"ท่านอาจารย์กำลังคิดจะปิดบังอะไรจากข้าอีกแล้วใช่ไหมคะ... อ๊ะ ขออภัยครับ ข้าเผลอติดปากพูดแบบนั้นไปเอง"
รอยยิ้มเจือความเจ้าเล่ห์ของลูมิน่าปรากฏขึ้นที่มุมปาก ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวของนางกำลังเคาะลงบนแผ่นกระดาษโบราณที่เพิ่งถูกดึงออกมาจากช่องลับใต้พื้นไม้ของห้องทำงาน เสียงก๊อกแก๊กเบาๆ นั้นดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงันยามวิกาล บรรยากาศภายในห้องหนังสือของหอคอยเวทมนตร์อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของกระดาษเก่าและฝุ่นผงแห่งกาลเวลา แสงจากตะเกียงเวทมนตร์สีส้มอมเหลืองสาดส่องกระทบใบหน้าของอาเธอร์ เนโครแมนเซอร์หนุ่มผู้พยายามรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความสงบ
อาเธอร์ถอนหายใจออกมาเบาๆ เขายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พนักพิงบุหนังชั้นดี สายตาสีเทาเข้มมองลอดผ่านกรอบแว่นโลหะไปยังลูกศิษย์สาวตัวแสบผู้มีพลังแสงบริสุทธิ์ในตำนาน ในฐานะอาจารย์ผู้ยึดมั่นในตรรกะและเหตุผล เขารู้ดีว่าสถานการณ์ในตอนนี้เริ่มบานปลายเกินกว่าที่เขาจะคาดคิดไว้เสียแล้วครับ
"ลูมิน่า วางจดหมายฉบับนั้นลงเสีย มันไม่ใช่สิ่งที่เราควรจะ..." อาเธอร์พยายามเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพและนุ่มนวลตามแบบฉบับของเขา ทว่ายังไม่ทันที่ประโยคจะจบลง หญิงสาวก็ชูแผ่นกระดาษที่มีตราประทับรูปกางเขนไขว้สีดำสนิทขึ้นเหนือศีรษะ หลบหลีกการคว้าจับของเขาได้อย่างเฉียดฉิว
"จดหมายจากแดนเหนือ ตราประทับของตระกูลดยุกแห่งวินter... และที่สำคัญที่สุด มีชื่อของท่านพ่อข้าปรากฏอยู่ร่วมกับชื่อของท่าน เมื่อสิบห้าปีก่อน" ลูมิน่าหรี่ตาลง รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงแววตาจริงจังที่เต็มไปด้วยคำถาม "ทั้งๆ ที่ท่านบอกว่าท่านเป็นเพียงแค่นักเวทอิสระเร่ร่อนผู้รักความสงบ แต่ทำไมชื่อของ 'อาเธอร์ เดอ ลา คอร์ท' ถึงไปโผล่อยู่ในเอกสารลับสุดยอดของการกวาดล้างเผ่าพันธุ์เนโครแมนเซอร์โบราณล่ะคะ อาจารย์?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของลมราตรีที่พัดกระทบกระจกหน้าต่างด้านนอก อาเธอร์ขยับตัวเล็กน้อย กล้ามเนื้อทุกส่วนตื่นตัว ระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานพลันปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเขา
[ติ๊ง! ตรวจพบเงื่อนไขลับ: ความลับระดับประวัติศาสตร์ 'ต้นกำเนิดแห่งอาเธอร์' กำลังจะถูกเปิดเผย]
[คำเตือน: หากความสัมพันธ์กับตัวละคร 'ลูมิน่า' ต่ำกว่าเกณฑ์ ความน่าเชื่อถือจะลดลง 50%]
[ข้อเสนอระบบ: เลือกโกหกเพื่อเอาตัวรอด หรือบอกความจริงเพื่อปลดล็อกสายสัมพันธ์ขั้นสูง]
อาเธอร์ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาไม่ใช่ชายหนุ่มผู้ไร้เดียงสา เขารู้ดีว่าพลังเนโครแมนเซอร์ที่เขาครอบครองอยู่นั้นไม่ใช่สิ่งที่ได้มาจากการฝึกฝนทั่วไป แต่มันคือมรดกตกทอดจากสายเลือดที่ถูกลบเลือนไปจากหน้าประวัติศาสตร์ และการที่ลูมิน่า—ผู้มีพลังแสงบริสุทธิ์อันเป็นปฏิปักษ์กับความมืดโดยธรรมชาติ—บังเอิญล่วงรู้ความจริงข้อนี้เข้า มันคือชนวนระเบิดดีๆ นี่เองครับ
"เจ้าอยากรู้จริงๆ หรือ ลูมิน่า" อาเธอร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ระลอกคลื่น เขาวางมือทั้งสองข้างประสานกันบนโต๊ะ จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีฟ้าใสราวน้ำค้างแข็งของนาง "ความรู้บางอย่าง... เมื่อเจ้ารับรู้แล้ว มันจะไม่มีวันถูกลบเลือนออกไปจากความทรงจำได้อีก และเส้นทางที่เจ้ากำลังก้าวเดินเคียงข้างข้า อาจจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ"
ลูมิน่าชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่จริงจังผิดคาดของอาจารย์ แต่นางก็ไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัว นางก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น จนกลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไวโอเล็ตยามเช้าลอยมาแตะจมูก "ข้าไม่ได้กลัวความมืดหรอกนะคะอาจารย์... ข้าแค่เกลียดการถูกปิดบังจากคนที่ข้า..." นางเว้นจังหวะไปชั่วครู่ ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เช่นเดิม "...จากคนที่ข้าเคารพรักต่างหากล่ะคะ"
อาเธอร์แอบถอนหายใจยาวเหยียดกับความกะล่อนของศิษย์สาวคนนี้ ต่อให้สถานการณ์จะตึงเครียดแค่ไหน นางก็ยังหาจังหวะหยอกล้อเขาได้เสมอ สมกับเป็นตัวแสบประจำสำนักจริงๆ ครับ
"เอาล่ะ ถ้าเช่นนั้นก็ฟังให้ดี..." อาเธอร์ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่อยู่ในชุดคลุมสีดำสนิทแผ่กลิ่นอายความกดดันอันล้ำลึกออกมาโดยไม่รู้ตัว ดวงตาสีเทาเข้มมองตรงไปยังจดหมายในมือของนาง "จดหมายฉบับนั้นไม่ได้บอกหรอกว่าข้าเป็นใคร... แต่มันบอกว่า 'ผู้สร้าง' ของข้าคือใครต่างหาก"
ลูมิน่าขมวดคิ้วแน่น "ผู้สร้าง? หมายความว่าอย่างไรคะ?"
"ข้าไม่ใช่เนโครแมนเซอร์ที่เกิดจากการศึกษาคัมภีร์ต้องห้ามด้วยตัวเอง" อาเธอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับกำลังบอกเล่าเรื่องราวจากอดีตอันแสนไกล "แต่ข้าคือ 'ภาชนะ' ชิ้นสุดท้าย ที่ถูกสร้างขึ้นในโครงการวิจัยลับของสภาเวทมนตร์แห่งอาณาจักรเก่า เพื่อกักเก็บวิญญาณของจอมมารแห่งความตาย... และผู้ที่เซ็นอนุมัติโครงการนั้นในฐานะหัวหน้าคณะวิจัย ก็คือดยุกบิดาของเจ้านั่นเอง ลูมิน่า"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องก็ราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเย็นเยือก ลูมิน่าเบิกตากว้าง สีหน้าของนางซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด สมองของหญิงสาวประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ความจริงอันน่าตกใจถูกเปิดเผยออกมาในค่ำคืนนี้
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบงันกำลังกัดกินหัวใจของทั้งสองคน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่ระเบียงด้านนอกหน้าต่างหอคอย พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่พุ่งตรงเข้ามายังห้องทำงานนี้อย่างรวดเร็ว!
[คำเตือนฉุกเฉินจากระบบ!]
[ตรวจพบผู้บุกรุกระดับสูง: 'หน่วยกวาดล้างเงาทมิฬ' จากวิหารศักดิ์สิทธิ์ปรากฏตัว]
[ภารกิจฉุกเฉินระดับ SSS: หลบหนีออกจากหอคอยเวทมนตร์พร้อมกับความลับที่ถูกเปิดเผย ก่อนที่กองกำลังแห่งแสงจะมาถึงภายใน 3 นาที!]
อาเธอร์ยังไม่ทันได้ขยับตัว ประตูไม้บานใหญ่ของห้องก็ถูกระเบิดออกเป็นจุลด้วยพลังเวทสีทองอร่าม แสงสว่างจ้าแสบตาสาดส่องเข้ามาจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใด และท่ามกลางกลุ่มควันและฝุ่นผงนั้น ร่างเงาของชายในชุดเกราะศักดิ์สิทธิ์สลักลายกางเขนเพลิงก็ก้าวเท้าเข้ามา พร้อมกับเสียงทุ้มกังวานที่ประกาศกร้าวด้วยความเย็นชา
"พบเป้าหมายแล้ว... องค์หญิงลูมิน่า โปรดถอยห่างจาก 'ร่างทดลอง' ตัวนั้นทันทีครับ เพราะทัณฑ์แห่งแสงสว่างกำลังจะชำระล้างความโสมม ณ บัดนี้!"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด" คนนี้มาโดยตลอดนะครับ!
ระบบพี่เลี้ยงสายดาร์กกับเหล่าศิษย์ตัวแสบที่จ้องจะเคลมผม•ตอนที่ 31
จดหมายที่ซ่อนอยู่
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพี่เลี้ยงสายดาร์กกับเหล่าศิษย์ตัวแสบที่จ้องจะเคลมผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!