“เคร้ง!”
เสียงโลหะกระทบพื้นไม้ดังสนั่นก้องห้องนอนแคบๆ ในความมืดสลัว หลินว่านจินไม่ได้กรีดร้องโวยวายอย่างสะใภ้ขี้ขลาดที่ชาวบ้านนินทา มือเรียวบางที่เพิ่งวางถาดเค้กมะพร้าวอ่อนในมิติลับเมื่อครู่ คว้าเอาด้ามไม้กวาดด้ามยาวที่พิงอยู่ข้างตู้เสื้อผ้าอย่างรวดเร็วราวกับฝึกซ้อมมาเป็นร้อยรอบ ดวงตากลมโตหรี่ลงด้วยความเย็นเยียบยามจ้องมองร่างสูงใหญ่ที่กำลังมุดลอดหน้าต่างไม้ผุๆ เข้ามาครึ่งตัว
เงาร่างนั้นชะงักกึก เมื่อเห็นว่าเหยื่อไม่ได้นอนหลับใหลไร้เดียงสากอย่างที่คาดการณ์ไว้
“ใคร!” เสียงหวานตวาดกร้าว พร้อมกับพุ่งหลาวฟาดด้ามไม้กวาดลงไปที่ไหล่หนาของแขกยามวิกาลอย่างไร้ความปรานี!
“โอ๊ย! ว่านจิน! พี่เอง! เบามือก่อนแม่คุณ!”
เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่เอ่ยร้องด้วยความเจ็บปวดทำเอาแรงเหวี่ยงของหลินว่านจินชะงักกึก ปลายไม้กวาดหยุดห่างจากปลายจมูกโด่งเป็นสันของลู่เฉิงอวร์เพียงแค่คืบเดียว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนฉุนเฉียว นางลดไม้กวาดลงเล็กน้อยก่อนจะใช้มือทาบอกที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ
“คุณสามี? สมองคุณกลับบ้านไม่ถูกหรืออย่างไร ถึงต้องปีนหน้าต่างเข้าห้องเหมือนโจรขโมยไก่แบบนี้คะ!” ว่านจินต่อว่าเสียงเขียว ขมวดคิ้วมุ่นจนแทบจะเป็นปม นางกวาดสายตามองสำรวจร่างกายของสามีหนุ่มนายทหาร พบว่าเสื้อผ้าอาภรณ์มีรอยเปื้อนฝุ่นและกลิ่นอายความเหนื่อยล้าลอยโชยมาจางๆ
ลู่เฉิงอวร์ยกมือขึ้นลูบหัวไหล่ตัวเองป้อยๆ รอยยิ้มเจื่อนๆ ปรากฏบนใบหน้าคมคายที่มักจะนิ่งขรึม เขายกห่อกระดาษสีน้ำตาลเก่าๆ ขึ้นมาโบกเบาๆ เป็นสัญญาณสงบศึก “พี่กลัวว่าแม่จะตื่นแล้วมาอาละวาดโวยวายที่เรือนใหญ่หากพี่เดินเข้าประตูหน้า อีกอย่าง... พี่เพิ่งกลับจากค่ายทหารดึกดื่น ขี้เกียจฟังเสียงบ่นจนหูชาหน่ะสิครับ... เอ่อ... นะคะ”
ชายหนุ่มแก้คำแทบไม่ทันเมื่อเห็นภรรหาสาวปรายตามองด้วยสายตาพิฆาต หลินว่านจินถอนหายใจยาวเหยียด นางวางไม้กวาดพิงไว้ที่เดิม ก่อนจะเดินเลี่ยงไปรินน้ำอุ่นใส่ถ้วยส่งให้เขา “คราวหน้าถ้าคิดจะปีนหน้าต่างอีก บอกฉันล่วงหน้านะคะ ฉันจะได้เตรียมน้ำร้อนลวกหน้าคุณแทนการต้อนรับด้วยไม้กวาด”
ลู่เฉิงอวร์รับถ้วยน้ำอุ่นมาดื่มรวดเดียวหมดเกลี้ยง ดวงตาคมกริบมองตามร่างบางที่เดินวนเวียนจัดแจงข้าวของในห้อง แววตาของเขาสะท้อนความอบอุ่นและคลั่งรักออกมาอย่างปิดไม่มิด สองสามวันที่ผ่านมา ภรรยาตัวน้อยของเขาเปลี่ยนไปราวกับคนละคน นางไม่เพียงแต่ฉลาดเฉลียวจนแม่เฒ่าลู่ต้องหน้าหงายกลับไปทุกครั้ง แต่นางยังดูแลปรนนิบัติเขาด้วยอาหารรสเลิศที่เขาไม่เคยลิ้มลองที่ไหนมาก่อนในชีวิต
“มองอะไรคะ ดื่มน้ำเสร็จแล้วก็ไปล้างเนื้อล้างตัวเสีย พรุ่งนี้เรามีงานใหญ่ต้องทำ” ว่านจินเอ่ยตัดบทพลางเดินไปหยิบผ้าขนสะอาดสะอ้านยัดใส่มือหนา
“งานใหญ่? งานอะไรหรือจ๊ะภรรยา” ลู่เฉิงอวร์เลิกคิ้วสูงอย่างสงสัย
“แปลงโฉมแปลงสวนหลังบ้านอย่างไรล่ะคะ”
***
รุ่งอรุณวันถัดมา แสงแดดยามสายสาดส่องผ่านหมู่แมกไม้กระทบหลังคาเรือนหลังเล็ก ลู่เฉิงอวร์ในชุดเสื้อแขนยาวพับแขนขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อแขนเป็นมัดๆ กำลังถือจอบเหล็กยืนมองภรรณาสาวที่แต่งกายทะมัดทะแมงด้วยกางเกงผ้าฝ้ายเนื้อหนาและผ้าคาดผมลายดอกไม้สะดุดตา
พื้นที่หลังบ้านของตระกูลลู่เดิมทีเป็นเพียงดินลูกรังแห้งแล้ง เต็มไปด้วยเศษหินและวัชพืชรกเรื้อ ขึ้นชื่อว่าปลูกอะไรก็ไม่เคยงอกงามจนแม่เฒ่าลู่เคยถ่มน้ำลายใส่แล้วประกาศกร้าวว่าต่อให้เทปุ๋ยทองคำ พื้นที่ตรงนี้ก็ไม่มีวันออกดอกออกผล
“ว่านจิน ดินตรงนี้มันแข็งเหมือนหินผา พี่เกรงว่าต่อให้ขุดจนแขนหลุด ก็คงปลูกผักไม่ได้หรอกนะ น้องแน่ใจแล้วหรือว่าจะใช้แปลงนี้?” ลู่เฉิงอวร์เอ่ยท้วงด้วยความหวังดี เขารู้ว่าภรรยาอยากมีสวนผักไว้กินเองเพื่อประหยัดเงินในครัวเรือน แต่สภาพดินตรงหน้ามันเกินเยียวยาจริงๆ
หลินว่านจินยิ้มมุมปาก นางไม่ได้ตอบคำถามของสามีทันที แต่เดินไปหยิบถังไม้ใบใหญ่ออกมาจากหลังเรือน ภายในถังนั้นบรรจุน้ำใสสะอาดที่ผสม “หัวเชื้อปุ๋ยวิเศษเร่งโต” ระดับพรีเมียมจากห้างสรรพสินค้ามิติลับของนางเรียบร้อยแล้ว
“ท่านพี่... เชื่อมือภรรยาคนนี้เถอะค่ะ” ว่านจินก้าวเข้าไปใกล้สามี เอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งเบาๆ “ท่านแค่ออกแรงขุดพลิוףหน้าดินตามที่ฉันบอก ส่วนเรื่องอื่นๆ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของปาฏิหาริย์ก็แล้วกัน”
ดวงตากลมโตที่พราวระยับด้วยความมั่นใจทำให้ลู่เฉิงอวร์พยักหน้ารับอย่างไม่ลังเล แม้เขาจะไม่เข้าใจคำว่าปาฏิหาริย์ของนาง แต่หากภรรยาบอกว่าทำได้ เขาก็พร้อมจะพลิกแผ่นดินแปลงนี้ให้กลายเป็นสวนสวรรค์ตามที่นางต้องการ
*ฉึก! เสียงจอบกระทบดินดังขึ้นเป็นจังหวะ*
ลู่เฉิงอวร์ใช้พละกำลังอันมหาศาลของนายทหารหนุ่มขุดพลิกหน้าดินอย่างรวดเร็ว ก้อนดินแข็งกระด้างถูกขุดขึ้นมาเรียงรายเป็นแนวตรง หลินว่านจินเดินตามหลัง รดน้ำผสมปุ๋ยวิเศษลงบนร่องดินที่ถูกขุดขึ้นทันที ทันทีที่น้ำวิเศษสัมผัสกับดินแห้งแล้ง กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดินหลังฝนตกใหม่ๆ ก็ลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ดินที่เคยแข็งกระด้างกลับร่วนซุยและเปลี่ยนเป็นสีดำเข้มราatกับดินภูเขาไฟอุดมสมบูรณ์อย่างน่าอัศจรรย์!
ลู่เฉิงอวร์ถึงกับหยุดชะงัก มือที่ถือจอบค้างเติ่ง เขาอ้าปากค้างด้วยความตะลึงงัน “นี่มัน... เกิดอะไรขึ้น? เมื่อครู่ดินยังแข็งอยู่เลยทำไมตอนนี้ถึง...”
“อย่ามัวแต่ตกใจสิคะท่านพี่ รีบขุดต่อให้เสร็จเร็วเข้า เมล็ดพันธุ์ชั้นยอดกำลังรอลงดินอยู่นะคะ” ว่านจินหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี นางย่อตัวลงเปิดกระเป๋าผ้าใบเล็ก หยิบซองเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมฮ่องกง ผักคะน้าฮ่องกง และมะเขือเทศราชินีเกรดพรีเมียมออกมา เมล็ดพันธุ์เหล่านี้ถูกคัดสรรมาอย่างดีจากโลกอนาคต มีออร่าประกายแสงเรืองรองจางๆ ยามต้องแสงแดด
นางบรรจงหย่อนเมล็ดพันธุ์ลงหลุมที่สามีขุดไว้ด้วยความทะนุถนอม ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความคาดหวังถึงอนาคตอันรุ่งโรจน์ การสร้างฐานะจากศูนย์ไม่ได้ยากเกินความสามารถของอดีตเชฟมือทองอย่างนางเลยแม้แต่น้อย
เวลาผ่านไปเพียงชั่วก้านธูปเดียว แปลงผักหลังบ้านก็ถูกจัดการจนเสร็จเรียบร้อย หลินว่านจินรดน้ำซ้ำลงไปอีกรอบเป็นขั้นตอนสุดท้าย นางยืนเท้าสะเอวพึงพอใจกับผลงานตรงหน้า ลู่เฉิงอวร์ยืนเช็ดเหงื่ออยู่ข้างๆ ส่งสายตาหวานเชื่อมมาที่ภรรยา
“เอาล่ะค่ะ แค่รอเวลาอีกไม่นาน...” ว่านจินพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้ม
ทว่า... ในจังหวะที่ความเงียบสงบและความสุขกำลังปกคลุมแปลงสวนหลังบ้าน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงโวยวายแหลมสูงก็ดังแว่วมาจากทางหน้าบ้าน ขัดจังหวะบรรยากาศอันแสนอบอุ่นลงอย่างสิ้นเชิง!
“นังสะใภ้ตัวดี! หลินว่านจิน! แกกล้าดียังไงถึงแอบซุกซ่อนของดีไว้กินคนเดียว! คายออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
เสียงแผดเผาของแม่เฒ่าลู่ดังลั่นทะลุรั้วไม้ไผ่เข้ามา ตามมาด้วยเสียงทุบประตูเรือนใหญ่โครมคราม! หลินว่านจินหันไปสบตากับลู่เฉิงอวร์ รอยยิ้มบนใบหน้าของนางไม่ได้ลดน้อยลงเลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันกลับทวีความเย็นชาและน่ากลัวขึ้นเป็นกอง
“ดูท่าทาง... ตัวป่วนประจำตระกูลจะมาส่งเสียงต้อนรับสวนผักของเราเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะคะท่านพี่” ว่านจินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยประกายตาพิฆาต
ลู่เฉิงอวร์ขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าคมคายบึ้งตึงลงทันที เขาก้าวเข้ามาบังร่างภรรยาไว้ด้านหลัง “เดี๋ยวพี่ออกไปจัดการเอง น้องอยู่—”
“ไม่ต้องค่ะท่านพี่...” ว่านจินยื่นมือเรียวไปแตะแขนสามีเบาๆ นางเดินแซงหน้าเขาขึ้นไปทางประตูหลังบ้านด้วยท่าทีสง่างาม “เรื่องตบหน้าคนแก่ปากจัด ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของภรรยาคนนี้ดีกว่าค่ะ...”
นางก้าวเท้าเดินออกไปพ้นแนวเรือน แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้ก้าวไปถึงประตูหน้าบ้าน สายตาของนางก็ต้องปะทะเข้ากับร่างของใครบางคนที่ยืนดักรออยู่ตรงมุมกำแพงดิน... ร่างของสตรีวัยกลางคนผู้มีใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความริษยา และในมือของนางผู้นั้นกำลังถือบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้หัวใจของหลินว่านจินกระตุกวูบลงไปถึงตาตุ่ม!
นั่นคือ... ห่อผ้าไหมปักลายประณีตที่นางซ่อนไว้ก้นหีบสมบัติในห้องนอน!
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
---
ขอบคุณสำหรับการติดตามและสนับสนุน "เบเกอรี่มิติต่างโลก" เสมอมานะคะ!
คุณหนูสายสตรองเปิดฟาร์มรวยทะลุมิติ•ตอนที่ 5
แปลงโฉมแปลงสวนหลังบ้าน
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายสตรองเปิดฟาร์มรวยทะลุมิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!