่ะ— เอ่อ ขอโทษครับ!" เธอลนลานจนเผลอพูดผิดสรรพนาม
ปราชญ์หันขวับมามองต้นตอของเสียงทันที สีหน้าที่เคยเย็นชาและแข็งกร้าวเมื่อครู่หายวับไปกับตา ดวงตาคู่คมฉายแววตกใจระคนตื่นตระหนก เขารีบก้าวเข้ามาประชิดตัวรินโดยอัตโนมัติ พร้อมกับใช้มือหนาคว้าแขนเรียวของเธอไว้เพื่อดึงให้ออกห่างจากเศษแก้วที่กระจายอยู่บนพื้น
"อย่าขยับ" ปราชญ์เอןเสียงต่ำ สั่งห้ามด้วยความร้อนรน
"ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจ คือมัน..." รินเม้มปากแน่น ขอบตาร้อนผ่าวด้วยความรู้สึกผิดและตกใจจนทำอะไรไม่ถูก มือที่สั่นเทาพยายามจะเอื้อมไปหยิบเศษผ้ามาซับสีที่กำลังลามเลียผืนผ้าใบ แต่ปราชญ์กลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่นกว่าเดิม
"ผมบอกว่าอย่าขยับไง ริน!" น้ำเสียงของเขาเข้มขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะโกรธเธอ แต่เพราะกลัวว่าเธอจะโดนเศษแก้วบาด
การปะทะคารมระหว่างปราชญ์กับผู้เป็นพ่อเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัด และกลิ่นฉุนของตัวทำละลายที่ลอยคละคลุ้งในอากาศ
ผู้เป็นพ่อมองภาพคนทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดกัน สลับกับมองรอยเปื้อนบนงานศิลป์ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ "หึ... ดูท่าทางแกจะเลือกคนดูแลงานได้ 'ดี' มากเลยนี่ ปราชญ์ ความผิดพลาดราคาแพงแบบนี้ แกจะรับผิดชอบยังไง"
ปราชญ์หันไปมองหน้าพ่อของตน แววตาที่เคยฉายความเย่อหยิ่งเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวอย่างน่าประหลาด เขาขยับตัวบังร่างของรินไว้มิดชิด ราวกับต้องการปกป้องเธอจากสายตาคุกคามและคำพูดเชือดเฉือนนั้น
"ความเสียหายทั้งหมด ผมจะเป็นคนรับผิดชอบเอง" ปราชญ์กล่าวเสียงหนักแน่น "และงานชิ้นนี้... ผมกับรินจะซ่อมมันให้กลับมาสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องรบกวนเงินสักบาทจากพ่อ เชิญกลับไปได้แล้วครับ"
ความกล้าหาญและความปกป้องที่แสดงออกมาอย่างไม่ลังเลนั้น ทำให้หัวใจของรินที่กำลังหวาดกลัวกระตุกวูบอย่างแรง เธอมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า ความอบอุ่นบางอย่างแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด
ผู้เป็นพ่อหรี่ตามองลูกชายคนเก่งอย่างพิจารณา ครู่หนึ่งจึงยอมพยักหน้ารับด้วยความไม่สบอารมณ์นัก "ดี... ในเมื่อแกอยากพิสูจน์ตัวเองนัก ก็จำคำพูดของตัวเองไว้ให้ดีล่ะ ปราชญ์"
สิ้นคำพูดนั้น ร่างสูงสง่าของผู้มีอิทธิพลก็หมุนตัวเดินกลับออกไปจากห้องโถง เสียงฝีเท้าหนักแน่นค่อยๆ ห่างออกไป จนกระทั่งเสียงประตูปิดลงสนิท ทิ้งให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง
รินทรุดตัวลงนั่งยองๆ กับพื้นอย่างไร้เรียวแรง มือเรียวยกขึ้นกุมขมับ ความเครียดและสำนึกผิดถาโถมเข้าใส่จนน้ำตาคลอเบ้า "ฉันขอโทษจริงๆ นะปราชญ์... งานของนายเสียหายหมดเลย เพราะความซุ่มซ่ามของฉันแท้ๆ"
ปราชญ์ถอนหายใจยาวนาน เขาไม่ได้พูดคำตัดพ้อหรือต่อว่าใดๆ ออกมาเลยสักคำ ชายหนุ่มคุกเข่าลงข้างๆ เธอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นสีน้ำมันลอยเข้าจมูก รินเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาด้วยความรู้สึกผิด
มือหนาเอื้อมออกไป ปลายนิ้วอุ่นจัดเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยออกจากใบหน้าของเธออย่างเบามือ สัมผัสนั้นนุ่มนวลและอ่อนโยนจนหัวใจของรินเต้นผิดจังหวะ
"มองหน้าผม" ปราชญ์เอ่ยเสียงนุ่ม ผิดจากมาดนิ่งสนิทเมื่อครู่ลิบลับ
รินกะพริบตาปริบๆ หัวใจเต้นรัวราวกองชุด "อะไร...?"
"ผมไม่ได้เสียดายไอ้งานศิลป์บ้านั่นหรอกนะ" ปราชญ์มุมปากกระตุกขึ้นนิดหน่อย เป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง "แต่ผมกำลังคิดว่า... การที่เธอทำมันพังเมื่อกี้ มันทำให้พ่อผมรีบกลับไปเร็วขึ้นเป็นกองเลยไม่ใช่เหรอ?"
รินอ้าปากค้างเล็กน้อย ก่อนจะตีแขนเขาเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ "นี่นาย! คนกำลังเครียดนะ ปราชญ์! งานเสียหายนะเว้ย!"
"ก็ไม่ได้บอกว่าไม่เสียหาย" ปราชญ์จับข้อมือเธอที่ตีแขนเขาไว้ ไม่ยอมปล่อยแถมยังรั้งให้เข้ามาใกล้ขึ้นอีก ร่างของทั้งคู่แทบจะแนบชิดกันในระยะประชิด นัยน์ตาคู่คมพินิจมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย "แต่ความผิดพลาดครั้งนี้... มันทำให้ผมได้รู้ว่า เวลาเธอตกใจเนี่ย น่ารักกว่าเวลาปากเก่งใส่ผมเยอะเลยนะ"
"ใครปากเก่งใส่ นายต่างหากที่น่ารำคาญ!" รินโวยวายกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่พุ่งขึ้นมาถึงใบหู พยายามจะดึงมือออกแต่เขากลับยิ่งกระชับแน่นขึ้น
พื้นที่รอบกายแคบลงถนัดตา ปลายจมูกของคนทั้งคู่แทบจะชนกันในจังหวะที่ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนผิวแก้ม บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความตึงเครียดของวิกฤต กลายเป็นความหวานล้ำที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย
ปราชญ์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากของเขาเกือบจะแตะขอบแก้มของเธอ สายตาที่ทอดมองลงมาเต็มไปด้วยประกายความคลั่งรักที่ซ่อนไว้ภายใต้ความซึนมานานแสนนาน เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นข้างใบหู ทำเอาสติของรินแทบกระเจิดกระเจิง
"แต่ถ้าอยากจะชดใช้ความผิดพลาดนี้จริงๆ..." ปราชญ์เว้นจังหวะ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เธอจนขนลุกซู่ "คืนนี้... อยู่ช่วยผมซ่อมมันจนถึงเช้าเลยดีไหมครับ?"
รินยังไม่ทันได้เปล่งเสียงตอบรับข้อเสนอที่เต็มไปด้วยความนัยนั้น จู่ๆ ไฟฟ้าในห้องโถงก็เกิดดับวูบลงอย่างไร้สาเหตุ ท่ามกลางความมืดสนิทที่โรยตัวลงมาอย่างกะทันหัน เสียงลมหายใจของปราชญ์ที่อยู่ใกล้แค่คืบก็ดังชัดเจนขึ้น พร้อมกับสัมผัสอุ่นที่เอวสزของเธอถูกรั้งเข้าไปประชิดแนบแน่นยิ่งขึ้นในความมืดมิด...
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเสียงในหัวใจของนายช่างศิลป์•ตอนที่ 26
ความผิดพลาดที่เป็นโอกาส
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเสียงในหัวใจของนายช่างศิลป์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!