เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเสียงในหัวใจของนายช่างศิลป์•ตอนที่ 25

รอยยิ้มที่มอบให้แค่คนเดียว

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
“เลิกทำหน้าเหมือนผมติดเงินคุณล้านบาทได้ไหมครับ ริน” ปราชญ์วางพู่กันในมือลง เสียงโลหะกระทบขอบถาดสีดังเช้งสะท้อนก้องในสตูดิโอเงียบเชียบ เขายันกายลุกขึ้นจากเก้าอี้สตูล ก่อนจะก้าวประชิดตัวหญิงสาวที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่หน้าผนังที่เขากำลังซ่อมแซมสีสันที่หลุดลอกไปตามกาลเวลา รินไม่ได้ถอยหนี เธอเพียงแต่ปรายตามองเขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มุมปากหยักยิ้มบางๆ อย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่รอยยิ้มเย้ยหยันแบบที่เธอชอบใช้เวลาเถียงเขา แต่มันเป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนจนน่าใจหาย “ติดเงินน่ะไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ แต่คุณน่ะ… ติดค้างคำตอบฉันอยู่ต่างหาก” เธอจงใจเน้นเสียงแผ่วเบา ขยับเข้ามาใกล้จนกลิ่นสเปรย์เคลือบภาพจางๆ ปะทะเข้ากับกลิ่นน้ำหอมไม้สนจางๆ จากตัวเขา ปราชญ์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก เขาพยายามจะรักษามาดสถาปนิกผู้เยือกเย็น ทว่าสายตาของรินที่จ้องลึกเข้ามาในดวงตาเขานั้น กลับทำลายเกราะกำบังของเขาเสียจนราบคาบ “เรื่องอะไรครับ” “เรื่องที่ว่า ทำไมคุณถึงยอมให้ฉันเข้ามาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของคุณ… ไม่ใช่แค่ในเซฟเฮาส์นี้ แต่ใน ‘หัวใจ’ ของคุณด้วย” คำถามนั้นเปรียบเสมือนกระสุนนัดเดียวที่พุ่งเข้ากลางอก ปราชญ์นิ่งไปครู่ใหญ่ เขาสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวจนเกือบจะหลุดออกมานอกอก ผู้ชายอย่างเขาถูกฝึกให้วางแผนทุกอย่างเป็นขั้นเป็นตอน แต่ริน… เธอกำลังทำลายผังงานที่เขาบรรจงสร้างมาทั้งชีวิตด้วยเพียงประโยคเดียว เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่ต่างออกไป แทนที่จะถอยห่างเพื่อป้องกันตัว ปราชญ์กลับก้าวเข้าไปหาจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว เขาจ้องมองใบหน้าเนียนละเอียดที่แต่งแต้มด้วยสีฝุ่นจากงานศิลป์ ดวงตาคู่สวยของเธอยังคงท้าทาย แต่มีแววหวั่นไหวซ่อนอยู่ลึกๆ “อยากรู้จริงเหรอครับ” เขาถามเสียงต่ำ พลางเอื้อมมือไปปัดเศษฝุ่นที่ข้างแก้มของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ปลายนิ้วทำให้รินตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ “ถ้าผมบอกไปแล้ว คุณห้ามถอยหนี… ห้ามทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เหมือนทุกทีนะครับ” รินกลืนน้ำลายลงคอ ความกล้าที่เคยมีเริ่มสั่นคลอนภายใต้สายตาคมกริบของชายหนุ่มตรงหน้า เธอพยักหน้าช้าๆ “ถ้าคุณกล้าพูด… ฉันก็จะกล้าฟัง” ปราชญ์โน้มใบหน้าลงไปจนหน้าผากของเขาจรดกับหน้าผากเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกัน ความตึงเครียดที่เคยปะทะกันในตอนก่อนหน้ามลายหายไป เหลือเพียงความปรารถนาที่พุ่งพล่านจนบรรยากาศในห้องหนักอึ้ง “ผมยอมให้คุณเข้ามา เพราะว่าตั้งแต่มีคุณ… พื้นที่ว่างเปล่าในชีวิตที่ผมเคยภาคภูมิใจว่ามันสมบูรณ์แบบ มันกลายเป็นความเงียบเหงาที่ผมทนไม่ได้อีกต่อไปแล้วริน” ปราชญ์กระซิบชิดริมฝีปากเธอ “รอยยิ้มของคุณ… ผมมอบให้แค่คนเดียว และผมก็อยากเป็นคนเดียวที่ได้เห็นมัน” รินหลับตาลงรับสัมผัสจากเขา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองรบ เธอไม่เคยคิดว่าคนปากแข็งที่มองโลกด้วยไม้บรรทัดอย่างปราชญ์จะสารภาพออกมาได้ตรงไปตรงมาขนาดนี้ เธอจึงตัดสินใจใช้ ‘ไม้อ่อน’ เข้าสู้ เธอวางมือลงบนแผ่นอกกว้างของเขา สัมผัสถึงชีพจรที่เต้นแรงไม่ต่างกัน “งั้นก็เลิกทำตัวเป็นกำแพงสูงๆ สักทีสิคะ” รินลืมตาขึ้น สบสายตาเขาด้วยความรักที่เปิดเผย “ฉันเหนื่อยที่จะต้องปีนข้ามมันแล้วนะ… ปราชญ์” มือของเขาเลื่อนมาโอบรอบเอวบางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปเป็นภาพวาดที่ไม่มีตัวตน ปราชญ์กำลังจะก้มลงไปประทับจูบเพื่อยืนยันความรู้สึกทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ในใจ แต่แล้ว… *ครืด…!* เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นจากหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงาน ไฟสีแดงกระพริบถี่เป็นจังหวะที่ทำลายบรรยากาศแสนหวานจนหมดสิ้น ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว ปราชญ์ขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นภาพในกล้องวงจรปิดที่ส่งตรงมาจากหน้าประตูเซฟเฮาส์ รถสีดำสนิทสามคันจอดสนิทอยู่ที่หน้าบ้าน และชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีเข้มกำลังก้าวลงจากรถพร้อมกับอุปกรณ์ตัดสัญญาณไฟฟ้าที่เขาสร้างไว้ “ดูเหมือนว่า ‘อดีต’ ของผม… จะตามมาหาถึงที่แล้วครับ” ปราชญ์หันมามองรินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาส่งกุญแจสำรองให้เธอ “หนีไปทางหลังบ้าน… อย่าหันหลังกลับมาจนกว่าผมจะติดต่อไป” รินมองกุญแจในมือสลับกับใบหน้าของปราชญ์ เธอเม้มปากแน่นก่อนจะคว้ามือเขาไว้ “ไม่… เราจะไม่หนีแยกกัน คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเราเป็นคู่ปรับที่ต้องรบไปด้วยกันน่ะ” “ริน! นี่ไม่ใช่เวลามาดื้อนะครับ!” ปราชญ์ตวาดเบาๆ ด้วยความเป็นห่วงสุดขั้ว ทว่าเขายังพูดไม่จบ ประตูสตูดิโอที่แน่นหนาก็ถูกพังเข้ามาด้วยแรงมหาศาลจากฝั่งตรงข้าม เงาร่างของชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาท่ามกลางฝุ่นควันที่ตลบอบอวล ปราชญ์เบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี… ใบหน้าที่ไม่มีวันจะมาปรากฏตัวที่นี่ได้หากไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย “ปราชญ์… พ่อบอกแล้วไงว่าการหนีไปกับ ‘คนงานต่ำต้อย’ แบบนี้ มันทำให้ตระกูลเราเสื่อมเสียขนาดไหน” สิ้นเสียงนั้น รินที่ยืนอยู่ข้างๆ ปราชญ์ก็ชะงักงัน เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าคนที่มีอิทธิพลขนาดนี้คือพ่อของเขา… และความลับที่เขาปกปิดมาตลอด กำลังจะถูกเปิดเผยต่อหน้าเธอในวินาทีนี้เอง ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมกับตัวละครของผมมาจนถึงจุดพลิกผันนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเสียงในหัวใจของนายช่างศิลป์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%