"ถ้าพวกมันกล้าเดินเข้ามาเหยียบเขตบ้านเราอีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันนี่แหละจะสาดน้ำร้อนต้อนรับให้สมฐานะแม่สามีผู้ประเสริฐเสียให้เข็ด!"
หลินว่านจินเค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์และเด็ดเดี่ยว มือเรียวบางตอกไข่ไก่สดสีนวลลงในชามผสมใบใหญ่ เสียงเปลือกไข่กระทบขอบเซรามิกดัง *ก๊อก* เป็นจังหวะสอดรับกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวด้วยความฮึกเหิม วันนี้แหละคือวันที่กลิ่นอายความจนตรอกของตระกูลลู่จะถูกเผาให้มอดไหม้ด้วยเตาอบวิเศษจากห้างสรรพสินค้ามิติลับของเธอบ้าง!
ลู่เฉิงฟอว์ที่เพิ่งเดินกลับมาจากแปลงผักหลังบ้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าเนื้อหยาบแต่สะอาดสะอ้าน ชะوักฝีเท้าลงทันทีเมื่อกลิ่นหอมหวานละมุนของเนยแท้ลอยมาแตะจมูก ดวงตาคมกริบฉายแววอ่อนโยนและคลั่งรักภรรยาสาวจนแทบหยดออกมาเป็นน้ำผึ้ง เขาวางฟืนลงกองข้างเตาอย่างเบามือ แล้วสาวเท้ายาวๆ เข้ามาโอบกอดเอวบางจากด้านหลังโดยธรรมชาติ พร้อมกับเกยคางไว้บนลาดไหล่หนาของภรรยา
"กลิ่นหอมอะไรรึ ยัยตัวแสบของพี่..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนว่านจินต้องย่นคอด้วยความจั๊กจี้ แต่ทว่าริมฝีปากอิ่มกลับยกยิ้มกว้างด้วยความหมั่นไส้
"ถอยไปเลยนะพ่อหมีตัวโต ฉันกำลังรีบทำมาหากินอยู่ อย่ามาเกะกะแถวนี้เชียว" ว่านจินเอี้ยวตัวไปหยิกแขนล่ำสันเบาๆ เป็นเชิงหมั่นไส้ แม้ปากจะบ่นอุบอิบแต่ใบหน้ากลับซับสีเรื่อด้วยความเขินอายที่ทำเอาสามีหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ
ในโลกยุคโบราณที่ผู้คนยังอดอยากปากแห้ง การจะได้กินแป้งสาลีขาวๆ สักมื้อยังถือเป็นเรื่องยาก แต่สำหรับหลินว่านจิน อดีตเซฟและนักธุรกิจสาวมือทองผู้ครอบครองห้างสรรพสินค้าไฮเทคในมิติลับ การเนรมิตวัตถุดิบชั้นเลิศจึงเป็นเรื่องง่ายดายยิ่งกว่าปลอกกล้วยเข้าปาก วันนี้เธอดัดแปลงสูตรลับระดับตำนานเพื่อตีตลาดชนบท นั่นคือ "เค้กไข่ไต้หวันหอมกรุ่นกลิ่นเนย" เมนูที่ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มฟูละลายในปากและความหอมเย้ายวนใจจนคนข้างบ้านต้องน้ำลายสอ
แป้งเค้กเนื้อเนียนถูกตะล่อมเข้ากับไข่ขาวที่ตีจนขึ้นฟูตั้งยอดเป็นริ้วคลื่นสีขาวบริสุทธิ์ ว่านจินจัดการเทส่วนผสมลงในพิมพ์สี่เหลี่ยมบุด้วยกระดาษไขอย่างทะนุถนอม ก่อนจะนำเข้าเตาอบไฟฟ้าไร้สายพลังงานสูงจากมิติลับที่ถูกพรางตาด้วยหม้อดินเผาโบราณด้านนอก กลิ่นหอมฟุ้งของนมวัวแท้และเนยสดค่อยๆ อบอวลแผ่ขยายออกไปทีละน้อย จากห้องครัวเล็กๆ ทะลุผ่านร่องไม้ไผ่ของฝาผนังบ้าน ลอยละลิ่วไปตามสายลมยามสายที่พัดผ่านท้ายหมู่บ้านอันเงียบสงบ
ผ่านไปเพียงไม่นาน กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์นั้นก็เริ่มทำงานของมันทันที!
ณ บ้านพักตระกูลลู่หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปสามหลังคาเรือน แม่เฒ่าลู่ผู้กำลังนั่งบ่นกระปอดกระแปดเรื่องเสบียงอาหารที่ร่อยหรอ จู่ๆ ก็ต้องชะوักกึก จมูกเหี่ยวๆ ฟุดฟิดสูดดมกลิ่นอากาศที่ลอยมาตามลม ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความอิจฉาริษยาขมวดเข้าหากันจนเป็นปม
"กลิ่นอะไรวะ... กลิ่นเหมือนขนมฝรั่งในเหล้าเหลาใหญ่ที่ตัวเมือง!" แม่เฒ่าลู่พึมพำด้วยความฉงน พลางกวาดสายตามองไปรอบบ้าน "นังสะใภ้รองตัวดีนั่นมันแอบซ่อนอะไรไว้ในบ้านกันแน่!"
ไม่เพียงแต่แม่เฒ่าลู่เท่านั้น บรรดาญาติสนิทมิตรสหายและเพื่อนบ้านที่ชอบสอดรู้สอดเห็นต่างก็พากันชะโงกหน้าออกมาจากหน้าต่างบ้านของตนเองด้วยความตื่นตระหนก กลิ่นหอมหวานของเนยและไข่อบใหม่ช่างรุนแรงเสียจนกระเพาะอาหารของทุกคนส่งเสียงร้องโครกครากออกมาพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย ความหอมนี้ไม่ใช่กลิ่นแป้งหยาบๆ หรือน้ำตาลทรายแดงราคาถูก แต่มันคือความฟุ่มเฟือยที่แม้แต่เศรษฐีในอำเภอยังหาซื้อกินได้ยากยิ่ง!
"นังว่านจิน! นังเด็กเหลือขอ!" เสียงแหลมปรี๊ดของแม่เฒ่าลู่แผดเผาทำลายความเงียบสงบ นางลุกขึ้นยืนตบโต๊ะเสียงดังสนั่นด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปน "พวกมันแอบซ่อนเงินทองและอาหารดีๆ เอาไว้กินกันเองตามลำพัง! กล้าดียังไงถึงไม่เอามาถวายแม่ผู้ให้กำเนิดอย่างฉัน!"
ความโลภและอิจฉาริษยาแผดเผาหัวใจของคนตระกูลลู่จนนั่งไม่ติด แม่เฒ่าลู่หันไปกวาดต้อนลูกชายคนโปรดและสะใภ้ใหญ่ให้รีบเดินดุ่มๆ ตรงมายังบ้านท้ายสวนของหลินว่านจินทันทีหมายจะพังประตูเข้ามาปล้นชิงอาหารอันหอมหวนนั้น
ตัดภาพมาที่ภายในบ้านหลังเล็ก หลินว่านจินยืนกอดอกอมยิ้มอยู่ที่หน้าเตาอบ สายตาคมกริบมองลอดผ่านช่องหน้าต่างออกไปเห็นกลุ่มเงาตะคุ่มๆ ของบรรดาญาติผู้หิวโกระกำลังพากันเดินดุ่มๆ เข้ามาด้วยท่าทีคุกคาม รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างสะใจ
"มากันไวเสียจริงนะฝูงแร้งกาเหล่านี้..." ว่านจินพึมพำเบาๆ
ลู่เฉิงฟอว์ขมวดคิ้วมุ่น ร่างกายกำยำขยับไปยืนขวางหน้าภรรหาสาวโดยอัตโนมัติ แววตาดุดันฉายประกายอันตรายพร้อมขับไล่พวกเหลือบไรพวกนั้นออกไปให้พ้นทาง แต่ว่านจินกลับเอื้อมมือเรียวไปแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ พร้อมกับส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ให้
"ใจเย็นก่อนสิคะสามี... ของอร่อยขนาดนี้ ถ้าพวกเขาลำบากเดินมาถึงหน้าบ้านแล้ว เราจะต้อนรับขับสู้ด้วย 'ของขวัญชิ้นพิเศษ' สักหน่อยคงไม่น่าเกลียดหกระมังคะ?"
ว่านจินพูดจบก็จัดการสับสวิตช์เปิดฝาเตาอบออก เสียงฟู่เบาๆ พร้อมกับไอร้อนและกลิ่นหอมตลบอบอวลพุ่งทะยานออกมาปะทะใบหน้า เค้กไข่ไต้หวันเนื้อเนียนสีเหลืองทองอร่าม เด้งดึ๋งดั๋งราวนุ่มนิ่มดุจปุยเมฆ ปรากฏสู่สายตาอย่างงดงามไร้ที่ติ บนหน้าเค้กประทับรอยตราประทับสีแดงรูปดอกไม้สวยงามที่เธอทำขึ้นเอง
ทว่า... ในวินาทีที่แม่เฒ่าลู่กำลังจะพังประตูไม้เก่าๆ เข้ามาพร้อมกับเสียงตะโกนด่าทออันหยาบโลนนั้นเอง ประตูบ้านก็ถูกผลักเปิดผางออกอย่างแรงโดยฝีมือของใครบางคนที่ไม่ใช่ตระกูลลู่!
ร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าในชุดพ่อค้าผ้าไหมชั้นดีจากเมืองหลวง พร้อมด้วยองครักษ์ติดตามอีกสี่นาย ก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้องครัว กลิ่นเค้กหอมกรุ่นลอยไปปะทะจมูกของเขา ทำให้ดวงตาคมปลาบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตะลึงงัน ชายแปลกหน้าสูดดมกลิ่นหอมนั้นฟอดใหญ่ ก่อนจะหันมามองหน้าหลินว่านจินด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และกล่าวประโยคที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องหยุดหายใจ...
"แม่นาง... เค้กชิ้นนี้ ข้าขอซื้อทั้งหมดในราคา 'ร้อยตำลึงทอง' เจ้าจะว่าอย่างไร?"
***
*(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "เบเกอรี่มิติต่างโลก" เสมอมานะคะ!)*
คุณหนูสายสตรองเปิดฟาร์มรวยทะลุมิติ•ตอนที่ 15
เค้กไข่ไต้หวันหอมกรุ่นกลิ่นเนย
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายสตรองเปิดฟาร์มรวยทะลุมิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!