หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงของระบบหลักยังคงสั่นกระพือด้วยคลื่นความถี่ต่ำ เสียงแจ้งเตือนเตือนภัยระดับวิกฤตดังก้องอยู่ในโสตประสาทของผมราวกับเสียงระฆังมรณะ ตัวอักษรสีแดงฉานที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าไม่ได้เป็นแค่เพียงข้อความเตือน แต่มันคือความเป็นและความตายของโลกใบนี้—และที่สำคัญที่สุดคือ มันคือทางเลือกที่ผมไม่อยากแม้แต่จะจินตนาการถึงผลลัพธ์ของมัน
*[แจ้งเตือนจากระบบหลัก: ตรวจพบความพยายามเข้าถึงสิทธิ์ผู้สร้าง (Creator Privilege) โดยผู้ใช้ "อาเธอร์"]*
*[เงื่อนไขผ่าน: คุณได้รับสิทธิ์ในการ "เขียนทับ" (Overwrite) กฎของโลกใบนี้]*
*[คำถาม: คุณต้องการลบตัวละคร "ลูมิน่า" เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบ หรือจะยอมรับความจริงแล้วทำลายเซิร์ฟเวอร์นี้ทิ้งไปพร้อมกัน?]*
นิ้วชี้ของผมสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อสัมผัสกับอากาศว่างเปล่า ความเย็นยะเยือกของพลังงานเนโครแมนซอร์ไหลวนอยู่ใต้ผิวหนังราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูง ในฐานะเนโครแมนเซอร์อัจฉริยะผู้ยึดมั่นในตรรกะและเหตุผลเหนืออารมณ์ ผมควรจะเลือกตัวเลือกแรกอย่างไร้ความลังเล ลบตัวแปรที่ผิดปกติ ทิ้งความผูกพันไร้สาระ แล้วปล่อยให้โลกใบนี้ดำเนินไปตามโคจรของมันอย่างเป็นระบบ... แต่นั่นมันไม่ใช่สไตล์ของผม ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่ผมเริ่มแคร์ว่าใครจะอยู่หรือจะไปในโลกเกมออนไลน์บ้าๆ นี่
"อาจารย์ครับ... กำลังคิดเรื่องหน้าต่างสีแดงนั่นอยู่หรือเปล่า?"
เสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงความเจ้าเล่ห์ดังขึ้นทำลายความเงียบในห้องพักมืดทึบ ลูมิน่าก้าวเข้ามาใกล้โดยไร้ซึ่งซุ่มเสียง ร่างระหงของเธอสะท้อนกับแสงเรืองรองจากหน้าต่างระบบ ดวงตาส่งประกายระยิบระยับราวกับเด็กสาวที่กำลังสนุกสนานกับการแกล้งเพื่อนร่วมชั้น ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวต่อข้อความปลิดชีพลอยเด่นอยู่ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย
ผมถอนหายใจยาว ปัดหน้าต่างระบบทิ้งไปอย่างไม่ไยดีจนมันสลายกลายเป็นละอองแสงสีฟ้า "เธอควรจะเคาะประตูก่อนเข้ามานะ ลูมิน่า... และอีกอย่าง เลิกทำหน้าตาเจ้าเล่ห์แบบนั้นเสียที มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังเลี้ยงดูวิญญาณอาฆาตมากกว่าศิษย์สายศักดิ์สิทธิ์"
ลูมิน่าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอขยับเข้าไปใกล้จนกลิ่นอายความอบอุ่นของพลังแสงบริสุทธิ์ปะทะเข้ากับกลิ่นอายความมืดอันเย็นเยียบของผม เคมีที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงนี้มักจะสร้างความปวดหัวให้กับผมเสมอ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าผมยังมีชีวิตอยู่—ไม่ใช่แค่โปรแกรมที่รันไปตามคำสั่งของระบบ
"วิญญาณอาฆาตที่ไหนจะน่ารักเท่าศิษย์คนนี้ล่ะครับ?" เธอเอียงคอถามด้วยรอยยิ้มซุกซน ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังขึ้นเมื่อกวาดสายตาไปยังแผนที่หนังแกะที่กางอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊กเก่าๆ "ว่าแต่... แผนการปลอมตัวเข้าส'มาคมลับเงาท밀' (Shadow Veil Guild) คืนนี้ พร้อมแล้วใช่ไหมครับ ท่านเนโครแมนเซอร์ผู้รอบคอบ?"
ผมหันกลับมาสนใจภารกิจเฉพาะหน้าที่รออยู่ตรงหน้า ความขัดแย้งกับระบบหลักถูกพับเก็บไว้ในมุมลึกของสมองชั่วคราว ตอนนี้สิ่งสำคัญคือการเจาะเข้าไปในสมาคมลับเพื่อหาเบาะแสเกี่ยวกับ "สิทธิ์ผู้สร้าง" ที่กำลังรวนเรอยู่
"ทุกอย่างถูกเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว" ผมหยิบหน้ากากโลหะสีดำสนิทที่มีลวดลายอักขระเวทมนตร์สีเงินขึ้นมาสวมทับใบหน้า เสียงกลไกภายในหน้ากากปรับเปลี่ยนคลื่นเสียงของผมให้ทุ้มต่ำและแหบพร่าลงจนแทบจำไม่ได้ "สมาคมลับเงาทมิฬขึ้นชื่อเรื่องการตรวจสอบเวทมนตร์ขั้นสูง หากเราใช้พลังธาตุแสงหรือความมืดแบบโต้งๆ มีหวังโดนรุมประชาทัณฑ์ก่อนจะได้ก้าวเท้าเข้าประตูหน้า"
"เพราะฉะนั้น..." ลูมิน่ายิ้มกริ่ม ชูขวดแก้วบรรจุของเหลวสีรุ้งประกายมุกขึ้นมาสองขวด "น้ำยาอำพรางกลิ่นอายขั้นสมบูรณ์แบบที่หนูแอบปรุงขึ้นมาเองจากห้องทดลองของอาจารย์ จะช่วยปกปิดพลังแสงศักดิ์สิทธิ์ของหนู และซ่อนกลิ่นอายเนโครแมนเซอร์เหม็นอับของอาจารย์ได้สนิทใจเลยล่ะครับ"
ผมหรี่ตามองขวดน้ำยาในมือเธอ "เธอแอบเอาวัตถุดิบหายากของผมไปทำอะไรอีกเนี่ย..."
"ถือว่าเป็นค่าจ้างในการเป็นคู่หูร่วมภารกิจก็แล้วกันครับ รีบดื่มเถอะ เดี๋ยวจะพลาดพิธีคัดเลือกสมาชิกใหม่ของพวกมัน" ลูมิน่าไม่รอช้า เธอจัดการกระดกรวดเดียวหมดขวดก่อนจะส่งอีกขวดมาให้ผมอย่างถือวิสาสะ
รสชาติของมันแปลกประหลาดราวกับมิ้นต์ผสมกำมะถัน แต่เพียงชั่วพริบตาเดียว ความรู้สึกหนักอึ้งของพลังเนโครแมนเซอร์ในร่างกายก็ถูกกดทับลงไปจนแทบไม่เหลือร่องรอย ผิวหนังของผมเปลี่ยนเป็นสีซีดเซียวลงเล็กน้อย และเมื่อมองดูเงาสะท้อนในกระจก ผมกลายเป็นชายหนุ่มปริศนาท่าทางน่าสงสัยที่ไม่มีใครสามารถระบุตัวตนได้
ยี่สิบนาทีต่อมา รถม้าไร้ตราสัญลักษณ์คันหนึ่งจอดสนิทลงที่ตรอกมืดมิดย่านการค้าเสรี ด้านหลังร้านขายหนังสือเก่าๆ ที่มีสัญลักษณ์รูปดวงตาถูกขีดฆ่าด้วยรอยเลือดจางๆ บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบจนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงฝีเท้าของพวกเราที่ก้าวเดินไปตามแผ่นหินชื้นแฉะ
"รหัสผ่าน?" เสียงแหบแห้งดังขึ้นมาจากเงาไม้ด้านหน้า ร่างของชายฉกรรจ์สวมผ้าคลุมสีดำสนิทสองคนก้าวออกมาขวางทาง พร้อมกับดาบเล่มโตที่เปล่งประกายแสงสีม่วงพิษ
ผมก้าวขึ้นไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อบังตัวลูมิน่าไว้ครึ่งหนึ่ง แม้ว่าเธอจะมีพลังมากพอจะจัดการเจ้าพวกนี้ได้ในพริบตา แต่ในฐานะพี่เลี้ยงและอาจารย์ การปล่อยให้ศิษย์ออกหน้าก่อนในพื้นที่อันตรายถือเป็นความบกพร่อง
ผมประสานมือเข้าหากันตามธรรมเนียมของสมาคมใต้ดินที่ศึกษามาก่อนหน้านี้ น้ำเสียงที่ผ่านหน้ากากเวทมนตร์เปล่งออกมาอย่างราบเรียบและทรงอำนาจ
"ความมืดที่แท้จริง... ไม่เคยต้องการแสงสว่างเพื่อนำทาง"
การ์ดทั้งสองคนหรี่ตามองพวกเราตั้งแต่หัวจรดเท้า พวกเขาตรวจสอบอักขระเวทมนตร์ที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังผ่านเครื่องมือตรวจจับเวทมนตร์ชิ้นเล็กๆ ที่ส่งเสียงหึ่งเบาๆ บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ
*ติ๊ด... ติ๊ด... เสียงสัญญาณผ่านการตรวจสอบดังขึ้นเบาๆ*
การ์ดร่างยักษ์พยักหน้ารินเบาๆ ก่อนจะผายมือเปิดประตูเหล็กบานหนาที่ซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือเก่า "เชิญ... ยินดีต้อนรับสู่สมาคมเงาทมิฬ หวังว่าพวกท่านจะมีความสุขกับการทดสอบค่ำคืนนี้"
ผมเดินนำลูมิน่าก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปสู่ความมืดมิดเบื้องหน้า กลิ่นอายของความลับและแผนการชั่วร้ายลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ทว่าในขณะที่ประตูกำลังจะปิดลง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบที่ทำให้เลือดในกายของผมเย็นเฉียบลงชั่วขณะ
*“ช้าก่อน... แขกผู้มีเกียรติทั้งสอง ท่านแน่ใจหรือว่าน้ำยาอำพรางนั่น... จะตบตา 'ผู้ดูแลระบบ' อย่างพวกเราได้พ้น?”*
ผมชะงักฝีเท้าทันที หัวใจกระตุกวูบเมื่อตระหนักว่าพวกเราไม่ได้กำลังแทรกซึมเข้าไปในสมาคมลับธรรมดา... แต่มันคือกับดักที่ถูกเซ็ตไว้รอต้อนรับเราตั้งแต่แรกแล้ว!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับอาเธอร์และลูมิน่านะครับ
ระบบพี่เลี้ยงสายดาร์กกับเหล่าศิษย์ตัวแสบที่จ้องจะเคลมผม•ตอนที่ 21
การแทรกซึมเข้าสมาคมลับ
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพี่เลี้ยงสายดาร์กกับเหล่าศิษย์ตัวแสบที่จ้องจะเคลมผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!