คุณหนูสายสตรองเปิดฟาร์มรวยทะลุมิติ•ตอนที่ 16

แม่สามีหน้าเงินบุกทวงผลประโยชน์

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
เสียงทุบประตูไม้สนหน้าบ้านพักตระกูลลู่ดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับจงใจจะพังมันให้หลุดติดมือมาด้วย พร้อมกับเสียงแหลมสูงที่แผדแผดก้องทะลุเข้ามาในห้องครัว อบอวลไปด้วยความเกรี้ยวกราดและละโมบโลภมาก "หลินว่านจิน! อีสะใภ้ตัวดี! คิดจะอกตัญญูรึไงวะ! อยู่กินดีมีสุขจนเนื้อตัวอ้วนพีขึ้นทุกวัน แต่กลับปล่อยให้แม่สามีคนนี้ต้องกินข้าวต้มก้นหม้อกับผักเหี่ยวๆ ตระกูลลู่เลี้ยงแกมาให้เป็นวัวเป็นควายทำงาน ไม่ใช่ให้มานั่งเชิดหน้าชูตาเปิดร้านขายขนมบ้าบออะไรนี่ เปิดประตูเดี๋ยวนี้!" หลินว่านจินชะงักมือที่กำลังบรรจงบีบครีมวานิลลาคัสตาร์ดหอมกรุ่นลงบนพัฟฟ์อบใหม่จากห้างสรรพสินค้านอกมิติ เธอนิ่งไปเสี้ยววินาที ไม่ใช่เพราะความตกใจกลัว แต่เป็นความหงุดหงิดระคนรำคาญใจที่อุส่าห์ตื่นมาทำขนมปังเนยสดสูตรพิเศษแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมไปส่งที่ตลาด แต่กลับมี "ตัวเงินตัวทอง" มาเดินลากหางปัดกวาดความสุขในบ้านเสียก่อน ดวงตากลมโตคมกริบฉายแววเยียบเย็น เธอวางถุงบีบครีมลงอย่างเบามือ ปัดเศษแป้งบนผ้ากันเปื้อนลินินสีครีมออกเรียบร้อย ก่อนจะหันไปสบตากับลู่เฉิงอวร์ สามีหนุ่มร่างกำยำที่กำลังยืนลับมีดปอกผลไม้ด้วยใบหน้าเรียบเฉย แววตาของสามีทหารหนุ่มคู่นี้ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย มีเพียงรังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องครัวลดฮวบ "ว่านจิน... เดี๋ยวพี่จัดการเอง" ลู่เฉิงอวร์เอ่ยเสียงทุบต่ำ วางมีดลงแล้วทำท่าจะเดินออกไป "ไม่ต้องค่ะพี่เฉิงอวร์..." ว่านจินยกมือขึ้นแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ "คนแก่ขี้อิจฉาแบบนั้น ถ้าเราใช้กำลังต้อนรับ คงไม่สนุกเท่ากับการเอาความจริงไปฟาดหน้าให้หน้าชาเล่นหรอกค่ะ ไหนๆ นางก็ถ่อสังขารเดินมาถึงนี่ทั้งที เรามารับแขกผู้มีเกียรติ (กิตติมศักดิ์) กันหน่อยดีกว่า" ปั้ง! ประตูไม้ถูกถีบเปิดออกโดยฝีมือของแม่เฒ่าลู่ ที่ด้านหลังมีสะใภ้ใหญ่และสะใภ้สามพากันเดินตามมาสมทบราวกับแร้งลงส้วม สายตาทั้งสามคู่กวาดมองไปรอบห้องครัวที่กว้างขวางขึ้นและสะอาดสะอ้านผิดหูผิดตา บนโต๊ะไม้มีถาดขนมปังอบสีทองอร่ามส่งกลิ่นเนยหอมฟุ้งชวนน้ำลายสอ ข้างกันนั้นมีตะกร้าเงินเหรียญทองแดงและตั๋วเงินจำนวนหนึ่งที่เพิ่งขายของได้เมื่อวานวางกองไว้เด่นชัด แม่เฒ่าลู่เห็นดังนั้น ดวงตาฝ้าฟางก็เบิกกว้างด้วยความโลภจนแทบถลնออกนอกเบ้า นางพุ่งพรวดเข้าไปหมายจะคว้าตะกร้าเงินนั้นทันที "ตายจริง! นี่พวกแกซ่อนเงินซ่อนทองไว้มากมายขนาดนี้เชียวเรอะ! อีสะใภ้ตัวดี กล้าดียังไงถึงอมเงินไว้คนเดียว ไม่เอาไปส่งเข้ากองกลางตระกูลลู่ หา! แกไม่รู้รึไงว่าข้าวปลาอาหารที่แกกินเข้าไปทุกวันนี้มันมาจากหยาดเหงื่อของใคร!" เพี๊ยะ! (ไม่ใช่เสียงตบ แต่เป็นเสียงว่านจินคว้าทัพพีไม้เคาะโต๊ะเสียงดังสนั่นจนแม่เฒ่าลู่ชะงัก) "อุ๊ย! มือไม้อ่อนเชียวนะคะคุณแม่" ว่านจินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยด ยิ้มแย้มแจ่มใสแต่แววตากลับว่างเปล่าและเย็นชาจนแม่เฒ่าลู่รู้สึกสันหลังวาบ "หยาดเหงื่อของใครเหรอคะ? ตั้งแต่ฉันแต่งเข้าบ้านตระกูลลู่มา มีแต่วันที่ฉันต้องตื่นตีสี่มาซักผ้า ถางหญ้า หาฟืน จนมือแตกเป็นแผล ส่วนเงินก้อนนี้..." ว่านจินเดินเข้าไปใกล้ตะกร้าเงิน ชemมือเรียวหยิบตั๋วเงินขึ้นมาสะบัดเบาๆ ต่อหน้าต่อตาแม่ยายหน้าเงิน "เงินนี่ได้จากการที่ฉันตื่นเช้ามานวดแป้ง ทำเบเกอรี่ และขายซาลาเปาไส้ทะลักจนหลังขดหลังแข็ง ไม่ใช่เงินของตระกูลลู่ และแน่นอน... ไม่มีเศษเงินสักอีแปะเดียวที่จะตกถึงมือคนหน้าด้านที่วันๆ เอาแต่แบมือขอส่วนบุญหรอกค่ะ!" "นัง... นังสะใภ้เนรคุณ!" แม่เฒ่าลู่กรีดร้องหน้าดำหน้าแดง ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธจัด ชี้นิ้วสั่นระริกใส่หน้าว่านจิน "แกกล้าดียังไงมาว่าฉันหน้าด้าน! ลูกชายฉันมันส่งเงินเดือนทหารมาให้... เงินพวกนั้นก็ต้องเป็นของตระกูลลู่สิ! ฉันเป็นแม่นะเว้ย!" "เงินเดือนทหารของพี่เฉิงอวร์เหรอคะ?" ว่านจินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะช่างน่าฟังแต่กลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจคนฟัง "จำได้แม่นเลยค่ะ ว่าปีที่แล้วตอนที่พี่เฉิงอวร์บาดเจ็บปางตายจากการปฏิบัติหน้าที่ ตระกูลลู่ของพวกคุณประกาศตัดขาดความสัมพันธ์ ถีบเขาออกจากตระกูลราวกับหมูกับหมา แถมยังไม่เคยส่งเงินมาช่วยค่ารักษาพยาบาลสักอีแปะเดียว! ตอนนั้นพวกคุณจำไม่ได้เหรอคะว่าเขาเป็นลูก?" คำพูดของว่านจินรากับมีดคมกริบที่กรีดลงแผลเก่า ลู่เฉิงอวร์ขยับตัวเข้ามาโอบไหล่ภรรยาไว้ ใบหน้าคมเข้มตึงเครียด สายตาที่มองมารดาและพี่สะใภ้ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงความด้านชาและเด็ดเดี่ยว สะใภ้ใหญ่ที่ยืนเงียบอยู่รีบโพล่งขึ้นมาเพื่อแก้สถานการณ์ "นั่นมันเรื่องอดีต! ยังไงสายเลือดก็ตัดไม่ขาดหตอนนี้พวกแกทำมาค้าขึ้น ร่ำรวยขึ้น ก็ต้องรู้จักกตัญญูแบ่งปันให้ผู้ใหญ่บ้างสิ! ดูก็รู้ว่าขนมพวกนี้ทำยังไงถึงหอมขนาดนี้ บอกสูตรมาแล้วพวกเราจะช่วยจัดการเรื่องการค้าให้เอง!" *อ๋อ... ที่แท้เป้าหมายที่แท้จริงคือสูตรลับเบเกอรี่สินะ* ว่านจินยิ้มเยาะในใจ ความละโมบโลภมากของคนกลุ่มนี้ช่างน่าสมเพชเสียจริง พวกเขาคิดว่านางเป็นคนโง่เง่าที่ยอมให้ขูดรีดได้ตลอดเวลาอย่างนั้นหรือ? "อยากได้สูตรขนมเหรอคะ?" ว่านจินลากเสียงยาวอย่างอารมณ์ดี นางเดินไปหยิบถาดขนมปังเนยสดที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ ควันกรุ่นๆ กลิ่นหอมหวานของเนยแท้และนมสดลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องจนกลบกลิ่นเหม็นอับของแม่เฒ่าลู่จนหมดสิ้น นางหยิบชิ้นที่ร้อนที่สุดขึ้นมาถือไว้ในมือ แม่เฒ่าลู่และสะใภ้ใหญ่กลืนน้ำลายเอื้อมมือสั่นเทาออกไปหมายจะคว้า แต่ครรลองของความโลภมักสะดุดลงเสมอ... ว่านจินจงใจปล่อยมือจากขนมปังชิ้นนั้น ปล่อยให้มันร่วงลงสู่พื้นดินเปียกแฉะหน้าประตูบ้าน เสียงแป้งนุ่มๆ กระแทกกับพื้นดินจนเศษเนยกระจายเลอะเทอะต่อหน้าต่อตาคนทั้งสาม "อุ๊ย! มือลื่นไปหน่อยค่ะ" ว่านจินกะพริบตาปริบๆ แสร้งทำหน้าตกใจ "เสียดายจังเลยนะคะ ขนมราคาแพงลิบลิ่วชิ้นนี้... ต่อให้ตกพื้นจนหมาไม่แดกแล้ว ฉันก็ไม่มีวันยกให้พวกคุณกินหรอกค่ะ เชิญกลับไปแทะแกลบที่บ้านของพวกคุณเองเถอะนะ!" "อี... อีสารเลว! แกกล้ามากนะ!" แม่เฒ่าลู่ปรี่จะเข้ามาตบหน้าว่านจินด้วยความบันดาลโทสะ ทว่า... ร่างหนาของลู่เฉิงอวร์ก้าวเข้ามาขวางไว้ทันที มือแกร่งราวกับคีมเหล็กคว้าข้อมือของมารดาไว้แน่น แรงบีบมหาศาลทำเอาแม่เฒ่าลู่ร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด "พอได้แล้วครับแม่" เสียงทุบต่ำของลู่เฉิงอวร์ดังขึ้นราวกับเสียงคำรามของพญาเสือ แววตาคมกริบจ้องมองมารดาด้วยความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า "ที่นี่ไม่ใช่บ้านตระกูลลู่ และพวกท่านไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องภรรยาผมแม้แต่ปลายนิ้วเดียว ถ้าไม่อยากให้ผมใช้กฎทหารจัดการข้อหาบุกรุกเคหสถาน... ไสหัวออกไปจากบ้านผมเดี๋ยวนี้!" แรงกดดันอันน่ากลัวจากนายทหารหนุ่มผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน ทำให้แม่เฒ่าลู่และสะใภ้ทั้งสองหน้าซีดเผือด ขาสั่นพับด้วยความหวาดกลัวจนต้องรีบพยุงกันถอยร่นออกไปจากรั้วบ้าน พร้อมกับเสียงด่าทอสาปแช่งไล่หลังตามประสาคนจนตรอก บรรยากาศในห้องครัวกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงกลิ่นหอมกรุ่นของเนยและกาแฟที่ลู่เฉิงอวร์จัดการชงให้ภรรยาสุดที่รักเพื่อปลอบขวัญ ว่านจินถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก นางรับแก้วกาแฟหอมกรุ่นจากมือสามีมาจิบเบาๆ รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า "จัดการพวกปลิงดูดเลือดได้สะใจดีไหมล่ะคะสามี?" ว่านจินเอ่ยเย้าแหย่ พลางหัวคิ้วขยับเล็กน้อยเมื่อนึกถึงคำพูดของสะใภ้ใหญ่เมื่อครู่ แต่ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังกลับคืนมา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้วอีกครั้ง พร้อมกับเสียงเคาะประตูที่ไม่ได้มาเพื่อหาเรื่อง แต่เป็นเสียงเคาะของ... *ราชเลขานุการจากจวนเจ้าเมือง* ที่ถือราชยโ소งคำสั่งด่วนพิเศษด้วยสีหน้าเคร่งเครียด! *(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "เบเกอรี่มิติต่างโลก" เสมอมานะคะ!)*
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายสตรองเปิดฟาร์มรวยทะลุมิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%