กลิ่นทินเนอร์และสีน้ำมันระเหยคละคลุ้งจนแสบจมูก แต่สิ่งที่บาดลึกยิ่งกว่าคือประโยคคำสั่งห้วนจัดที่ยังก้องอยู่ในโสตประสาท
"บอกแล้วไงว่าห้ามใครเข้ามายุ่ง... นายท่านสั่งเก็บกวาดที่นี่ให้เกลี้ยง!"
รินสะบัดข้อมือออกจากเงื้อมมือของทีมงานรื้อถอนที่พยายามเข้ามาหิ้วปีกเขาออกไปจากโซนสตูดิโอเก่า ดวงตากลมโตฉายแววพยศและดื้อรั้น ช่างบูรณะหนุ่มสายติสต์ในชุดเปื้อนสีปอนๆ ไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่นก้าว ตรงกันข้าม เขาก้าวสวนสนามความเกรี้ยวกราดนั้นตรงไปยังร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มมาดนิ่งที่ยืนกอดอกตีสีหน้าเรียบเฉยอยู่มุมห้อง
"นายท่านเหรอ? หึ... ถ้าหมายถึงคุณปราชญ์ผู้เคร่งขรึมและยึดมั่นในแบบแปลนสี่เหลี่ยมไร้จิตวิญญาณล่ะก็ ช่วยบอกเขาด้วยนะว่างานศิลป์ชิ้นนี้ไม่ใช่ขยะที่จะกวาดทิ้งลงถังตามคำสั่งบ้าๆ ของใครได้!"
รินประกาศกร้าว เสียงของเขาก้องกังวานในเซฟเฮาส์ไร้เสียงแห่งนี้ ปราชญ์ที่กำลังใช้นิ้วเคาะข้อศอกตัวเองเบาๆ อย่างใช้ความคิด ค่อยๆ ลดแขนลง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคมเข้มหันมาสบตากับคนอวดดีที่กล้าท้าทายอำนาจของเขาต่อหน้าคนงานนับสิบ
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เป็นความเงียบที่อัดแน่นไปด้วยแรงกดดันระอุ ปราชญ์ถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย เขาก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายช้าๆ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงเรื่อยๆ จนรินเริ่มสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของอีกฝ่ายที่แผ่ซ่านออกมา
"คุณกำลังทำตัวเป็นเด็กมีปัญหา คุณริน" ปราชญ์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกพยางค์หนักแน่นและบาดลึก "ที่นี่คือพื้นที่ส่วนตัว และผมมีสิทธิ์ขาดในการจัดการทุกตารางเมตรตามสัญญาจ้าง หากคุณยังดื้อดึงที่จะเอางานสีสันฉูดฉาดพวกนี้มาแปดเปื้อนความเรียบง่ายที่ผมออกแบบไว้ ผมคงต้องเชิญคุณออกนอกพื้นที่... ด้วยวิธีที่ไม่ค่อยสุภาพนัก"
รินหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความท้าทาย แทนที่จะถอย เขากลับขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบุรุษเพศที่เจือจางด้วยกลิ่นกาแฟดำจางๆ จากตัวสถาปนิกหนุ่ม
"วิธีไม่สุภาพเหรอครับ? ไหน... ลองทำผมดูสักตั้งสิครับ คุณสถาปนิกผู้เพียบพร้อม" รินท้าทาย สายตาคู่คมกวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดีของอีกฝ่าย "กลัวเหรอครับ? กลัวว่าถ้าปล่อยให้ผมแตะต้องพื้นที่ตรงนี้ สีสันและชีวิตชีวาที่ถูกกัก The True Art จริงๆ จะพังทลายเกราะป้องกันที่คุณสร้างขึ้นมาหลายปี?"
ปราชญ์นิ่งค้างไปชั่ววินาที ดวงตาคมกวูบไหวเล็กน้อยด้วยปฏิกิริยาที่แม้แต่เจ้าตัวก็คาดไม่ถึง ปมในใจที่เขาต้องแบกรับความคาดหวังของตระกูล รอยยิ้มที่ถูกบังคับให้วางฟอร์ม และกฎระเบียบเหล็กที่เขาใช้ขีดเส้นกั้นชีวิตตัวเอง ถูกสายตาซุกซนแต่ลุ่มลึกของช่างบูรณะคนนี้เจาะทะลวงเข้ามาอย่างง่ายดาย
พื้นที่ส่วนตัวในใจที่ปิดตายมาตลอด กำลังถูกรุกราน... ไม่ใช่ด้วยความรุนแรง แต่ด้วยความดื้อรั้นที่เปี่ยมเสน่ห์จนน่ากลัว
"คุณไม่รู้อะไรเลย..." ปราชญ์กดเสียงต่ำลง มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าต้นแขนเล็กเพื่อผลักให้ออกจากอาณาเขตอันตราย แต่ทว่า รินกลับเร็วกว่า มือเรียวที่เปื้อนคราบสีอะคริลิกสีฟ้าโคบอลต์แตะเข้าที่แก้มสากของปราชญ์อย่างจัง ปาดป้ายรอยสีแต้มลงบนผิวหน้าของชายหนุ่มราวกับจิตรกรกำลังแต่งแต้มผืนผ้าใบ
กึก! ลมหายใจของปราชญ์สะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อปลายนิ้วอุ่นๆ ของรินลูบไล้ผ่านแนวสันกรามคมสันเบาๆ
"ผมไม่อยากรู้อะไรทั้งนั้น... นอกจากอยากเห็นคุณทำหน้าแบบอื่น นอกจากหน้าตายด้านนี่บ้างครับ" รินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้หัวใจของคนระเบียบจัดเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง
ปราชญ์กำ2มือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความอดทนที่สะสมมานานขาดผึ่ง เขี้ยวเล็บของสถาปนิกหนุ่มผู้แสนเย็นชาถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยสัมผัสเพียงนิดเดียว มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางของรินแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นหลังชิดติดผนังห้องอย่างไร้ช่องว่าง แรงปะทะทำให้ลมหายใจของทั้งคู่หลอมรวมกันในระยะประชิด
ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างดุเดือด ไม่มีใครยอมใคร ฝ่ายหนึ่งซ่อนความคลั่งรักไว้ภายใต้ความโกรธขึง แต่อีกฝ่ายกลับจ้องมองด้วยความท้าทายที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกกฎเกณฑ์
"คุณเล่นกับไฟเกินไปแล้วนะ... ริน" ปราชญ์คำรามลอดไรฟัน เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าจนน่ากลัว ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้าไปใกล้จนแทบจะสัมผัสกัน
รินใจเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความซ่าและความปากเก่งเมื่อครู่เริ่มสั่นคลอนด้วยรัศมีอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวสถาปนิกหนุ่ม ทว่ารอยยิ้มท้าทายยังคงประดับอยู่บนมุมปากอิ่ม
"ถ้าไฟมันจะทำให้คุณรู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้..." รินกระซิบตอบเสียงสั่นพร่า สบตาคมกริบอย่างไม่หลบเลี่ยง "ก็ลองแผดเผาดูสิครับ... ผมไม่กลัวหรอก"
บรรยากาศในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ร้อนระอุขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก แรงดึงดูดระหว่างขั้วตรงข้ามกำลังพุ่งถึงขีดสุด ปราชญ์เงยหน้าขึ้นเตรียมจะปิดระยะห่างระหว่างริมฝีปากของพวกเขาทั้งสองเพื่อปิดปากคนอวดดี ทว่าในวินาทีที่หัวใจของทั้งคู่กำลังจะหลอมรวมเป็นหนึ่ง—
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะความเป็นความตาย ตามด้วยเสียงผลักบานประตูไม้หนักอึ้งให้เปิดผางออกอย่างไร้มารยาท
"คุณปราชญ์ครับ! แย่แล้วครับ! คุณท่านใหญ่เดินทางมาตรวจงานกะทันหัน กำลังเดินตรวจมาถึงหน้าสตูดิโอแล้วครับ!"
ร่างของเลขาหนุ่มวิ่งหน้าตาตื่นพรวดพราดเข้ามาในห้อง โดยไม่ทันได้สังเกตเลยว่า นายจ้างหนุ่มผู้แสนเนี๊ยบของตนกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับช่างบูรณะสีเปื้อนตัว ในระยะห่างที่อันตรายและชวนเข้าใจผิดที่สุดในสามโลก!
—โปรดติดตามตอนต่อไป—
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาเติมสีสันให้พื้นที่ของผมนะครับ!
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเสียงในหัวใจของนายช่างศิลป์•ตอนที่ 3
เขตห้ามเข้าในใจคน
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเสียงในหัวใจของนายช่างศิลป์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!