เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเสียงในหัวใจของนายช่างศิลป์•ตอนที่ 12

รอยร้าวในกำแพงน้ำแข็ง

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
เศษปูนขาวร่วงกราวลงมากระทบพื้นไม้ปาร์เกต์เสียงดัง *แกร็ก* ดึงสติปัญญาของคนทั้งคู่ให้กลับมาสู่ความเป็นจริงในพื้นที่แคบๆ ของเซฟเฮาส์หลังเก่า กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงอิฐและกลิ่นจางๆ ของน้ำมันสนลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ปราชญ์ยืนถือเกรียงโป๊สีค้างเติ่งอยู่กลางห้อง แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้มองไปที่ผนังโบราณเบื้องหน้า ทว่ากำลังจดจ้องอยู่กับคราบเปื้อนสีอะคริลิกสีฟ้าโคบอลต์ที่เลอะอยู่ตรงพวงแก้มใสของอีกฝ่ายอย่างลืมตัว “คุณมองอะไรหน้าผมขนาดนั้น ปราชญ์... หรือว่าผมทำแนวเส้นปูนปั้นตรงนี้พลาดตรงไหน” รินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดกวนประสาทเล็กน้อย เจ้าตัวขยับตัวถอยหลังจนสะโพชนุ่มไปชนเข้ากับโต๊ะทำงานไม้สักเก่าจนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด มือเรียวที่เปรอะเปื้อนฝุ่นปูนยกขึ้นปาดปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาปรกหน้าผาก ทว่าความซุ่มซ่ามนั้นกลับทำให้รอยเปื้อนสีบนแก้มลามกว้างขึ้นไปอีกจนปราชญ์ต้องลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ “คุณนี่มัน... ทำงานเหมือนเด็กอนุบาลไม่มีผิด ริน” สถาปนิกหนุ่มพูดเสียงเรียบ แต่แววตากลับไหววับอย่างประหลาด นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายยื่นออกไปโดยสัญชาตญาณ ปลายปลายนิ้วโป้งของเขาแตะเบาๆ ลงบนพวงแก้มเนียนเพื่อปัดเศษผงปูนที่ติดอยู่ออกให้อย่างเบามือที่สุดโดยไม่ทันระวังตัว บรรยากาศในห้องแคบๆ พลันเงียบสงบลงอย่างฉับพลัน เสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ดังประสานกันจนน่าประหลาดใจ รินชะงักค้างไปทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนประหลาดใจ หัวใจเจ้ากรรมในอกข้างซ้ายเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของปราชญ์ที่ลากผ่านผิวแก้มชวนให้รู้สึกวูบวาบแปลกๆ ความนิ่งขรึมและเจ้าระเบียบที่เคยเป็นเกราะกำบังของสถาปนิกหนุ่มในยามนี้กลับละลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแววตาที่ลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เจ้าตัวพยายามเก็บงกดมานาน “ระ... ริน” ปราชญ์เรียกชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าลงไปถนัดใจ เมื่อรู้ตัวว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ร่างสูงรีบชักมือกลับราวกับถูกไฟลวก พร้อมกับเสมองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู รินกระแอมไอเบาๆ สองทีเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับเข้าร่าง มือเรียวยกขึ้นแตะแก้มข้างที่เพิ่งถูกสัมผัสโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกซ่านแปลบยังคงหลงเหลืออยู่ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบางเบา รอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากการเยาะเย้ยถากถางเหมือนทุกครั้ง แต่เป็นรอยยิ้มที่จริงใจจนปราชญ์ต้องเป็นฝ่ายหลบตาเสียเอง “นึกว่าคุณจะมีแต่มาตรอด้านชาและคำสั่งเจ้าระเบียบเสียอีกนะครับ คุณสถาปนิก” รินเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พยายามทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดแต่กลับหวานล้ำเกินบรรยายนี้ “ไม่นึกเลยว่าเวลาคนเนี้ยบๆ อย่างคุณจะใจอ่อนกับเรื่องแค่นี้เป็นด้วย” “ผมไม่ได้ใจอ่อน... ผมแค่ไม่อยากให้งานของที่นี่เสียหายเพราะความไม่รอบคอบของคุณต่างหาก” ปราชญ์รีบแก้ตัวเสียงแข็ง พยายามดึงเอามาดหนุ่มมานิ่งกลับคืนมา ทว่าหูที่แดงก่ำกลับทรยศคำพูดของเขาอย่างสิ้นเชิง “แล้วก็เลิกเรียกผมห้วนๆ แบบนั้นเสียที ผมแก่กว่าคุณตั้งหลายปี” “แต่เราทำงานร่วมกันในฐานะหุ้นส่วนศิลป์นะคุณปราชญ์ คำว่า ‘พี่’ มันเลยดูแก่เกินไปสำหรับคนไฟแรงแบบผม” รินยัก ไหล่อย่างไม่ยี่หสอ ก่อนจะหันกลับไปหยิบพู่กันคู่ใจขึ้นมาบรรจงแต้มสีลงบนลวดลายปูนปั้นโบราณต่อด้วยความตั้งใจ สีหน้าของช่างบูรณะหนุ่มในยามนี้นิ่งสงบและเต็มไปด้วยพลังงานบางอย่างที่ดึงดูดสายตา ปราชญ์ยืนมองแผ่นหลังบางนั้นเงียบๆ ความรู้สึกต่อต้านในตอนแรกเริ่มถูกกัดเซาะจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขามองเห็นความมุ่งมั่น ทัศนคติที่เฉียบคม และฝีมือที่เกินกว่าอายุของริน ชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้แค่เข้ามาทำงานเพื่อแลกกับเงินค่าจ้าง แต่เอาหัวใจและจิตวิญญาณทั้งหมดใส่ลงไปในซากปรักหักพังเหล่านี้ เหมือนกับที่ปราชญ์เคยทำในอดีต... ก่อนที่เขาจะยอมจำนนต่อความคาดหวังของครอบครัวและสูญเสียตัวตนไป “ริน” ปราชญ์เอ่ยเรียกขึ้นมาทำลายความเงียบอีกครั้ง คราวนี้ น้ำเสียงของเขานุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนรินต้องหยุดมือแล้วหันกลับมามองด้วยความแปลกใจ “มีอะไรอีกครับ หรือว่าตรงนี้ผมลงสีเข้มไป?” รินเลิกคิ้วถาม “เปล่า... สีตรงนั้นสมบูรณ์แบบดีแล้ว” ปราชญ์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เหมือนกำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดบางอย่างที่เก็บไว้ในใจ “ผมแค่อยากจะบอกว่า... ขอบคุณนะ” รินนิ่งอึ้งไป ดวงตากลมโตมองสบตากับอีกฝ่ายอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง คำชมจากปากของปราชญ์ สถาปนิกผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวและมาตรฐานสูงลิ่ว เปรียบเสมือนปาฏิหาริย์ที่หาได้ยากยิ่งในโปรเจกต์นี้ รอยยิ้มกว้างเผยขึ้นบนใบหน้าหวานอย่างปิดไม่มิด ประกายความดีใจฉายชัดในแววตาจนปราชญ์รู้สึกว่าหัวใจของตัวเองเต้นผิดจังหวะไปอีกรอบ “นี่คุณ... กำลังชมผมอยู่หรือเปล่าเนี่ย? หูฝันไปหรือเปล่าผม” รินหัวเราะร่วน บรรยากาศตึงเครียดที่เคยมีระหว่างทั้งคู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในพื้นที่สี่เหลี่ยมแคบๆ แห่งนี้ “ผมพูดความจริง อย่าเพิ่งได้ใจไปหน่อยเลย” ปราชญ์แกล้งทำเป็นตีหน้าขรึมกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่ริมฝีปากหยักกลับยกยิ้มขึ้นบางๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว “แต่ฝีมือของคุณ... ยอมรับก็ได้ว่ามันใช้ได้ทีเดียว” “แค่ ‘ใช้ได้’ เองเหรอครับ?” รินแกล้งทำหน้ามุ่ยอย่างหมั่นไส้ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวปราชญ์อีกครั้งจนแผ่นหลังของสถาปนิกหนุ่มเกือบจะแนบติดกับผนังห้อง “ปากแข็งจริงๆ นะคุณเนี่ย ทั้งๆ ที่ใจจริงอยากจะบอกว่าผลงานของผมมันยอดเยี่ยมจนคุณถอนตัวไม่ขึ้นแล้วใช่ไหมล่ะ” ปราชญ์ชะงักเมื่อถูกรุกไล่โดยกะทันหัน กลิ่นหอมจางๆ จากตัวของรินลอยเข้าจมูกยิ่งทำให้สติกระเจิง ร่างสูงขยับถอยไม่ได้เพราะมีกำแพงด้านหลัง มือแกร่งเผลอวางทราบลงบนเอวบางโดยอัตโนมัติเพื่อรักษาระสมดุล สายตาส2 คู่ประสานกันอย่างแนบแน่น ท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นรัวรากับกลองศึก ความซึนเดระที่ปราชญ์สร้างขึ้นมานานนับปีพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในก้นบึ้งของหัวใจ “ถ้าผมบอกว่าถอนตัวไม่ขึ้นจริงๆ ล่ะ คุณจะรับผิดชอบยังไง...” ปราชญ์กระซิบแผ่วเบา เสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะควบคุม ไอร้อนจากลมหายใจเป่ารดริมฝีปากของกันและกัน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่ลมกั้น ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะเดินทางไปถึงจุดหลอมละลาย เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นที่ด้านนอกห้องโถง ตามด้วยเสียงทุ้มคุ้นเคยที่ตะโกนแทรกเข้ามาขัดจังหวะ “คุณปราชญ์ครับ! แย่แล้วครับ ทางเทศบาลส่งคนมาตรวจสอบหน้างานเร็วกว่ากำหนด สามนาทีนี้พวกเขาจะเข้ามาถึงด้านในแล้วครับ!” ทั้งปราชญ์และรินสะดุ้งสุดตัวผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟดูด ปราชญ์หน้าเสียเล็กน้อยขณะจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ส่วนรินรีบคว้าพู่กันกลับมาทำท่าจดจ่อกับผนังราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าก่อนที่ปราชญ์จะเดินหันหลังไปเปิดประตูเพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤตด้านนอก มือเรียวของรินก็เอื้อมมาดึงชายเสื้อของเขาไว้เบาๆ พร้อมกับกระซิบข้างหูด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อย “เรื่องที่เราคุยกันเมื่อกี้... ค้างไว้ก่อนนะครับ คืนนี้เราเคลียร์กันยาวแน่” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมใจเต้นไปกับจังหวะชีวิตของทั้งคู่ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเสียงในหัวใจของนายช่างศิลป์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%