เสียงถอนหายใจยาวนานดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของค่ายพักแรมชั่วคราว อาเธอร์ใช้ปลายนิ้วเขี่ยเศษถ่านสีดำที่มอดไหม้ในกองไฟให้แตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แสงสีส้มแดงที่สะท้อนวับวาวอยู่ในดวงตาส่อให้เห็นถึงความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดการเดินทางข้ามผ่านทวีป รอยแยกมิติที่เพิ่งปิดตายไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้รอบด้าน พื้นดินแตกระแหงเป็นทางยาวราวกับแผ่นกระจกที่ถูกทุบด้วยค้อนหนักหน่วง กลิ่นอายความตายและพลังศักดิ์สิทธิ์ที่หักล้างกันยังคงหลงเหลืออยู่ในบรรยากาศจนทำให้บรรดามอนสเตอร์ระดับสูงในรัศมีสิบกิโลเมตรไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงร้อง
"ท่านอาจารย์ครับ หม้อต้มยาฟื้นฟูมานาชุดสุดท้ายเสร็จพอดี... ถ้าท่านยังทำหน้าเครียดแบบนั้นต่ออีกสักสามนาที ผมเกรงว่ารอยย่นบนหน้าผากของท่านคงจะกลายเป็นเนโครเมียมเกรดตำนานที่แม้แต่เวทมนตร์ฟื้นสภาพก็ลบไม่ออกแล้วนะครับ"
เสียงใสแจ๋วแต่แฝงด้วยความกวนประสาทเล็กๆ ดังขึ้นพร้อมกับถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวที่ถูกยื่นมาตรงหน้า อาเธอร์เหลือบตามองเจ้าของเสียง ลูมิน่าในยามนี้ไม่ได้สวมชุดเกราะศักดิ์สิทธิ์ที่เต็มไปด้วยรอยขูดขีดจากการต่อสู้เหมือนเช่นเคย เธออยู่ในชุดคลุมผ้าฝ้ายสีครีมหลวมโคร่งที่ดูสบายตา เส้นผมสีทองประกายถูกรวบเก็บไว้ลวกๆ ด้วยริบบิ้นผ้า ปล่อยปอยผมคลอเคลียข้างแก้มเนียนที่เปื้อนคราบเขม่าจางๆ ทว่ารอยยิ้มที่ระบายอยู่บนริมฝีปากของเธอกลับเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าคริสตัลธาตุแสงระดับสูงที่พวกเขาเพิ่งแย่งชิงมาจากบอสประจำดันเจี้ยน
"ข้าแค่กำลังคำนวณอัตราส่วนความเสียหายต่อทรัพยากรที่เราต้องเสียไปกับการซ่อมแซมบาเรียป้องกันเมืองหลวงต่างหาก ลูมิน่า" อาเธอร์รับถ้วยยามาถือไว้ กลิ่นหอมละมุนของสมุนไพรป่าผสมน้ำค้างยามค่ำคืนโชยเข้าจมูก ช่วยบรรเทาความตึงเครียดในเส้นประสาทลงได้บ้างเล็กน้อย "อีกอย่าง หน้าผากของข้ายังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ดี ไม่ได้แก่เกินวัยจนเจ้าต้องมานั่งกังวลแทนหรอกครับ"
"โอ้? สมบูรณ์ดีงั้นเหรอครับ? แต่เมื่อครู่ตอนที่เงาร่างของเทพผู้ล่มสลายก้าวออกมาจากรอยแยก ข้าเห็นท่านเกือบจะเผลอโยนคัมภีร์อัญเชิญซากมังกรบรรพกาลออกไปป้องกันตัวแบบไม่คิดชีวิตเลยนะนั่น" ลูมิน่าย่อตัวลงนั่งขัดสมาธิลงบนพื้นหญ้าตรงข้ามกับเขา ดวงตากลมโตสีฟ้าใสจ้องมองตรงมาด้วยแววตาซุกซนที่เดาใจยาก "ทั้งที่ปกติแล้วท่านคือเนโครแมนเซอร์ผู้เย็นชาและคำนวณทุกย่างก้าวด้วยความแม่นยำระดับมิลลิเมตรแท้ๆ ทำไมพอเจอ ‘แขกไม่ได้รับเชิญ’ ตนนั้นเข้าไป ท่านถึงได้ดู... ตื่นเต้นเป็นพิเศษล่ะครับ?"
อาเธอร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขา ยกถ้วยยาขึ้นจิบช้าๆ รสชาติหวานอมขมกระจายไปทั่วปลายลิ้น ในฐานะผู้เล่นระดับท็อปที่ทะลุมิติเข้ามาติดอยู่ในเกมแฟนตาซีที่มีระบบตรรกะซับซ้อน เขารู้ดีว่าความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยแยกมิติเมื่อครู่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ร่างเงาสีดำสนิทที่แผ่กลิ่นอายกดดันระดับพระเจ้าองค์นั้นมีรหัสโค้ดเฉพาะตัวที่ระบบของเขากำ
ลังแจ้งเตือนสีแดงกระพริบถี่รัวในช่องมองภาพส่วนตัว
ระบบระบุไว้ชัดเจนว่านั่นคือ "เศษเสี้ยวจิตสำนึกที่ถูกผนึก" ของผู้สร้างโลกใบนี้ ซึ่งหมายความว่าศึกที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้าไม่ใช่แค่สงครามแย่งชิงดินแดนระหว่างอาณาจักร หรือการปราบมอนสเตอร์ทั่วไป แต่มันคือการเผชิญหน้ากับกฎเกณฑ์ของระบบที่พร้อมจะรีเซ็ตทุกสิ่งทุกอย่างให้กลับไปสู่จุดเริ่มต้น
"เพราะข้าเกลียดการทำงานล่วงเวลาอย่างไรล่ะ" อาเธอร์วางถ้วยแ็ลงบนโขดหินข้างตัว น้ำเสียงของเขาปรับให้ราบเรียบและจริงจังขึ้น "เจ้าก็รู้ว่าเป้าหมายของข้าในโลกนี้คือการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในบ้านหลังเล็กๆ ชานเมือง มีสวนสมุนไพร และไม่ต้องมาคอยนั่งแก้บัคของระบบบ้าๆ นี่อีก แต่ดูตอนนี้สิ... โลกกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ แถมศิษย์ตัวแสบอย่างเจ้าก็ยังคอยหาเรื่องให้ข้าต้องปวดหัวอยู่เรื่อย"
"อ้าว! กลายเป็นความผิดของผมไปซะงั้นล่ะครับ?" ลูมิน่าทำแก่งอนแก้มป่องอย่างจงใจ ดวงตาเป็นประกายวิบวับด้วยความสนุกสนาน "ทั้งที่ตอนที่พวกเราติดอยู่ในวังวนมิติชั้นที่แปดแล้วใครกันที่เป็นคนอุ้มผมหนีตายออกมาจนเสื้อคลุมขาดวิ่นแบบนั้น? ถ้าไม่มีเสน่ห์ของศิษย์คนนี้คอยเติมสีสันให้ชีวิตท่านล่ะก็ ป่านนี้ท่านคงกลายเป็นซากศพเดินได้ที่นั่งคุยอยู่กับโครงกระดูกในสุสานร้างไปนานแล้วล่ะครับ ท่านอาจารย์"
รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของอาเธอร์อย่างไม่รู้ตัว เขายอมรับเงียบๆ ในใจว่าคำพูดของเด็กสาวคนนี้มีส่วนถูกอยู่บ้าง ตลอดเส้นทางการเดินทางที่ยาวนานจากชายขอบทวีปจนถึงใจกลางอาณาจักรเวทมนตร์ พลังแสงบริสุทธิ์ของลูมิน่าและพลังความมืดของเขาได้หลอมรวมและเกื้อหนุนกันอย่างประหลาด จนเกิดเป็นสถานะความสัมพันธ์พิเศษที่ระบบเรียกว่า "ซิมไบโอซิสแห่งวิญญาณ" (Soul Symbiosis) ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มค่าสถานะให้ทั้งคู่แบบก้าวกระโดดแล้ว มันยังสร้างความผูกพันที่ตัดไม่ขาดระหว่างอาจารย์จอมวางแผนกับศิษย์สาวผู้มีพลังล้นเหลือคนนี้ด้วย
"พักผ่อนซะเถอะ ลูมิน่า" อาเธอร์เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นเบื้องหน้า บรรยากาศรอบตัวเริ่มเย็นลงเมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานแล้ว "พรุ่งนี้เช้า เราต้องเดินทางต่อไปยังมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์เพื่อเตรียมรับมือกับการเปิดผนึกครั้งสุดท้าย การพักผ่อนในคืนนี้คือสิ่งเดียวที่จะช่วยให้เราไม่กลายเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้วิญญาณซะก่อน"
ลูมิน่าพยักหน้ารับเบาๆ เธอยืดตัวลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามชายเสื้อคลุม ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้อาเธอร์อีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าลอยมาแตะจมูก "ก็ได้ครับ... แต่ก่อนนอน ผมขอถามอะไรท่านอาจารย์สักข้อสิครับ"
"ว่ามาสิ"
"ถ้าหากว่า... ศึกสุดท้ายในวันพรุ่งนี้ โลกใบนี้เกิดล่มสลายขึ้นมาจริงๆ และพวกเราไม่รอดชีวิต สิ่งแรกที่ท่านจะพูดกับผมคืออะไรเหรอครับ?"
อาเธอร์เงยหน้าขึ้นมองเด็กสาว แสงจากกองไฟสะท้อนในดวงตาคู่คมของเขา เผยให้เห็นประกายความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นมาตลอด เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น
"ข้าคงจะบอกว่า... ขอบคุณนะ ที่ยอมมาป่วนชีวิตที่เคยสงบสุขของข้าให้มีสีสันขึ้นมาได้ขนาดนี้"
ลูมิน่าชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นก่อนที่รอยยิ้มกว้างจะระบายเต็มใบหน้า รอยยิ้มที่สดใสและจริงใจที่สุดเท่าที่อาเธอร์เคยเห็นมาตลอดการเดินทาง
"ถ้าอย่างนั้น... ผมจะรอฟังคำนั้นอีกครั้ง หลังจบศึกใหญ่นะครับ ท่านอาจารย์"
เธอหันหลังเดินกลับไปยังเต็นท์พักแรมของตัวเอง ทิ้งให้อาเธอร์นั่งอยู่หน้ากองไฟลำพัง ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง ทว่าในใจของชายหนุ่มกลับรู้ดีว่าพายุลูกใหญ่ที่แท้จริงกำลังก่อตัวขึ้นที่เบื้องหน้า
อาเธอร์หลับตาลงเพื่อเตรียมรวบรวมสมาธิ ทันใดนั้นเอง เสียงเตือนอันคุ้นเคยที่ดังขึ้นในหัวสมองก็ทำให้ลมหายใจของเขาต้องสะดุดกึก ภาพหน้าต่างสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศฉีกกระชากความเงียบสงบทั้งหมดให้พังทลายลงในพริบตา
*[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS]: ตรวจพบการแทรกแซงจาก "ผู้ดูแลระบบภายนอก" เขตแดนมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ถูกทำลายโดยสมบูรณ์*
*[คำเตือน]: เงื่อนไขลับ "การตื่น
ลืมตาของพระเจ้าผู้ล่มสลาย" ถูกกระตุ้นล่วงหน้า 12 ชั่วโมง*
*[ภารกิจบังคับ]: ปกป้องลูมิน่าและเอาชีวิตรอดจากการกวาดล้าง... นับถอยหลังสู่จุดจบของโลก: 00:10:00*
ดวงตาของอาเธอร์เบิกกว้างขึ้นทันทีเมื่อตัวเลขสีแดงฉานเริ่มวิ่งถอยหลังอย่างรวดเร็ว...
---
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ*
ระบบพี่เลี้ยงสายดาร์กกับเหล่าศิษย์ตัวแสบที่จ้องจะเคลมผม•ตอนที่ 33
ก่อนพายุใหญ่จะมาถึง
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพี่เลี้ยงสายดาร์กกับเหล่าศิษย์ตัวแสบที่จ้องจะเคลมผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!