“ถ้าขยับอีกเพียงก้าวเดียว แขนของเจ้าจะไม่ได้เป็นของเจ้าอีกต่อไป”
เสียงหวานใสที่แฝงไปด้วยไอเย็นเยียบของหลินว่านจินดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดในห้องเก็บวัตถุดิบ นางไม่ได้หลบซ่อนตัว แต่ยืนพิงกรอบประตูด้วยท่วงท่าผ่อนคลาย มือข้างหนึ่งถือถ้วยกาแฟดริปร้อนๆ ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นจนคนแปลกหน้าที่บุกรุกเข้ามาต้องชะงักงัน
เงาร่างกำยำสามคนที่สวมชุดดำปิดบังใบหน้าชะงักค้างอยู่กลางห้อง พวกมันพยายามย่องเข้ามาเพื่อฉกฉวยตุนเสบียงและของมีค่าที่ลือกันว่า ‘สะใภ้ตระกูลลู่’ ซ่อนไว้ แต่สิ่งที่พวกมันพบกลับไม่ใช่ถุงเงินธรรมดา ทว่ากลับเป็นพื้นกระเบื้องที่สั่นไหวอย่างประหลาด
“นังตัวดี! อย่าทำเป็นเก่งไปหน่อยเลย คิดหรือว่าขู่ข้าได้?” หนึ่งในโจรที่ดูจะเป็นหัวหน้าเอ่ยขึ้นพลางชักมีดสั้นออกมาหมายจะพุ่งเข้าใส่
ทว่าวินาทีที่ฝ่าเท้าของมันแตะลงบนเส้นสีแดงเรืองแสงที่ว่านจินติดตั้งไว้ผ่านระบบป้องกันมิติลับ เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับต่ำก็ดัง ‘วิ้ง!’ พร้อมกับกลไกสปริงเหล็กกล้าที่พุ่งออกมาจากผนังอย่างแม่นยำ มันไม่ได้ทำร้ายถึงชีวิต แต่มัน ‘ล็อก’ ข้อเท้าของชายทั้งสามไว้ติดกับพื้นอย่างแน่นหนาจนดิ้นไม่หลุด
“อะ...อะไรกัน! นี่มันกับดักวิญญาณหรือไง!” โจรคนหนึ่งร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว
หลินว่านจินยกยิ้มมุมปาก ความมั่นใจของนางไม่ได้มาจากมีดหรืออาวุธ แต่มันมาจาก ‘เทคโนโลยี’ ที่นางนำมาจากห้างสรรพสินค้ามิติลับต่างหาก ในโลกที่เต็มไปด้วยความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ การใช้เครื่องปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ให้สั่นสะท้านไปทั่วร่างจนขนหัวลุกตั้งชัน ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกโจรใจเสาะเหล่านี้เสียสติได้ไม่ยาก
“สามีคะ...” ว่านจินเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่หันไปมองข้างหลัง “จัดการที่เหลือให้ทีนะคะ ฉันเริ่มจะเบื่อกับการต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญแล้วล่ะค่ะ”
เพียงสิ้นคำ ลู่เฉิงเฟิงก็ก้าวออกมาจากเงามืด ร่างสูงใหญ่ของนายทหารหนุ่มยืนตระหง่านราวกับภูผา สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขาไม่ได้มองไปที่โจรเหล่านั้นด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่มองด้วยความสมเพช เขาก้าวเข้ามาโอบเอวภรรยาไว้แน่น ก่อนจะกระซิบข้างหูด้วยเสียงทุ้มต่ำ “เจ้าเหนื่อยแล้ว ไปพักเถอะ ส่วนพวกสวะนี่... ข้าจะส่งไปให้ทางการจัดการเอง แต่ก่อนหน้านั้น ข้าขอ ‘สั่งสอน’ มารยาทการเข้าบ้านคนอื่นสักหน่อย”
เสียงกระดูกลั่นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด โจรทั้งสามถูกจัดการอย่างรวดเร็วด้วยทักษะการต่อสู้ระยะประชิดที่ไร้ที่ติของเฉิงเฟิง ชายหนุ่มไม่ได้ใช้เพียงพละกำลัง แต่เขายังทำให้พวกมันหวาดกลัวจนหัวหดด้วยสายตาที่เย็นชาเหมือนกำลังจะลากพวกมันไปลงนรก
หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายจบลง ว่านจินเดินไปเปิดไฟในห้องนั่งเล่น แสงสีนวลตาขับให้ใบหน้าของนางดูเปล่งปลั่งในขณะที่กำลังจัดเตรียมแป้งพายที่หมักไว้ตั้งแต่ช่วงเย็น กลิ่นเนยสดผสมกับความหวานของผลไม้ป่าเริ่มอบอวลไปทั่วบ้าน มันเป็นกลิ่นที่บอกให้ทุกคนรู้ว่า ‘ความสุข’ กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
“พรุ่งนี้เราจะเอาพายเหล่านี้ไปวางขายที่ตลาดกลางเมืองนะคะ” ว่านจินเอ่ยพลางนวดแป้งอย่างคล่องแคล่ว “คนพวกนั้นคงมีคนจ้างมา และข้าก็รู้ด้วยว่าเป็นใคร”
“ไม่ต้องห่วงหรอกว่านจิน” เฉิงเฟิงเดินเข้ามาช่วยนวดแป้งด้วยมือหนาที่หยาบกร้านจากการฝึกฝน “ข้าทิ้งร่องรอยไว้แล้ว อีกไม่นาน ‘คนผู้นั้น’ จะต้องได้รับผลจากการกระทำของตัวเองอย่างสาสม”
ขณะที่ความอบอุ่นในบ้านกำลังก่อตัวขึ้น เสียงเคาะประตูรั้วก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงในยามวิกาล ทั้งสองสบตากันด้วยความสงสัย ลู่เฉิงเฟิงขยับตัวไปหยิบดาบสั้นที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะอย่างรวดเร็ว ว่านจินเดินไปที่หน้าต่างแล้วแง้มผ้าม่านออกดู
ทันใดนั้น ดวงตาของนางก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นหญิงวัยกลางคนที่สวมชุดหรูหราผิดวิสัยชาวบ้านยืนอยู่หน้าบ้านพร้อมกับกล่องไม้ใบใหญ่ในมือ
“แม่เฒ่าลู่?” ว่านจินพึมพำด้วยความประหลาดใจ “นางมาทำอะไรที่นี่ในเวลาแบบนี้... และไอ้กล่องนั่นมันมีกลิ่นแปลกๆ ที่ข้าไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนเลย”
สิ่งที่ว่านจินสัมผัสได้ไม่ใช่กลิ่นของสมุนไพร หรือกลิ่นของขวัญทั่วไป แต่มันเป็นกลิ่นของ ‘สารเคมีเข้มข้น’ ที่รุนแรงจนน่าขนลุก ซึ่งในมิติลับของนาง... สารนี้ถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ของวัตถุอันตรายระดับสูงสุด!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "เบเกอรี่มิติต่างโลก" เสมอมานะคะ!
คุณหนูสายสตรองเปิดฟาร์มรวยทะลุมิติ•ตอนที่ 29
กับดักความปลอดภัยมิติลับ
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายสตรองเปิดฟาร์มรวยทะลุมิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!