คุณหนูสายสตรองเปิดฟาร์มรวยทะลุมิติ•ตอนที่ 28

แผนการร้ายของญาติผู้หิวโหย

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
“ถ้าพวกเราขโมยกล่องเหล็กเก็บเงินกับสมุดบัญชีสูตรลับขนมปังเนยสดนั่นมาได้ รับรองว่าปีนี้ทั้งปีบ้านเราคงได้กินดีอยู่ดีโดยไม่ต้องหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินอีกต่อไปแล้วค่ะแม่!” เสียงกระซิบกระซาบที่ลอดผ่านรอยแยกของหน้าต่างไม้เก่า ภายใต้แสงจันทร์สลัวยามวิกาลไม่ได้เล็ดลอดไปจากประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของหลินว่านจินแม้แต่น้อย ร่างระหงที่กำลังยืนปรุงชาสมุนไพรในห้องครัวชะงักมือเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มเยาะขึ้นอย่างเย็นชา ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับท่ามกลางความมืดมิด นางไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยสักนิดที่เหล่าญาติผู้หิวโหยตระกูลลู่จะกล้ากำแหงถึงเพียงนี้ หลังจากที่นางแสดงอำนาจตัดขาดความสัมพันธ์และฟาดฟันจนพวกเขาต้องอับอายขายหน้าต่อหน้าชาวบ้านทั้งหมู่บ้านไปเมื่อไม่กี่วันก่อน มีหรือที่คนหน้าหนาเหล่านี้จะยอมรามือไปง่ายๆ ความโลภมันบังตาจนมืดบอดเสียแล้วสินะคะ... หลินว่านจินวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้ด้วยความนุ่มนวล นางหันไปมองสามีหนุ่มร่างกำยำที่กำลังนอนหลับใหลอยู่บนเตียง ลู่เฉิงอหว์แม้จะเหน็ดเหนื่อยจากการฝึกซ้อมและงานในไร่ แต่สัญชาตญาณทหารหาญของเขาก็ยังคงตื่นตัวเสมอ เมื่อภรรยาสะกิดเบาๆ ที่แขนแกร่ง เขาก็ลืมตาขึ้นทันทีโดยไม่มีเสียงงัวเงีย แววตาคมกริบฉายประกายดุดันขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนเมื่อสบเข้ากับดวงตาของภรรยาคนสวย “พวกมันมากันแล้วค่ะพี่เฉิงอหว์...” หลินว่านจินกระซิบเสียงเบาหวิว ชวนให้หัวใจของนายทหารหนุ่มกระตุกวูบด้วยความคลั่งรัก เขาเอื้อมมือหนามาจับมือเรียวของนางไว้บีบเบาๆ เป็นเชิงบอกว่าไม่ต้องกลัว “ปล่อยให้เป็นหน้าที่พี่เองค่ะ เมียจ๋า... นอนรออยู่เฉยๆ หรือจะลุกไปจิบกาแฟรอดูละครฉากใหญ่ร่วมกับพี่ดีล่ะคะ?” ลู่เฉิงอหว์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เจือรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เล็กน้อย ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบราวกับเสือดาวที่กำลังเตรียมตะครุบเหยื่อ ภายนอกตัวบ้าน เสียงงัดแงะกลอนประตูห้องเก็บของดัง “แกร็ก... แกร็ก...” เบาๆ ตามด้วยเสียงกระซิบด่าทอกันเองของบรรดาญาติสนิทมิตรสหายตัวแสบที่ยกโขยงกันมาในยามวิกาล นำโดยสะใภ้รองผู้มักใหญ่ใฝ่สูงและพี่ชายคนโตของลู่เฉิงอหว์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเกียจคร้านสันหลังยาว ทั้งสองต่างพากันน้ำลายสอเมื่อนึกถึงเงินสดก้อนโตที่หลินว่านจินเพิ่งได้จากการนำขนมปังและแยมผลไม้สูตรพิเศษไปส่งขายในอำเภอ “ระวังหน่อยสิฟั่นเหอ! ถ้าเกิดประตูพังเสียงดังจนนังสารพัดพิษนั่นตื่นขึ้นมา พวกเราจะซวยกันหมดนะ!” เสียงกระซิบแหบแห้งของพี่สะใภ้เอ็ดตะโรเบาๆ “น่า... ดึกดื่นแบบนี้ ต่อให้หูฉลามก็คงหลับกันหมดแล้ว อีกอย่าง ข้าใช้ลวดเหล็กนี่แหละงัดแป๊บเดียวก็ออก...” เสียงของชายผู้เป็นพี่ชายสามีตอบกลับอย่างมั่นอกมั่นใจ โดยไม่รู้ตัวเลยว่า ประตูบานนั้นไม่ได้ถูกล็อกไว้ตั้งแต่แรกเพื่อรอต้อนรับ ‘แขกยามวิกาล’ เหล่านี้อยู่แล้ว *แอ๊ด...* เสียงประตูห้องเก็บสินค้าเปิดออกอย่างช้าๆ ความมืดภายในห้องทำให้พวกเขาต้องควAมาด้วยตะเกียงดวงเล็กๆ แสงไฟสีส้มสั่นไหวสาดส่องกระทบเข้ากับชั้นวางขวดแยมผลไม้หลากสีและถุงแป้งสาลีชั้นดีที่หลินว่านจินแอบนำออกมาจากห้างสรรพสินค้ามิติลับ รสชาติความหอมหวานของผลไม้ป่าที่แปรรูปอย่างพิถีพิถันส่งกลิ่นหอมจางๆ ลอยอบอวลชวนให้รู้สึกหิวโหย ทว่าเป้าหมายของพวกเขามลมิใช่ของกินเหล่านี้ แต่คือกล่องเหล็กใส่เงินที่ได้ยินมาว่าซ่อนอยู่ใต้กองกระสอบข้าวต่างหาก! “เจอแล้ว! อยู่ตรงนี้จริงๆ ด้วย!” เสียงอุทานอย่างดีใจดังขึ้นเบาๆ เมื่อมือหยาบกร้านเอื้อมไปสัมผัสกับกล่องเหล็กเย็นเฉียบใต้กองกระสอบ สะใภ้รองรีบคว้ากล่องนั้นขึ้นมาด้วยความโลภ รอยยิ้มละโมบปรากฏชัดบนใบหน้ายับย่นตามวัย นางรีบเปิดฝากล่องออกทันทีเพื่อจะชื่นชมธนบัตรปึกหนา ทว่า... ภายในกล่องนั้นกลับว่างเปล่า! มีเพียงกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ ฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และก้อนอิฐสีแดงก้อนใหญ่นอนสงบนิ่งอยู่ก้นกล่อง! “นี่มันอะไรกันวะเนี่ย?! เงินไปไหนหมด!” เสียงอุทานอย่างตกใจและหัวเสียดังขึ้นลั่นห้องเก็บของจนลืมตัว “อุ๊ย... หากพวกท่านกำลังหาเงินพวกนั้นอยู่ล่ะก็ เกรงว่ามันคงจะนอนรออยู่ในกระเป๋าเสื้อของฉันตั้งแต่ก่อนพวกท่านจะก้าวเท้าเข้ามาในบ้านหลังนี้แล้วล่ะค่ะ” เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดังกังวานขึ้นที่บริเวณประตูดดึงสติของทั้งสองคนให้หันขวับไปมองทันที ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้วิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง หลินว่านจินยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ สวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีครีมเรียบร้อย ใบหน้าสะสวยประดับด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่ทรงพลังจนน่ากลัว และข้างกายของนางคือลู่เฉิงอหว์สามีหนุ่มผู้มีร่างกายกำยำสูงใหญ่ แววตาดุดันจ้องมองพวกมันราวกับพญาอินทรีย์ที่กำลังมองเหยื่อโง่เขลา “หล... หลินว่านจิน! แก... พวกแกตื่นอยู่แล้วเรอะ!” พี่ชายสามีหน้าซีดเผือด ถอยหลังกรูดจนชนเข้ากับชั้นวางขวดแยมเกือบคว่ำ “ตื่นสิคะ ตื่นมารอรับแขกที่ไร้มารยาท ไร้ยางอาย และแอบย่องเบายามวิกาลแบบพวกท่านนี่แหละค่ะ” หลินว่านจินก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว เสียงรองเท้าผ้าที่กระทบพื้นไม้ดังเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังความพินาศของคนทั้งคู่ “คิดจะมาลักขโมยทรัพย์สินของฉัน งั้นเรามาคุยกันหน่อยดีไหมคะว่า กฎหมายของหมู่บ้านกับข้อหาบุกรุกยามวิกาล มีบทลงโทษอย่างไรบ้าง?” สะใภ้รองหน้าถอดสีเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว นางพยายามจะอ้าปากแก้ตัวแต่ก็พูดไม่ออก ลู่เฉิงอหว์ก้าวออกมายืนบังภรรยาไว้เล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่ทำเอาผู้บุกรุกถึงกับตัวสั่นสะท้าน “พวกมึงกล้าดีมากนะที่กล้าเหยียบเข้ามาในเขตบ้านของกู...” บรรยากาศภายในห้องเก็บของตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าในขณะที่หลินว่านจินกำลังจะเอ่ยปากยื่นคำขาดให้คนทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายที่คุ้มค่าที่สุด จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็จังๆ ที่หน้าบ้านก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะเสียก่อน *ปัง! ปัง! ปัง!* “เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ผู้ใหญ่บ้านและหน่วยรักษาความปลอดภัยมาตรวจตราหมู่บ้าน พบเห็นคนน่าสงสัยเดินเข้ามาทางนี้ เปิดประตูเดี๋ยวนี้โว้ย!” เสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจจากภายนอกทำให้ทั้งสะใภ้รองและพี่ชายสามีเบิกตากว้างด้วยความสิ้นหวัง เพราะคนที่พาผู้ใหญ่บ้านมาในยามวิกาลนี้... กลับไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเงาร่างของหญิงชราคนหนึ่งที่ยืนกอดอกรออยู่หน้าประตูบ้านด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย—แม่เ่าลู่ ผู้เป็นแม่สามีนั่นเอง! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "เบเกอรี่มิติต่างโลก" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายสตรองเปิดฟาร์มรวยทะลุมิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%