"ก้มลง!"
ผมตะโกนก้องพร้อมพุ่งตัวเข้ากระชากแขนลูมิน่าจนร่างของเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์เสียหลักถลาเข้ามาในอ้อมแขน แรงปะทะทำให้เราทั้งคู่ล้มลงไปกองกับพื้นหินเย็นเยียบหลังแนวคันศิลาที่พอจะกำบังแรงระเบิดได้
*ตื๊ด... ตื๊ด... ตื๊ด...*
เสียงสัญญาณจากวัตถุในมือชายชุดคลุมเร่งจังหวะจนแทบจะประสานเป็นเสียงเดียว วินาทีนั้นเวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่ง ผมกดร่างของลูมิน่าให้จมลงกับพื้นดินในขณะที่ร่างกายของผมทำหน้าที่เป็นโล่กำบังให้เธอโดยสัญชาตญาณ ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอปะทะเข้ากับต้นคอผมจนผมสัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่เต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่แค่ของผม แต่เป็นของเธอด้วย
*ตู้มมมมม!*
คลื่นความร้อนระเบิดออกกวาดทำลายทุกอย่างในรัศมีสิบเมตร เศษหินและฝุ่นผงฟุ้งกระจายจนมองไม่เห็นทางข้างหน้า ผมหลับตาแน่น กางอาณาเขต ‘เกราะเนโครมานซี่’ ขึ้นซ้อนทับอีกชั้น แรงอัดมหาศาลปะทะเข้ากับหลังผมจนรู้สึกจุกเสียด แต่มือผมยังคงกระชับโอบไหล่ลูมิน่าไว้แน่นไม่ปล่อย
"อาเธอร์... นาย..." เสียงของลูมิน่าสั่นเครือ แววตาที่ปกติมักจะท้าทายและเต็มไปด้วยความขี้เล่นยามนี้กลับฉายชัดถึงความตื่นตระหนกที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่มากกว่าความกลัวตาย
"อยู่นิ่งๆ" ผมกระซิบ เสียงเรียบเย็นแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนที่ผมเองก็ไม่คิดว่าจะมี "ถ้ายังไม่อยากเป็นวิญญาณเร่ร่อนในถ้ำนี้ ก็อย่าเพิ่งขยับตัวไปไหน"
ควันสีเทาจางลงช้าๆ เผยให้เห็นรอยไหม้เกรียมบนพื้นหิน ชายในชุดคลุมสีเงินยวงคนนั้นหายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าขนลุก ลูมิน่ายังคงอยู่ในอ้อมแขนผม ดวงตาสีฟ้าครามของเธอจ้องลึกเข้ามาในดวงตาผม เธอไม่ได้พยายามขัดขืนหรือพูดจาประชดประชันเหมือนทุกที ระยะห่างระหว่างเราใกล้เสียจนผมได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกลิลลี่ที่ติดตัวเธอมาตลอด
"อาจารย์ครับ..." เธอเรียกผมด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ผิดกับนิสัยเอาแต่ใจของเธอโดยสิ้นเชิง "ทำไมต้องเสี่ยงชีวิตขนาดนั้น? คุณไม่จำเป็นต้องปกป้องคนที่คุณคอยบ่นว่า 'น่ารำคาญ' ขนาดนี้ก็ได้นี่"
ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พยายามปรับจังหวะการหายใจที่เริ่มติดขัด "ในฐานะอาจารย์ การปล่อยให้ศิษย์เสียชีวิตภายใต้ความดูแลของตัวเองมันเป็นเรื่องที่น่าอับอายสำหรับเนโครแมนเซอร์อย่างผมครับ แล้วอีกอย่าง..."
ผมเว้นวรรค สายตามองไปทางรอยแตกของกำแพงที่ชายชุดคลุมคนนั้นทิ้งไว้ "เธอคือทรัพยากร... ไม่สิ ลูกศิษย์คนสำคัญของผม ผมอนุญาตให้ตัวเองตายได้ แต่ไม่ใช่ภายใต้เงื่อนไขที่ยังไม่ได้สั่งสอนเธอให้รอดพ้นจากภัยพวกนี้"
ลูมิน่าเม้มริมฝีปาก เธอไม่ได้โต้เถียงเหมือนเคย แต่กลับเขยิบเข้ามาใกล้ขึ้นจนหน้าอกของเราสัมผัสกันเบาๆ ความร้อนจากไอเวทมนตร์รอบข้างดูจะด้อยค่าไปถนัดตาเมื่อเทียบกับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านระหว่างเราสองคน
*ติ๊ง!*
[ประกาศจากระบบ: ความสัมพันธ์ระหว่าง 'ผู้คุมระบบ' และ 'ศิษย์เอก' พุ่งทะลุขีดจำกัดความปลอดภัย!]
[แจ้งเตือน: ตรวจพบค่าความผูกพัน (Bonding Level) เพิ่มขึ้น 15% ในสถานการณ์คับขัน]
[สถานะปัจจุบัน: เริ่มปลดล็อกทักษะประสาน 'ชีพจรแห่งความมืดและแสงบริสุทธิ์']
ผมขมวดคิ้วให้กับหน้าต่างระบบที่เด้งขึ้นมาขัดจังหวะ นี่มันไม่ใช่เวลามาเพิ่มสถานะอะไรตอนนี้!
"ดูเหมือนระบบจะรวนนิดหน่อยนะครับ" ผมพยายามผละออก แต่ลูมิน่ากลับใช้มือเรียวสวยคว้าปกเสื้อผมไว้แน่น เธอโน้มตัวเข้ามาจนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน แววตาของเธอเปลี่ยนไป... มันไม่ใช่ความตลกขบขัน แต่มันคือความจริงจังที่ผมไม่เคยเห็น
"อาเธอร์... ฉันไม่สนเรื่องระบบหรอกนะ" เธอพึมพำ น้ำเสียงของเธอแหบพร่า "ฉันแค่รู้ว่าในจังหวะที่ระเบิดนั่นกำลังจะทำงาน... สิ่งเดียวที่ฉันกลัวไม่ใช่ความตาย แต่มันคือการที่ฉันจะไม่ได้มองหน้าคุณอีกต่อไป"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ทำให้สมองของผมที่เคยทำงานด้วยตรรกะมาตลอดชีวิตถึงกับสะดุดกึก นี่ผมกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดในชีวิต หรือกำลังติดกับดักที่อันตรายกว่าระเบิดเวทมนตร์กันแน่?
ทว่าก่อนที่ผมจะได้เอ่ยตอบ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินมืดมิดด้านหลัง เสียงเหล็กกระทบกันบ่งบอกว่ามีกองกำลังติดอาวุธกำลังมุ่งหน้ามาทางเรา และจากสัมผัสพลังมานาที่แผ่ออกมา... พวกมันไม่ใช่คนธรรมดา
ผมรีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับดึงลูมิน่าให้ขึ้นมาข้างๆ ทันที ทักษะเนโครแมนซี่ถูกเรียกออกมาไว้ที่มือเตรียมพร้อมรับมือ แต่แล้วความเย็นเยียบก็แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง เมื่อเห็นเงาตะคุ่มของร่างห้าคนเดินออกมาจากความมืด หนึ่งในนั้น... ถือดาบที่เปื้อนคราบเลือดของใครบางคนที่เราเพิ่งแยกทางมาเมื่อชั่วโมงก่อน
และที่น่าตกใจที่สุด คือสัญลักษณ์ที่ปักอยู่บนผ้าคลุมของพวกมัน...
มันคือตราประจำตระกูลของ 'ลูมิน่า' ที่ควรจะอยู่ในวังหลวง ไม่ใช่ที่แดนรกร้างแห่งนี้!
"ลูมิน่า..." ผมเรียกชื่อเธอเสียงต่ำ "บอกผมทีว่าพวกนี้มาทำอะไรที่นี่ และทำไมพวกมันถึงดูเหมือนไม่ได้มาเพื่อพาเธอกลับบ้าน... แต่มาเพื่อ 'เก็บกวาด' หลักฐาน"
ลูมิน่าหน้าซีดเผือด เธอมองไปที่พวกชายชุดดำด้วยแววตาที่สั่นไหว ก่อนจะหันมามองผมด้วยความรู้สึกผิดที่ปิดไม่มิด
"อาเธอร์... วิ่งเถอะครับ" เธอคว้ามือผมไว้แน่น "พวกมันไม่ใช่ทหารจากอาณาจักร... แต่พวกมันคือ 'องครักษ์เงา' ที่ถูกส่งมาเพื่อฆ่าฉันทิ้ง... โดยคำสั่งจากคนในครอบครัวของฉันเอง!"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในตอนนี้นะครับ ครั้งหน้าเราจะมาดูกันว่าเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดอย่างผมจะพาศิษย์รักฝ่าวงล้อมความตายนี้ไปได้อย่างไรครับ!
ระบบพี่เลี้ยงสายดาร์กกับเหล่าศิษย์ตัวแสบที่จ้องจะเคลมผม•ตอนที่ 18
ความรู้สึกที่มากกว่าศิษย์และอาจารย์
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพี่เลี้ยงสายดาร์กกับเหล่าศิษย์ตัวแสบที่จ้องจะเคลมผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!