"ถ้าพวกท่านยังกล้าเอาตีนก้าวย่างเข้ามาในเขตบ้านข้าอีกแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าข้าคนนี้ไม่เตือน!"
เสียงตวาดก้องกังวานของหลินว่านจินดังทะลุกำแพงรั้วไม้ไผ่ที่นางเพิ่งซ่อมแซมใหม่หมาดๆ ร่างเพรียวระหงในชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีสีครามยืนเท้าสะเอว สายตาคมกริวราวกับใบมีดกวาดมองร่างของแม่เฒ่าลู่และสะใภ้รองที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่หน้าบ้าน
ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว ลู่เฉิงอวดยืนตระหง่านราวกับภูเขาหิน ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อกล้ามสีเข้มเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่อัดแน่นไปด้วยพลัง เขากำลังใช้ขวานผ่าฟืนในมือสับท่อนไม้ชิ้นใหญ่ด้วยแรงอารมณ์ที่จงใจให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว *ปัง! ปัง!* ทุกครั้งที่คมขวานกระทบเนื้อไม้ แม่เฒ่าลู่ถึงกับสะดุ้งสุดตัวด้วยความหวาดกลัว ลูกชายคนนี้ไม่เหลือเยื่อใยความเป็นแม่ลูกให้อีกแล้ว ตั้งแต่วันที่เขาประกาศตัดขาดและแยกบ้านอย่างเป็นทางการ
"น...นี่แก! อกตัญญูนัก! เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ!" แม่เฒ่าลู่ชี้หน้าลูกชายด้วยมือที่สั่นเทา แต่พอปะทะเข้ากับสายตาดุราวกับพยัคฆ์หนุ่มของลู่เฉิงอวดเข้าจริงๆ นางก็กลืนน้ำลายลงคอแล้วรีบถอยหลังกรูด "ฝากไว้ก่อนเถอะนะนังตัวดี!"
หลินว่านจินแค่นหัวเราะในลำคอ ส่งเสียงเยาะเย้ยไล่หลัง "ไม่ต้องฝากหรอกค่ะ ยายแก่ บัญชีแค้นระหว่างพวกเรา ข้าขอล็อตนี้ชำระสดไม่รับเชื่อเชิญกลับไปแทะแกลบที่บ้านของท่านเถอะนะเพคะ!"
ลับร่างของสองแม่ลูกตัวแสบที่วิ่งหนีหางจุกตูดไปแล้ว รอยยิ้มเยعาะบนใบหน้าของหลินว่านจินก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นประกายตาระยิบระยับ นางหมุนตัวกลับหลังหันแล้วสาวเท้าฉับๆ ไปยังแปลงเกษตรหลังบ้านทันที
กลิ่นหอมกรุ่นของดินร่วนซุยผสมผสานกับกลิ่นไอความสดชื่นของพืชพรรณโชยแตะจมูกทันทีที่ก้าวเข้าสู่เขตแดนหลังบ้าน ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้แม้แต่นางผู้ผ่านโลกธุรกิจมาโชกโชนยังต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
พระเจ้าช่วย! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!
แปลงผักกาดขาวและกะหล่ำปลีที่นางเพิ่งหยอดเมล็ดไปเมื่อสัปดาห์ก่อน บัดนี้กลับอวบอัดใหญ่โตราวกับลูกฟักทองยักษ์ ใบสีเขียวเข้มขอบหยักระเรื่อแซมด้วยสีขาวนวลสะอาดตา เปล่งประกายเรืองรองราวกับมีออร่าบางๆ ห่อหุ้มอยู่ ทุกต้นตั้งตรงสมส่วน ไร้ร่องรอยของหนอนแมลงมารบกวนแม้แต่นิดเดียว
ส่วนแปลงมะเขือเทศสีดาและพริกหยวก... ผลสีแดงสดและเหลืองทองอวบอเต่งจนแทบจะปริแตก ผิวเปลือกตึงใสสะท้อนแสงแดดยามสายราวกับอัญมณีล้ำค่า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านี่คือผลลัพธ์จากละอองน้ำวิเศษในห้างสรรพสินค้ามิติลับที่นางแอบรดลงไปเมื่อคืนก่อน ความเร็วในการเจริญเติบโตระดับนี้ต่อให้เป็นนักพฤกษศาสตร์มือหนึ่งแห่งยุคก็คงต้องหลั่งน้ำตาด้วยความอัศจรรย์ใจ
"ว่าנจิน... นี่มัน..."
ลู่เฉิงอวดเดินตามมาติดๆ มือหนายังถือขวานค้างไว้ ดวงตาคมกเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน เขาเป็นคนบ้านไร่ ทำนาทำสวนมาทั้งชีวิต ไม่เคยพบเคยเห็นผักชนิดไหนโตเร็วและงดงามไร้ที่ติขนาดนี้มาก่อนในพิภพ
หลินว่านจินหันไปยิ้มกว้างจนตาหยี นางคว้าแขนสามีหนุ่มเขย่าเบาๆ ด้วยความตื่นเต้น ดีใจเสียจนลืมตัว "เห็นไหมพี่เฉิงอวด! ผักพวกนี้ไม่ได้แค่โตเร็วนะคะ แต่มันสมบูรณ์แบบที่สุด เหมาะแก่การเอาไปเปิดตลาดประเดิมความร่ำรวยของเราวันนี้เป็นที่สุดเลยค่ะ!"
สามีหนุ่มมองภรรยาตัวน้อยที่กำลังกระโดดโลดเต้นด้วยความเอ็นดู ความดุร้ายเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงสายตาคลั่งรักที่มองภรรยาเปรียบประหนึ่งไข่มุกใน 100 ปีจะมีสักดวง เขาเอื้อมมือหนาไปปัดเศษฝุ่นที่ข้างแก้มให้นางอย่างทะนุถนอม "เจ้ามีความสามารถถึงเพียงนี้ ข้าชักจะห่วงเสียแล้วสิ กลัวว่าคนในตลาดจะพากันมารุมแย่งภรรยาข้าไปหมด"
"3 คำหวานเลี่ยนๆ แบบนี้ เอาไว้ไปใช้ตอนเรานับเงินกำไรดีกว่านะคะท่านพี่!" นางค้อนขวับให้สามีวงใหญ่ แต่มุมปากกลับยกยิ้มอย่างพึงพอใจ
ไม่รอช้า หลินว่านจินจัดการสวมบทบาทแม่ค้ามือทองทันที นางหยิบตะกร้าไม้ไผ่สานใบใหญ่ที่แข็งแรงที่สุดออกมา พร้อมกับมีดตัดก้านคมกริบ เริ่มต้นบรรจงเก็บเกี่ยวผลผลิตล็อตแรกด้วยความทะมัดทะแมง เสียงก้านผักขาดดังกรอบแว่วเสียงใส ทุกครั้งที่ผักกาดขาวหรือมะเขือเทศถูกวางลงในตะกร้า กลิ่นหอมหวานธรรมชาติของผักสดใหม่ก็ยิ่งฟุ้งกระจาย ชวนให้ท้องไส้ปั่นป่วนด้วยความหิวโหย
ลู่เฉิงอวดไม่ปล่อยให้ภรรยาเหนื่อยอยู่คนเดียว เขาวางขวานลงแล้วเข้ามาช่วยแบกตะกร้าและจัดเรียงผลผลิตอย่างประณีต มือหยาบกร้านจากการจับอาวุธและทำไร่ทำสวนเบามือกับผักเหล่านี้ราวกับมันเป็นแก้วตาดวงใจ เพราะเขารู้ดีว่านี่คือ "หยาดเหงื่อและอนาคต" ที่ภรรยาตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อยกระดับชีวิตครอบครัวเรา
ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม ตะกร้าไม้ไผ่ใบใหญ่ห้าใบคะเนน้ำหนักแล้วไม่ต่ำกว่าร้อยชั่งก็เต็มเอี๊ยดไปด้วยผักคุณภาพพรีเมียม สีสันสดใสสะดุดตาจนวางไว้ตรงไหนก็เปล่งประกาย
"เรียบร้อย! ผักล็อตแรกของเราพร้อมสั่นสะเทือนตลาดเมืองหลินโจวแล้วค่ะ!" หลินว่านจินปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยคม นางหมุนตัวเตรียมจะสั่งให้สามีเตรียมเกวียนเทียมวัว
ทว่า... ในวินาทีนั้นเอง
*ก๊อกๆๆ*
เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านดังขึ้นสามครั้งอย่างสุภาพ แต่ทว่าหนักแน่นและแปลกปลอม ไม่ใช่เสียงของชาวบ้านทั่วไปในละแวกนี้อย่างแน่นอน
ลู่เฉิงอวดขมวดคิ้วมุ่น ขยับตัวมาบังภรรยาไว้ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ มือหนาเอื้อมไปแตะด้ามมีดพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างระแวดระวัง
หลินว่านจินหรี่ตาลงเล็กน้อย นางชะโงกหน้ามองผ่านช่องว่างของรั้วไม้ไผ่ ออกไปเบื้องหน้า
บุรุษในชุดผ้าไหมปักดิ้นเงินชั้นดี ร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายประดับด้วยรอยยิ้มการค้าอันเป็นเอกลักษณ์ กำลังยืนถือพัดจีบกระดาษสาอยู่หน้าประตู ด้านหลังของเขาคือรถม้าหรูหราประทับตราสัญลักษณ์ตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวง
ชายคนนั้นกวาดสายตาเข้ามาในบ้าน ก่อนจะประสานมือคารวะด้วยท่าทีนอบน้อม แต่แววตากลับพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์
"ขออภัยที่มารบกวนยามวิกาล... แม่นางหลินผู้เลื่องชื่อ ข้าได้กลิ่นหอมประหลาดของผักวิเศษลอยมาไกลถึงสามลี้ ไม่ทราบว่า... สินค้าล็อตแรกที่เจ้าเพิ่งเก็บเกี่ยววันนี้ พอจะแบ่งขายให้ 'หอสุราเทียนเซียง' ของข้าสักครึ่งหนึ่งได้หรือไม่?"
รอยยิ้มของหลินว่านจินแข็งค้างไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบ
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "เบเกอรี่มิติต่างโลก" เสมอมานะคะ!
คุณหนูสายสตรองเปิดฟาร์มรวยทะลุมิติ•ตอนที่ 11
เก็บเกี่ยวผลผลิตล็อตแรก
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายสตรองเปิดฟาร์มรวยทะลุมิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!