"เงินห้าสิบตำลึงเงินนี้... เพียงพอสำหรับการผูกขาดเค้กไข่ไต้หวันล็อตนี้ทั้งหมดหรือไม่เจ้าคะ ท่านแม่ทัพหญิงฮูหยินรอง?"
ซูมี่เยี่ยน ภรรยาเอกของรองแม่ทัพประจำเมืองมณฑลประจิม วางถุงผ้าไหมปักดิ้นทองกระแทkลงบนโต๊ะไม้สนขัดเงาในห้องรับรองของ "ฟาร์มสุขสำราญ" เสียงโลหะกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งกังวาน บ่งบอกถึงความหนาหนักของเงินสดที่พกพามาด้วยความตั้งใจ ทว่าดวงตาที่กวาดมองไปรอบห้องกลับเต็มไปด้วยความประเมินค่าและระแวดระวัง
ฉัน—หลินว่านจิน แสร้งทำเป็นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ มือเรียวบางยังคงบรรจงใช้มีดสเตนเลสจากมิติลับตัดชีสเค้กเนื้อเนียนนุ่มออกจากพิมพ์สีทอง กลิ่นหอมกรุ่นของเนยแท้ผสมผสานกับชีสฟุ้งกระจายไปทั่วห้องจนแม้แต่สตรีสูงศักดิ์ที่มักรักษาท่าทียังต้องแอบกลืนน้ำลาย
"ฮูหยินซูใจร้อนเกินไปแล้วนะคะ" ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย รอยยิ้มการค้าที่ฝึกฝนมาอย่างดีจากโลกอนาคตถูกคลี่ออกอย่างงดงาม ทว่าแววตากลับเฉียบคมราวกับแม่ค้าเพชรที่กำลังประเมินคุณภาพสินค้า "เงินห้าสิบตำลึงนั่นมากพอจะซื้อเค้กได้เกือบครึ่งคลังของฉันก็จริง แต่คำว่า 'ผูกขาด'... เกรงว่าในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดผูกขาดได้ง่ายดายเพียงนั้น เว้นเสียแต่ว่าท่านจะยอมตกลงเงื่อนไขบางอย่างกับทางเรา"
เงื่อนไขอะไรกัน!
เสียงสูดลมหายใจเข้าพร้อมกันของกลุ่มสตรีผู้ติดตามด้านหลังดังขึ้นเบาๆ พวกนางล้วนเป็นภรรยาของข้าราชการระดับสูงในเมืองที่แอบเดินทางมายังหมู่บ้านชนบทแห่งนี้อย่างเงียบเชียบ เพื่อหลีกหนีสายตาของสังคมชั้นสูงที่กำลังจับจ้องความขัดแย้งตระกูลขุนนาง แต่ใครเล่าจะคาดคิดว่าเป้าหมายของการมา "ลองชิมขนมแปลกประหลาดตามคำเล่าลือ" จะกลายเป็นการติดใจจนถอนตัวไม่ขึ้น รสชาติละมุนลิ้น ความหวานที่พอเหมาะ และเนื้อสัมผัสที่ละลายในปากราวกับปุยเมฆ ทำให้พวกนางลืมภาพลักษณ์กุลสตรีผู้สง่างามไปจนหมดสิ้น
"เจ้า... เจ้ากล้าต่อรองกับข้าหรือ?" ซูมี่เยี่ยนขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์ นางเป็นถึงฮูหยินผู้มีหน้ามีตาในเมืองหลวงเก่า ผู้ใดเห็นก็ต้องก้มหัวให้ แต่กลับต้องมานั่งรอคิวซื้อขนมในกระท่อมปลายนา แถมยังโดนแม่ค้าสาวชาวไร่ต้อนจนมุมด้วยรอยยิ้ม
"การค้าขายย่อมต้องมีความแฟร์ค่ะ ฮูหยิน" ฉันเลื่อนจานกระเบื้องเคลือบที่มีชีสเค้กชิ้นโตส่งกลิ่นหอมเย้ายวนไปตรงหน้าอีกฝ่าย "ท่านได้ความอร่อยที่หาไม่ได้จากที่ไหน ข้าได้กำไรที่ยุติธรรม และที่สำคัญ... ข้ามีโควต้าจำกัดในการผลิตต่อวัน หากท่านต้องการเหมาคนเดียวหมด ข้าเกรงว่าลูกค้าขาประจำรายอื่น รวมถึงฮูหยินผู้ว่าการเมืองที่ส่งคนมาจองไว้ล่วงหน้าเมื่อวาน คงจะไม่ยอมให้ข้าเปิดร้านต่อในวันพรุ่งนี้แน่ๆ"
ชื่อของ "ฮูหยินผู้ว่าการเมือง" ถูกหยิบยกขึ้นมาใช้ได้อย่างถูกจังหวะ รอยยิ้มเย่อหยิ่งบนใบหน้าของซูมี่เยี่ยนแข็งค้างไปชั่วขณะ นางรู้ดีว่าอำนาจในเมืองนี้ไม่ได้มีเพียงตระกูลของสามีนางเท่านั้น การสร้างศัตรูโดยไม่จำเป็นเพราะเรื่องของกินย่อมไม่คุ้มค่า
ขณะที่บรรยากาศในห้องกำลังตึงเครียดจนแทบจะตัดเฉือนได้ ประตูไม้สักแกะสลักก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแผ่วเบา ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าหยาบสำหรับทำงานไร่ แต่กลับแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาอย่างปิดไม่มิดของ ลู่เฉิงฟ่อ ก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายความดิบเถื่อนผสมผสานกับความอบอุ่นแบบสามีผู้คลั่งรักทำให้ห้องรับรองแคบลงไปถนัดตา
ดวงตาคมกริบของลู่เฉิงฟ่อกวาดมองภรรยาของตนตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อตรวจสอบว่านางไม่ได้ถูกรังแก ก่อนจะหันไปประสานสายตากับกลุ่มสตรีสูงศักดิ์ด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าทรงพลัง
"ภรรยาข้าเหนื่อยแล้ว" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่กลับกดดันให้เหล่าฮูหยินผู้ดีถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง "ถ้าพวกท่านตกลงซื้อขายกันไม่ลงตัว เชิญกลับออกไปทางเดิมได้ ข้าจะไปไถนาต่อแล้ว"
"พี่เฉิงฟ่อคะ อย่าเสียมารยาทกับแขกสิคะ" ฉันแกล้งเอ็ดสามีเสียงหวาน ทว่าในใจกลับหัวเราะชอบใจกับบทบาท "สามีกลัวเมีย" ที่อีกฝ่ายสวมบทบาทให้อย่างแนบเนียน—สายตาที่ลู่เฉิงฟ่อมองฉันมันฟ้องชัดเจนว่า ต่อให้พวกนางเป็นฮูหยินท่านรองแม่ทัพ หากกล้าทำให้ฉันไม่พอใจ เขาคงจะหยิบสุ่มไก่มาไล่ตะردคนพวกนี้ออกจากฟาร์มจริงๆ แน่
ซูมี่เยี่ยนมองสามีภรรยาคู่นี้สลับกันไปมาด้วยความรู้สึกซับซ้อน นางไม่เคยเห็นสามีชาวบ้านคนไหนมีท่าทางคุกคามและองอาจเช่นนี้มาก่อน แถมภรรยาก็ฉลาดเป็นกรดจนนางไม่อาจเอาเปรียบได้เลยแม้แต่น้อย
สุดท้าย สตรีผู้สูงศักดิ์จึงถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ ยอมลดทิฐิลง หยิบถุงเงินอีกถุงวางสมทบลงไป
"ตกลง... ข้าไม่เหมาหมดก็ได้ แต่เจ้าต้องรับปากว่า พรุ่งนี้ต้องเก็บ 'เค้กไข่เค็มลาวา' ไว้ให้ข้าสองกล่อง และห้ามขายให้คนตระกูลหลี่เด็ดขาด!"
ฉันแย้มยิ้มกว้างด้วยความยินดี เงินสองร้อยตำลึงเงินไหลเข้ากระเป๋าในพริบตา พร้อมกับการันตีลูกค้ารายใหญ่ระดับวีไอพีในเมือง
ทว่า... ในวินาทีที่ฉันกำลังจะเอ่ยปากรับคำและยื่นกล่องของขวัญให้ เสียงฝีเท้าเร่งรีบราวกับมีเหตุเพลิงไหม้ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูฟาร์ม ตามมาด้วยเสียงตะโกนหวีดร้องของแม่เฒ่าลู่ แม่สามีใจร้ายที่ถูกตัดขาดความสัมพันธ์ไปแล้ว นางพังประตูรั้วเข้ามาพร้อมกับใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและตะโกนลั่น
"อีสารเลวหลินว่านจิน! แกซ่อนเงินทองพวกนี้ไว้ที่ไหน เหตุใดข้าที่เป็นแม่สามีถึงอดอยากปากแห้ง แต่แกกลับร่ำรวยเปิดร้านขายขนมให้พวกขุนนางกินอยู่สุขสบาย! วันนี้ถ้าแกไม่แบ่งเงินมาครึ่งหนึ่ง ข้าจะประจานแกให้ทั่วแผ่นดินว่าเนรคุณพ่อแม่!"
บรรยากาศในห้องรับรองชะงักงัน ซูมี่เยี่ยนและเหล่าภรรยาข้าราชการต่างหันมามองหน้ากันด้วยความตกใจ ขณะที่ลู่เฉิงฟ่อก้าวออกไปขวางหน้าประตูทันที แววตาคมกริบฉายประกายสังหารอย่างน่ากลัว
แต่ก่อนที่แม่เฒ่าลู่จะก้าวเข้ามาอาละวาดในห้องรับแขกวีไอพีได้สำเร็จ จู่ๆ ร่างของนางก็สะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกโพ้างosด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากมุมมืดของระเบียง—บุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัว ณ ฟาร์มชนบทแห่งนี้ในยามวิกาล!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "เบเกอรี่มิติต่างโลก" เสมอมานะคะ!
คุณหนูสายสตรองเปิดฟาร์มรวยทะลุมิติ•ตอนที่ 25
ลูกค้ารายใหญ่จากในเมือง
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายสตรองเปิดฟาร์มรวยทะลุมิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!