"หากพวกท่านยังนับว่ามีสายเลือดตระกูลลู่ไหลเวียนอยู่ในกาย ก็จงเซ็นชื่อลงไปในหนังสือตัดขาดตระกูลฉบับนี้เสีย!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนไปทั่วห้องโถงคับแคบของบ้านหลักตระกูลลู่ แผ่นกระดาษสีเหลืองเก่าคร่ำคร่าถูกผลักไปตรงหน้าแม่เฒ่าลู่ด้วยแรงอารมณ์ที่ไม่ปิดบัง หลินว่านจินยืนกอดอก ใบหน้างามรูปไข่เชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตากลมโตคู่นั้นฉายแววเยียบเย็นและเด็ดเดี่ยว ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นพรرพรึงเช่นในอดีตที่ผ่านมา
แม่เฒ่าลู่สะดุ้งสุดตัว หน้าตาเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเนื้อตัวสั่นเทา นางตบโต๊ะสวนกลับเสียงดังลั่นไม่แพ้กัน "นังสะใภ้ตัวดี! แกกล้าดียังไงมาท้าทายฉัน! คิดว่าปีกกล้าขาแข็งเพราะไอ้ลูกอกตัญญูมันหาเงินมาให้หรือไง? ออกไปจากบ้านคู่นี้แล้ว อย่าหวังว่าจะได้เศษข้าวติดฟันจากตระกูลลู่ไปแม้แต่เมล็ดเดียว!"
"เศษข้าว?" ว่านจินหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันชัดเจน นางกวาดสายตามองไหข้าวสารก้นครัวที่แทบจะว่างเปล่า กับสภาพบ้านเรือนที่ผุพังราวกับกระท่อมขอทาน ก่อนจะปรายตามองบรรดาลุง ป้า และญาติสนิทมิตรสหายที่พากันมามุงดูความวุ่นวายบริเวณรั้วบ้าน "สิ่งที่พวกท่านเรียกว่าสมบัติ คงมีเพียงความเป็นหนี้สินและความเห็นแก่ตัวสินะคะ? วางใจเถอะ หลินว่านจินคนนี้ไม่เคยคิดจะแย่งชิงอะไรที่โสโครกแบบนั้นอยู่แล้ว"
ลู่เฉิงอ๋อ สามีหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าหยาบกร้าน ก้าวเข้ามายืนซ้อนหลังภรรยาคนสวยอย่างปกป้อง ใบหน้าคมเข้มไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาคมกริบกวาดมองคนในครอบครัวที่เคยเอารัดเอาเปรียบภรรยาของเขามาตลอดด้วยแววตาดุจพญามาร มือหนากร้านจากการจับดาบและไถนาเอื้อมไปโอบไหล่บางของภรรยาไว้หลวมๆ เป็นการส่งสัญญาณเตือนว่า *'มีฉันอยู่ ตรงนี้ไม่มีใครกล้ารังแกเธอ'*
"ข้ากับภรรยาตัดสินใจแล้ว" ลู่เฉิงอ๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลัง กังวานจนคนรอบข้างต้องหุบปากเงียบ "นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เราสองคนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับตระกูลลู่อีก ทรัพย์สินที่พวกท่านเคยยึดไปในช่วงสามปีที่ผ่านมา... ข้าถือว่าเป็นการชดใช้ค่าน้ำนมก็แล้วกัน"
เมื่อหมึกบนกระดาษแห้งสนิท สัญญาก็ถูกพับเก็บเข้าอกเสื้อของว่านจินอย่างเรียบร้อย รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนมุมปากอิ่มสวย อิสรภาพที่นางโหยหามาตลอดนับตั้งแต่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ บัดนี้ได้มาอยู่ในมือแล้ว!
"ในเมื่อเราเป็นอิสระจากบ้านหลังนี้อย่างสมบูรณ์แล้ว..." ว่านจินหันไปสบตากับสามี รอยยิ้มพราวระยับปรากฏขึ้นในดวงตาคู่สวย "เฉิงอ๋อคะ เย็นนี้เรามาฉลอง 'วันเอกราช' ของครอบครัวเรากันเถอะค่ะ ฉันจะแสดงฝีมือทำอาหารเลิศรสให้ท่านได้กินจนพุงกางเลย!"
ว่าแล้ว สองสามีภรรยาก็เดินเคียงคู่กันกลับไปยังกระท่อมหลังเล็กปลายนา ซึ่งเป็นทรัพย์สินชิ้นเดียวที่พวกเขายื้อแย่งมาได้ ตัวกระท่อมแม้จะทรุดโทรมไปบ้าง แต่รอบบริเวณกลับมีพื้นที่กว้างขวาง เหมาะแก่การเนรมิตเป็นอาณาจักรขนาดย่อมตามความตั้งใจของอดีตเชฟมือทอง
ว่านจินลอบส่งจิตเข้าไปใน 'มิติลับห้างสรรพสินค้า' ของตนเอง พลางกวาดสายตาเลือกสรรวัตถุดิบชั้นเลิศที่แอบตุนไว้ ท่ามกลางชั้นวางสินค้าทันสมัยและตู้แช่เย็นควบคุมอุณหภูมิ มือเรียวหยิบเนื้อหมูสามชั้นติดมันสวยงาม คัดสรรส่วนที่เนื้อแดงและชั้นไขมันแทรกสลับกันราวกับลายหินอ่อน ออกมาจากช่องแช่แข็ง ตามด้วยพริกหยวกสีเขียวสดกรอบ พริกชี้ฟ้าแดงเม็ดโตเพื่อเพิ่มสีสัน กระเทียมหอมหัวใหญ่ และเครื่องปรุงรสลับเฉพาะตัวที่นางผสมขึ้นเอง
"เฉิงอ๋อคะ ช่วยผ่าฟืนให้กองโตกว่านี้หน่อยนะคะ วันนี้เราต้องใช้ไฟแรงจัด" ว่านจินตะโกนบอกสามีที่กำลังง่วนอยู่กับการซ่อมแซมรั้วไม้ไผ่
"ได้เลยครับที่รัก อีกสักครู่เดียวเสร็จครับ" ลู่เฉิงอ๋อขานรับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและดวงตาที่ฉายแววคลั่งรักภรรยาจนแทบจะกลืนกิน แม้เขาจะไม่ค่อยเข้าใจนักว่าภรรยาตัวน้อยเอาเนื้อหมูชิ้นงามมาจากไหนในยามที่บ้านแทบไม่มีจะกิน แต่สำหรับเขาแล้ว... ทุกสิ่งที่ภรรยาทำย่อมถูกต้องและวิเศษที่สุดเสมอ!
ภายในครัวเล็กๆ ที่ปัดกวาดจนสะอาดสะอ้าน กลิ่นหอมของน้ำมันพืชชั้นดีเริ่มโชยเตะจมูกเมื่อกระทะเหล็กใบใหญ่ถูกตั้งบนเตาไฟจนร้อนจัด เสียงซู่ซ่าดังขึ้นทันทีเมื่อว่านจินโยعกระเทียมสับละเอียดและหอมใหญ่ซอยลงไปผัดจนส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจาย สีเหลืองนวลของกระเทียมตัดกับสีเขียวและแดงของพริกหยวกที่ตามลงไปทีหลัง สร้างสรรค์เป็นภาพความงามอันน่าหลงใหล
จากนั้น นางก็บรรจงใส่ชิ้นหมูสามชั้นหั่นพอดีคำลงไปในกระทะ เสียงเนื้อหมูสัมผัสกับความร้อนจัดดังฉ่าสะใจ กลิ่นหอมเย้ายวนของไขมันหมูที่ละลายเคลือบผิวกระทะผสมผสานกับเครื่องเทศและซีอิ๊วสูตรลับพุ่งทะยานผ่านหน้าต่างและรอยแตกของฝาผนังกระท่อม ลอยละลิ่วไปตามสายลมยามเย็นที่พัดโชยเข้าสู่ตัวหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว!
จานเด็ดตรงหน้าคือ **"หมูผัดพริกหยวกสะท้านโลกันต์"** ที่มีความเผ็ดร้อนกลมกล่อม สีสันจัดจ้านน่ารับประทาน ตัวหมูสามชั้นนุ่มละมุนลิ้นแต่หนังกรุบกรอบเคลือบด้วยซอสเข้มข้นเงางาม พริกหยวกยังคงความกรอบและหวานธรรมชาติ ตัดเลี่ยนด้วยความหอมของพริกไทยดำและกระเทียมเจียวเกรียมๆ
ในขณะที่ชาวบ้านในหมู่บ้านกำลังนั่งล้อมวงกินข้าวต้มก้นหม้อที่เจือจางด้วยน้ำใสแจ๋ว จู่ๆ ลมเย็นยามเย็นก็พัดพาเอา 'กลิ่นหอมอันทรงพลัง' ชนิดหนึ่งลอยเข้ามาแตะจมูก
กลิ่นนั้นช่างเย้ายวน หอมหววน หิวกระหาย จนทำให้ทุกคนต้องชะงักมือที่กำลังถือตะเกียบ!
"กลิ่นอะไรน่ะ... หอมอะไรขนาดนี้!" ชาวบ้านคนหนึ่งอุทานขึ้น พลางสูดดมอากาศเข้าปอดลึกๆ น้ำลายสอไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
"นั่นมัน... กลิ่นเนื้อหมูผัดนี่นา! หอมกลิ่นซีอิ๊วคั่วกับกระเทียมเจียวชัดเจนเลย!"
"บ้านไหนมันทำอาหารหรูหราขนาดนี้ในยามยากจนแบบนี้วะเนี่ย?"
ทุกคนต่างหันมองหน้ากันด้วยความงุนงง ก่อนที่สายตาของคนทั้งหมู่บ้านจะพากันเหลือบไปมองยังทิศทางของ 'กระท่อมปลายนา' ที่เพิ่งถูกขับไล่ไสส่งให้ไปอยู่อย่างอดอยากปากแห้งเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ควันไฟสีขาวบางเบาพวยพุ่งขึ้นจากปล่องไฟเล็กๆ นั้น พร้อมกับกลิ่นหอมของหมูผัดพริกหยวกที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนคนนับสิบในหมู่บ้านต้องกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่
แม่เฒ่าลู่ที่กำลังนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ในบ้านหลัก ถึงกับวางชามข้าวในมือกระแทกโต๊ะดังปัง นางสูดกลิ่นที่ลอยมาตามลมเข้าจมูกเต็มแรง หน้าตาริษยาบิดเบี้ยวจนแทบเสียสติ เมื่อตระหนักได้ว่ากลิ่นอาหารชั้นเลิศนั้นมาจากบ้านของนังสะใภ้ตัวแสบที่เพิ่งตัดขาดกันไปหมาดๆ!
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศรอบตัวกำลังอบอวลไปด้วยความอิจฉาริษยาและเสียงท้องร้องโครกครากของชาวบ้าน ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีปากม้าควบตะบึงอย่างเร่งรีบก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากเส้นทางหลักเข้าหมู่บ้าน ฝุ่นตลบอบولฟุ้งกระจาย บ่งบอกถึงการมาเยือนของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ—หรือบางที... อาจเป็นบุคคลที่จะพลิกโชคชะตาของสองสามีภรรยาไปตลอดกาล!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "เบเกอรี่มิติต่างโลก" เสมอมานะคะ!
คุณหนูสายสตรองเปิดฟาร์มรวยทะลุมิติ•ตอนที่ 8
กระทะร้อนๆ กับหมูผัดพริกหยวกสะท้านโลกันต์
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายสตรองเปิดฟาร์มรวยทะลุมิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!