"ถ้าคุณยังเดินเร็วกว่านี้อีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณกำลังวิ่งหนีความจริงบางอย่างนะครับ, คุณริน"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นท่ามกลางเสียงจอแจของตลาดสดท้องถิ่น ปราชญ์หยุดฝีมือที่กำลังจะคว้าแขนเสื้อของคนตรงหน้า พร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ แว่นตากรอบทองสะท้อนแสงไฟนีออนสีส้มจากแผงขายปลาหมึกย่าง ขณะที่มืออีกข้างต้องคอยปัดป้องหลบหลีกแม่ค้าปลาแห้งที่ถือกระบวยเดินสวนมาอย่างชุลมุน
รินหันขวับกลับมามองคู่ปรับตัวแสบ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายเช่นเคย เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนที่รวบไว้ลวกๆ หลุดลุ่ยลงมาคลอเคลียข้างแก้มเนียนที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเหนื่อยและฤทธิ์ความเผ็ดของส้มตำปูปลาร้าเมื่อครู่
"ใครหนี? พูดจาให้เกียรติรองเท้าผ้าใบราคาแพงของฉันด้วยนะคุณปราชญ์ ฉันแค่เดินตามหาร้านขายสีฝุ่นโบราณที่คุณลุงบอกต่างหากเล่า แล้วอีกอย่าง..." รินชะليอเสียงลงเล็กน้อยเมื่อปราชญ์ก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิด เพื่อกันไม่ให้ชายวัยกลางคนเข็นรถเข็นผักกระแทกเข้าที่ไหล่ของเธอ "...คุณต่างหากที่เดินตามฉันแจเหมือนเด็กหลงทาง"
"ผมไม่ได้หลงทาง แค่กำลังทำหน้าที่ดูแล... ผู้ร่วมงานที่ชอบทำตัวเป็นภาระ" ปราชญ์สวนกลับทันควัน ริมฝีปากหยักได้รูปเหยียดยิ้มบางเบาอย่างเหนือกว่า แม้หัวใจในอกข้างซ้ายจะเต้นแรงจนน่าหงุดหงิดทุกครั้งที่กลิ่นน้ำหอมเจือกลิ่นอายดินสอพองและสีน้ำมันจากตัวรินลอยมาแตะจมูกท่ามกลางกลิ่นคาวปลาและอาหารทอด
นี่คือภารกิจสำรวจตลาดเก่าเพื่อหาวัสดุบูรณะภาพจิตรกรรมฝาผนังของโบสถ์ร้าง แต่บรรยากาศรอบตัวกลับพาให้พวกเขารู้สึกเหมือนกำลังติดอยู่กลางสนามประลองยุทธ์ทางอารมณ์ ที่อาวุธมีเพียงสายตาคมกริบและฝีปากที่ไม่มีใครยอมใคร
"ภาระเหรอ? หึ! งั้นเชิญคุณสถาปนิกผู้สูงส่งยืนรออยู่ตรงเสาไฟฟ้านั่นเลยไป ฉันจะไปซื้อพวงมาลัยดอกมะลิฝากคุณแม่คุณเอง จะได้เลิกบ่นสักทีว่าฉันเป็นผู้หญิงซุ่มซ่าม" รินทำท่าจะหันหลังเดินเข้าสู่ซอกตึกแคบๆ ที่เต็มไปด้วยแผงขายผ้าโบราณ แต่มือหนากลับคว้าข้อศอกเธอไว้ทันที แรงบิดเพียงเล็กน้อยดึงร่างบางให้เซเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่พับแขนขึ้นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน
ตลาดรอบตัวราวกับหยุดเคลื่อนไหว เสียงแม่ค้าตะโกนขายของและเสียงมอเตอร์ไซค์พ่นควันจางหายไปจากโสตประสาท เหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะกัน
"อย่าดื้อได้ไหมครับ..." ปราชญ์กระซิบ เสียงของเขาเบาราวกับเสียงกระซิบจากความฝัน แต่น้ำเสียงกลับจริงจังจนรินเผลอกลั้นหายใจ นิ้วเรียวยาวที่เคยถือแต่ดินสอเขียนแบบ ค่อยๆ เอื้อมขึ้นไปปัดปอยผมที่ปรกหน้าผากมนให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วที่ปัดผ่านผิวแก้มทำเอารินนิ่งค้าง สมองที่เคยฉับไวในการโต้เถียงกลับว่างเปล่าในเสี้ยววินาที
"ป... ปราชญ์" รินครางชื่อเขาแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยสั่นไหวเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ปราชญ์ก้มมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบตากับเธอตรงๆ
ความเงียบงันก่อตัวขึ้นท่ามกลางความอลหม่านของตลาดสด เป็นความเงียบที่ทรงพลังและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด ปราชญ์ไม่เคยรู้เลยว่ากลิ่นอายของความเป็นอิสระและรอยเปื้อนสีบนปลายนิ้วของริน จะมีอิทธิพลต่อระเบียบวินัยในชีวิตของเขาได้มากขนาดนี้ เขากำลังจะโน้มใบลงไปใกล้กว่าเดิมเพื่อปิดระยะห่างที่เหลือเพียงน้อยนิด...
*กรี๊งงงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของปราชญ์ดังขึ้นทำลายบรรยากาศราวกับมีคนสาดน้ำเย็นจัดใส่หน้า ทั้งคู่สะดุ้งผละออกจากกันทันที ใบหน้าของปราชญ์กลับมาเรียบนิ่งสนิทราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่รินรีบหันไปมองทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำจนลามไปถึงใบหู
ปราชญ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยสีหน้าหงุดหงิดที่ต้องถูกขัดจังหวะ แต่เพียงแค่กวาดสายตาดูชื่อผู้ติดต่อบนหน้าจอ ร่างสูงก็ชะงักกึก รอยยิ้มจางๆ และแววตาอ่อนโยนเมื่อครู่เลือนหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดที่กลับมาเกาะกุม
"ว่าไงครับแม่..." ปราชญ์กรอกเสียงลงไป
รินแอบเหลือบมองท่าทีของชายหนุ่ม เธอสังเกตเห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นและมืออีกข้างที่กำโทรศัพท์จนข้อต่องอขาวโพลน แม้จะไม่ได้ยินเสียงปลายสาย แต่บรรยากาศรอบตัวปราชญ์ก็เปลี่ยนจากความอบอุ่นเมื่อครู่ให้กลายเป็นความหนาหนักทันที
ปราชญ์วางสายด้วยสีหน้าที่ยากจะคาดเดา เขานิ่งเงียบไปนานนับนาทีก่อนจะหันมามองรินด้วยสายตาที่ลึกซึ้งและแปลกประหลาด จนรินต้องเอ่ยปากถามด้วยความกังวล
"มีเรื่องอะไรหรือเปล่า... หรือว่าทางบ้านมีปัญหา?"
ปราชญ์ส่ายหน้าช้าๆ แต่แววตากลับหลบเลี่ยงไม่ยอมสบตาเธอตรงๆ เหมือนกำลังตัดสินใจเรื่องยากลำบากบางอย่าง
"เปล่าหรอกครับ... แค่แม่บอกว่า... มีแขกที่ไม่คาดคิดคนหนึ่งมารอผมอยู่ที่เซฟเฮาส์แล้วตอนนี้" ปราชญ์หยุดพูดไปชั่วขณะ ก่อนจะดึงข้อมือของรินให้เดินตามเขาออกจากตลาดทันทีด้วยก้าวที่เร็วกว่าเดิม "และดูเหมือนว่า... ความลับที่เราพยายามปกปิดกันมาตลอด กำลังจะถูกเปิดโปงในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แล้วล่ะครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปกับพวกเขาในตอนนี้นะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเสียงในหัวใจของนายช่างศิลป์•ตอนที่ 19
ภาพจำที่ไม่มีวันลืม
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเสียงในหัวใจของนายช่างศิลป์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!