คุณหนูสายสตรองเปิดฟาร์มรวยทะลุมิติ•ตอนที่ 7

แผนการแยกบ้านเริ่มขึ้น

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
“ถ้าคิดว่าบ้านตระกูลลู่หลังนี้จะเลี้ยงดูพวกเราด้วยเศษข้าวต้มก้นหม้อกับผักเหี่ยวๆ ไปจนวันตายแล้วล่ะก็… เกรงว่าพวกท่านคงต้องคำนวณตัวเลขในบัญชีกันใหม่เสียแล้วล่ะค่ะ!” เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนถ้วยชาเซรามิกบิ่นๆ กระเด็นกลิ้งหลุดจากขอบโต๊ะไม้ไผ่ หลินว่านจินยืนสง่าอยู่เบื้องหน้าวงศาคณาญาติแห่งตระกูลลู่ ดวงตากลมโตเป็นประกายดุจเพชรเม็ดงามที่ซ่อนคมมีดไว้ภายใน รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของเธองดงามแต่ทว่าเย็นเยียบจนแม่เฒ่าลู่ถึงกับสะดุ้งเฮือก บรรยากาศในห้องโถงคับแคบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความตึงเครียด สายตาของชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านที่ถูกเชิญมาเป็นพยานต่างเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ใครเล่าจะคาดคิดว่าสะใภ้รองผู้เคยเงียบขรึม ก้มหน้าก้มตาทำงานหนักราวกับวัวควายโดยไม่เคยปริปากบ่น จะลุกขึ้นมาประกาศกร้าวกลางวงประชุมตระกูลเช่นนี้ “นังตัวดี! แกกล้าดียังไงมาขึ้นเสียงใส่ฉัน!” แม่เฒ่าลู่หน้าดำคร่ำเครียด ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว มือสั่นเทาชี้หน้าลูกสะใภ้ “กินข้าวแดงแกงร้อนในบ้านหลังนี้ ตั้งแต่แต่งเข้าบ้านมา แกทำประโยชน์อะไรได้นอกจากผลาญข้าวสาร! วันๆ เอาแต่เกียจคร้าน วันนี้ยังกล้าอาจหาญมาทวงบุญทวงคุณขอแยกบ้านอีกอย่างนั้นเรึย? ฝันไปเถอะ!” หลินว่านจินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เธอไม่แม้แต่จะหลบสายตากราดเกรี้ยวของแม่สามี ร่างเพรียวบางในชุดผ้าฝ้ายเก่าๆ ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะประธาน มือเรียวหยิบสมุดบัญชีเล่มเล็กที่เธอแอบจดบันทึกรายรับรายจ่าย หยาดเหงื่อแรงงาน และทรัพย์สินที่ถูกปล้นชิงไปอย่างไม่เป็นธรรมตลอดสามปีที่ผ่านมาวางกระแทกลงตรงหน้าผู้ใหญ่บ้าน “ท่านผู้ใหญ่บ้านคะ… โปรดให้ความเป็นธรรมแก่สะใภ้ผู้น้อยด้วยค่ะ” ว่านจินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่นกังวาน ชัดเจนทุกถ้อยคำ “ตลอดสามปีที่ผ่านมา สามีของฉัน ‘ลู่เฉิงฟอว์’ ส่งเงินเดือนทหารกลับมาบ้านไม่เคยขาดแม้แต่แดงเดียว รวมเป็นเงินกว่าแปดร้อยหยวน! แต่พวกท่านกลับให้พวกเราอาศัยอยู่ในห้องเก็บฟืนที่ฝนรั่ว นุ่งห่มเสื้อผ้าเก่าๆ และให้กินข้าวต้มเจือจางจนมองเห็นเงาหน้าตัวเอง เงินแปดร้อยหยวนนั้นหายไปไหนหมดคะ? หรือว่ามันถูกนำไปปรนเปรอ ‘ลู่เฉิงกวง’ ลูกชายคนโปรดที่สอบจอหงวนไม่เคยติด สอบขุนนางไม่เคยผ่าน จนต้องเอาเงินไปผลาญเล่นในโรงน้ำชาในเมืองจนหมดกันแน่!” คำพูดแทงใจดำราวกับลูกศรอาบยาพิษ พุ่งตรงเข้าปักอกแม่เฒ่าลู่และพี่สะใภ้ใหญ่ที่นั่งหน้าซีดเผือด ลู่เฉิงกวงที่นั่งทำตัวลีบอยู่มุมห้องถึงกับหน้าถอดสี ละล่ำละลักปฏิเสธเสียงสั่น “ทะ… โกหก! นังสารเลว อย่ามาใส่ร้ายป้ายสีครอบครัวฉันนะ!” “ใส่ร้ายหรือคะ?” ว่านจินแค่นยิ้ม ดวงตาคู่สวยหันไปมองสามีหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังราวกับภูผา ลู่เฉิงฟอว์ไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาสักคำ แต่แววตาคมกริบที่มองมายังภรรยาเต็มไปด้วยความรัก ความเชื่อใจ และความพร้อมที่จะพังกำแพงบ้านหลังนี้ตามคำสั่งของเธอทุกเมื่อ “ถ้าไม่ใช่เรื่องจริง ลองให้พี่ใหญ่ควักกระเป๋าหยิบเงินสดออกมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านตอนนี้เลยสิคะ หรือว่าในกระเป๋าของพวกท่านตอนนี้ มีแต่เงินที่สูบเลือดสูบเนื้อมาจากหยาดเหงื่อของสามีฉันกันแน่!” ผู้ใหญ่บ้านถอนหายใจเฮือกใหญ่ ใบหน้าย่นยับตามวัยปรากฏร่องรอยความลำบากใจ เขาเหลือบมองแม่เฒ่าลู่สลับกับหลินว่านจินผู้เด็ดเดี่ยว ในฐานะผู้นำหมู่บ้าน ย่อมรู้ดีถึงพฤติกรรมเอาเปรียบของบ้านใหญ่ตระกูลลู่มานาน แต่เพราะเกรงใจผู้อาวุโสจึงได้แต่ปิดตาข้างหนึ่ง ทว่าวันนี้หลักฐานและท่าทีเด็ดเดี่ยวของสะใภ้รองทำให้เขาไม่อาจเพิกเฉยได้อีกต่อไป “พอได้แล้ว!” ผู้ใหญ่บ้านยกมือขึ้นห้ามปรามเสียงโต้เถียงที่กำลังจะบานปลาย สายตาคมกวาดมองทุกคนในห้อง “ในเมื่อสะใภ้รองยืนยันหนักแน่นว่าจะขอแยกบ้าน และกฎหมายหมู่บ้านก็ระบุชัดเจนว่า บุตรชายที่แต่งงานมีครอบครัวมีสิทธิ์ร้องขอแยกทรัพย์สินและที่อยู่อาศัยเพื่อไปตั้งตัวได้ แม่เฒ่าลู่… เธอจะว่าอย่างไร?” แม่เฒ่าลู่หน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม นางรู้ดีว่าหากเรื่องถึงทางการ บ้านใหญ่จะยิ่งเสียชื่อเสียงและอาจต้องคืนเงินเดือนทหารทั้งหมดที่ผลาญไป แต่นางจะยอมปล่อยให้สองคนนี้ออกไปมือเปล่าไม่ได้เด็ดขาด! “แยกก็ได้!” แม่เฒ่าลู่กัดฟันกรวด ดวงตาทอประกายอำมหิต “ในเมื่อพวกมันอยากออกไปอดตายนัก ฉันก็จะสงเคราะห์ให้! แต่บอกไว้ก่อนนะ… บ้านหลังนี้ ที่ดินทำกินแปลงสวยสี่ไร่ติดลำธาร และยุ้งฉางข้าว เป็นของเฉิงกวงทั้งหมด! ส่วนแกสองคน… ถ้าอยากแยกบ้านนัก ก็เอา ‘แปลงนาแห้งแล้งเชิงเขาหิน’ สิบไร่ที่ปลูกอะไรก็ตาย กับ ‘กระท่อมร้างท้ายหมู่บ้าน’ ที่ผุพังใกล้พังนั่นไปก็แล้วกัน! ถ้ารอดตายได้ก็ถือว่าบุญหนา แต่ถ้าอดตายข้างถนน ก็อย่ามาคลานกลับหัวซุกหัวซุนกราบตีนฉันก็แล้วกัน!” เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ ในหมู่ชาวบ้านที่มามุงดู แปลงนาเชิงเขาหินและกระท่อมร้างท้ายหมู่บ้าน เป็นที่รู้กันดีว่าเป็นดินแดนรกร้างที่แม้แต่หญ้ายังไม่ยอมงอกงาม การยกของไร้ค่าเหล่านี้ให้สะใภ้รองไม่ต่างอะไรกับการไล่ให้ไปตายช้าๆ ลู่เฉิงฟอว์ขมวดคิ้วมุ่น กล้ามเนื้อสันกรามขบเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธ เขาก้าวเท้าออกมาหมายจะปฏิเสธข้อเสนอสุดอยุติธรรมนี้ ทว่ามือเรียวเล็กของภรรยา กลับเอื้อมมาแตะแขนเขาไว้เบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มพริ้มเพราที่ปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่ม รอยยิ้มนั้น… เป็นรอยยิ้มที่ลู่เฉิงฟอว์คุ้นเคย มันคือรอยยิ้มเดียวกับตอนที่เธอบอกว่าในหัวของเธอมี “ความลับมหัศจรรย์” ที่จะทำให้พวกเขารวยข้ามคืนได้โดยไม่ต้องง้อแผ่นดินผืนไหน หลินว่านจินก้าวออกมารับหน้าด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ เธอไม่แม้แต่จะแสดงความหวาดกลัวหรือวิตกกังวลต่อที่ดินรกร้างไร้ค่าที่แม่สามีมอบให้อย่างเย้ยหยัน ตรงกันข้าม ในใจของเธอกลับลิงโลดจนแทบจะกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ *‘ที่ดินเชิงเขาหินงั้นหรือ? กระท่อมร้างท้ายหมู่บ้านงั้นหรือ? ช่างวิเศษอะไรเช่นนี้! ใครจะไปรู้เล่าว่าใต้ดินรกร้างไร้ค่าพวกนั้น หรือแม้แต่ในมิติลับของห้างสรรพสินค้าดิวตี้ฟรีในหัวของฉัน จะมีทั้งเมล็ดพันธุ์พืชวิเศษ น้ำแร่ธรรมชาติ และเครื่องมือเกษตรกรรมอัจฉริยะที่ต่อให้เอาที่ดินทองคำสิบไร่มาแลกก็ไม่ยอม!’* “ตกลงค่ะ!” หลินว่านจินตอบรับเสียงใส กังวานก้องไปทั่วห้องโถง “พวกเราตระกูลลู่บ้านรอง… ขอรับ ‘แปลงนาเชิงเขาหิน’ และ ‘กระท่อมร้างท้ายหมู่บ้าน’ ไว้แต่เพียงผู้เดียวค่ะ!” ความเงียบสงบปกคลุมไปทั่วบริเวณชั่วขณะ ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจว่าสะใภ้รองสติฟั่นเฟือนไปแล้วหรือไร ถึงได้ยินยอมรับเอาขยะที่บ้านใหญ่โยนทิ้งมาเป็นสมบัติชิ้นเดียวในการแยกบ้าน แม่เฒ่าลู่แค่นหัวเราะออกมาอย่างสะใจ สมเพชเวทนาในความโง่เขลาเบาปัญญาของหญิงสาว “ดี! ดีมาก! ผู้ใหญ่บ้าน ท่านช่วยเป็นพยานและลงชื่อในหนังสือสัญญาแยกบ้านเดี๋ยวนี้เลย อย่าให้วันหน้ามันกลับคำมาเกาะแกะบ้านใหญ่อีก!” ผู้ใหญ่บ้านถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความเวทนา ก่อนจะหยิบพู่กันขึ้นมาจรดปลายหมึกเซ็นชื่อลงในกระดาษสัญญาอย่างจำใจ ทว่าในวินาทีที่ปลายพู่กันกำลังจะแตะบรรทัดสุดท้ายเพื่ออนุมัติการแยกบ้านอย่างสมบูรณ์นั้นเอง… จู่ๆ ก็มีลมพัดกระโชกแรงพัดผ่านประตูไม้เก่าแก่เข้ามาอย่างกะทันหัน พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นอันแปลกประหลาด—กลิ่นหอมละมุนของเนยสดแท้ผสมผสานกับความหวานหอมของคาราเมลและกาแฟคั่วบดใหม่ๆ ที่ลอยอบอวลตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องโถง สดชื่น ชวนน้ำลายสอ และทรงพลังจนทำให้ทุกคนในห้องถึงกับหยุดหายใจไปชั่วขณะ! ทั้งที่ในหมู่บ้านกันดารแห่งนี้… ไม่มีใครรู้จักแม้กระทั่งหน้าตาของขนมปังฝรั่งหรือกาแฟคั่วด้วยซ้ำ! ดวงตาคู่สวยของหลินว่านจินหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปาก เมื่อเธอมองทะลุกรอบหน้าต่างออกไปยังทิศทางของ “กระท่อมร้างท้ายหมู่บ้าน” ที่บัดนี้… มีแสงประหลาดเรืองรองสว่างวาบขึ้นท่ามกลางเงาไม้ราวกับดินแดนแห่งเทพนิยายกำลังต้อนรับเจ้าของใหม่อย่างยิ่งใหญ่! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "เบเกอรี่มิติต่างโลก" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายสตรองเปิดฟาร์มรวยทะลุมิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%