เสียงปรบมือช้าๆ สามครั้งดังขึ้นจากความมืดตรงกรอบประตูห้องโถงเซฟเฮาส์ มันไม่ใช่เสียงปรบมือเพื่อชื่นชม แต่เป็นจังหวะเคาะที่จงใจกดดันให้บรรยากาศอุณหภูมิลดฮวบลงจนแทบติดลบ
"เซอร์ไพรส์... หวังว่าฉันคงไม่ได้เข้ามารบกวน ‘เวลาส่วนตัว’ ของพวกเธอสองคนหรอกนะ... ปราชญ์, ริน"
เงาร่างของ 'กิตติภัทร' ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการพิเศษก้าวล่วงเข้ามาในแสงสว่างสลัวของโคมไฟตั้งโต๊ะ สายตาคมปลาบกวาดมองสภาพห้องที่เต็มไปด้วยเศษกระดาษร่างแบบ งานสีน้ำมันชิ้นโบแดงที่ถูกถอดเฟรมวางพิงไว้กับผนัง และระยะห่างระหว่างปราชญ์กับรินที่ยืนประชิดกันจนเกือบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวในสายตาของคนนอก
ปราชญ์ไม่แม้แต่จะขยับถอยหลัง เขายังคงยืนบังร่างเพรียวของรินไว้ครึ่งหนึ่งด้วยสัญชาตญาณการปกป้องที่เจ้าตัวอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ สถาปนิกหนุ่มตีสีหน้านิ่งสนิท แววตาไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อผู้มีอำนาจเหนือกว่าในบริษัท
"ท่าน ผอ. มาเร็วกว่ากำหนดการสามชั่วโมงนะครับ" ปราชญ์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบคมจนคนฟังต้องเลิกคิ้ว
"ถ้าฉันไม่มาเซอร์ไพรส์ ป่านนี้โครงการมรดกวัฒนธรรมร้อยล้านคงพังไม่เป็นท่า เพราะความติสต์แตกของช่างบูรณะคนนี้ กับความหยิ่งยโสของสถาปนิกที่กล้าขัดคำสั่งบอร์ดบริหารสินะ" กิตติภัทรเดินเข้ามาใกล้ กวาดสายตาพิพากษางานศิลปะบนโต๊ะทำงาน "ผมได้ข่าวว่าพวกคุณกำลังรื้อแผนโครงสร้างทั้งหมดใหม่... บ้าสิ้นดี! งานนี้มีเวลาเหลืออีกแค่สามวันก่อนส่งมอบ ใครอนุญาตให้พวกคุณเล่นสนุกกับอนาคตของบริษัท"
รินเม้มปากแน่น ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาถึงดวงตาคู่สวย มือเรียวที่เปื้อนคราบสีฝุ่นกำเข้าหากันจนข้อต่อขึ้นสีขาว ชายคนนี้ไม่เคยเข้าใจคุณค่าของศิลปะ เขามองทุกอย่างเป็นตัวเลขและผลกำไร แต่ก่อนที่เธอจะได้สวนกลับด้วยวาจาเชือดเฉือนตามสไตล์ ปราชญ์กลับยกมือขึ้นแตะข้อศอกของเธอเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม
สัมผัสอบอุ่นที่ส่งผ่านเนื้อผ้าเนื้อบาง ทำให้หัวใจที่กำลังเต้นเร้าด้วยความเดือดดาลของรินค่อยๆ สงบลงอย่างประหลาด เธอมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของปราชญ์—ผู้ชายที่มักจะยึดติดกับกฎเกณฑ์และกรอบระเบียบ แต่วินาทีนี้เขากลับเลือกที่จะยืนอยู่ฝั่งเดียวกับความบ้าบิ่นของเธอ
"ผมเป็นคนอนุญาตเองครับ" ปราชญ์พูดขึ้น น้ำเสียงราบเรียบทว่าหนักแน่น เด็ดขาด และไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
กิตติภัทรชะงัก หรี่ตามองสถาปนิกหนุ่มลูกรักของบอร์ดบริหารอย่างไม่เชื่อหู "คุณว่ายังไงนะปราชญ์? คุณเสียสติไปแล้วหรือไง ถึงเอาชื่อเสียงสิบปีของคุณไปเดิมพันกับงานซ่อมแซมไร้สาระนี่"
"มันไม่ใช่เรื่องไร้สาระครับ ผอ." ปราชญ์หันไปสบตากับกิตติภัทรตรงๆ ไม่มีหลบสายตา "แผนเดิมของท่านจะทำลายจิตวิญญาณของตัวอาคาร มันคือการเอาคอนกรีตไร้ชีวิตมาแปะทับประวัติศาสตร์ แต่งานที่ริน... ที่คุณรินเสนอ คือการคืนชีวิตให้มันอย่างแท้จริง ถ้าเราจะสร้างตึกเพื่อโชว์ความร่ำสมบูรณ์แบบจอมปลอม ผมขอไม่เซ็นชื่อรับรองโปรเจกต์นี้ตั้งแต่แรกดีกว่าครับ"
คำพูดที่ทรงพลังและเด็ดเดี่ยวราวกับค้อนเหล็กทุบลงกลางใจห้อง รินหันไปมองปราชญ์ด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอก ความตื้นตันผสมปนเปไปกับความอบอุ่นวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง เธอไม่เคยคิดว่าผู้ชายคนนี้จะกล้าหักหน้าผู้บริหารระดับสูงเพื่อปกป้องวิสัยทัศน์ที่เธอเชื่อมั่นขนาดนี้
กิตติภัทรแค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าบึ้งตึงขึ้นถนัดตา "ดี... ดีมาก! ในเมื่อพวกคุณมั่นใจกันขนาดนี้ งั้นก็รับผิดชอบผลลัพธ์ที่จะตามมาเอง ถ้าอีกสามวันข้างหน้า คณะกรรมการตรวจสอบไม่ยอมรับงานชิ้นนี้ เตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากบริษัทได้ทั้งคู่!"
พูดจบ ผอ.จอมเผด็จการก็สะบัดตัวหันหลังเดินกระแทកเท้าออกจากห้องไป เสียงประตูกระแทกปิดดังสนั่นสะท้อนก้องไปทั่วเซฟเฮาส์ไร้เสียงแห่งนี้
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมอีกครั้ง แต่บรรยากาศภายในห้องกลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มันอวลไปด้วยความตึงเครียดที่เจือจางลง และความผูกพันที่แน่นแฟ้นขึ้นอย่างน่าประหลาด
รินผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ไหล่บางที่แบกรับแรงกดดันมาตลอดทรุดลงเล็กน้อยก่อนที่เธอจะหันมามองหน้าปราชญ์ตรงๆ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก พร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
"คุณนี่... บ้ากว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะ Mr. Architect" รินเอ่ยแซف น้ำเสียงเจือความขบขันและซาบซึ้งในคราวเดียวกัน "รู้ตัวไหมว่าคุณเพิ่งเอาอนาคตหน้าที่การงานมาทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานฉันเนี่ยนะ"
ปราชญ์หันกลับมามองเธอ ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด บัดนี้กลับทอประกายอ่อนโยนอย่างที่หาดูได้ยาก เขาก้าวเข้าไปใกล้รินอีกก้าว จนระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ
"ผมไม่ได้เอาอนาคตมาทิ้ง..." ปราชญ์โน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาอยู่ใกล้ริมฝีปากของเธอ "...แต่ผมกำลังลงทุนกับสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ต่างหาก"
หัวใจของรินกระตุกวูบ ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มขาวเนียนโดยไม่ต้องแต่งแต้มสี เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้มาดนิ่งมาตลอด เคมีที่คุกกรุ่นอยู่ระຫວ່າງพวกเขาร้อนแรงเสียยิ่งกว่าเตาเผางานศิลป์
"พูดอะไรของคุณเนี่ย..." รินเบนสายตาหลบความวับแวมในแววตานั้นอย่างเขินอาย พยายามจะถอยหลังหนี แต่ทว่า...
ปราชญ์ไว,เร็วกว่า มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ไม่ได้บีบรัดแต่หนักแน่นพอที่จะตรึงให้เธออยู่กับที่ ขณะที่มืออีกข้างยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของเธอออกอย่างทะนุถนอม ปลายนิ้วอุ่นจัดสัมผัสโดนผิวแก้มจนรินสะท้านเฮือก
"ริน..." ปราชญ์เรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่ทุุ่มนุ่มและจริงจังจนน่าใจหาย "ผมเชื่อในตัวคุณ... และหวังว่าคุณจะเชื่อมั่นในตัวผมเหมือนกัน"
รินเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง ความรู้สึกมากมายไหลทะลักเข้ามาในหัวใจ เธอพยักหน้าน้อยๆ อย่างยอมจำนนต่อความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง
"ฉันเชื่อคุณ... ปราชญ์"
คำพูดนั้นราวกับสลักคำสัญญาบางอย่างระหว่างคนทั้งสอง บรรยากาศรอบตัวหวานล้ำจนแทบจะหยดหย้อย ใบหน้าของทั้งคู่ค่อยๆ เคลื่อนเข้าหากันอย่างช้าๆ แรงดึงดูดมหาศาลผลักดันให้ริมฝีปากของพวกเขากำลังจะทาบทับกันในวินาทีที่อารมณ์พุ่งถึงขีดสุด—
*กริ๊งงงงงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานแผดเสียงดังลั่นลายความเงียบ ทำลายห้วงเวลาอันแสนหวานลงในพริบตา ปราชญ์ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ส่วนรินสะดุ้งสุดตัว รีบผละถอยหลังออกมาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก
ปราชญ์สบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอเพื่อจะตัดสายทิ้ง แต่ทว่า... เมื่อสายตาปะทะเข้ากับชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ นิ้วที่กำลังจะกดปฏิเสธกลับชะงักค้างทันที
รินสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของสถาปนิกหนุ่ม สีหน้าที่เคยผ่อนคลายและเปี่ยมด้วยความมั่นใจเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดและตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
"ปราชญ์... ใครโทรมา?" รินถามด้วยน้ำเสียงระคนสงสัย
ปราชญ์เงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาคมกริบไหวระริกด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ก่อนที่เขาจะพูดประโยคสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายของรินเย็นเฉียบลงทันที
"แม่... แม่โทรมา และท่านบอกว่าท่านยืนอยู่ที่ล็อบบี้ด้านล่างของเซฟเฮาส์นี้แล้ว"
[ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับงานศิลป์และความรักของปราชญ์กับรินนะครับ]
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเสียงในหัวใจของนายช่างศิลป์•ตอนที่ 22
ความไว้ใจที่ต้องแลกด้วยงาน
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเสียงในหัวใจของนายช่างศิลป์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!