"ข้าว่าเนื้อชิ้นนี้ย่างจนเกรียมไปนิดนะครับ อาจารย์อาเธอร์... หรือว่าท่านกลัวว่ามันจะมีวิญญาณอาฆาตหลงเหลืออยู่ ถึงได้ตั้งใจเผาทำลายหลักฐานขนาดนั้นกันล่ะครับ?"
เสียงหวานใสที่เจือความขี้เล่นดังขึ้น พร้อมกับปลายส้อมเงินที่จิ้มชิ้นเนื้อชิ้นโตยื่นมาตรงหน้า อาเธอร์ชะงักฝีเท้าทันที แววตาที่เคยนิ่งสงบมาตลอดพลันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเย็นเยียบแล่นริ้วขึ้นมาจากสันหลังอย่างกะทันหัน ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อวิญญาณร้ายตามที่เจ้าตัวแสบกล่าวแซว แต่เป็นเพราะเขากำลังประเมินสถานการณ์ตรงหน้าต่างหาก
ห้องอาหารส่วนตัวของโรงเตี๊ยม "ตะเกียงมรกต" ในยามค่ำคืน ถูกโอบล้อมด้วยแสงสีส้มอุ่นจากตะเกียงเวทมนตร์ บนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่เต็มไปด้วยอาหารหรูหราควันกรุ่น แต่บรรยากาศกลับไม่ได้ผ่อนคลายอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อเนโครแมนเซอร์อัจฉริยะผู้รักความสงบอย่างเขา ต้องมานั่งร่วมโต๊ะอาหารมื้อค่ำกับศิษย์สาวตัวแสบอย่าง "ลูมิน่า" เจ้าหญิงผู้ครอบครองพลังแสงบริสุทธิ์ ขั้วตรงข้ามกับศาสตร์มืดที่เขาฝึกฝนโดยสิ้นเชิง
อาเธอร์วางมีดในมือลงอย่างช้าๆ จัดระเบียบสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสีฟ้าใสที่พราวระยับด้วยความสนุกสนาน
"ถ้าข้าจะเผามันจริงๆ มันคงกลายเป็นเถ้าถ่านไปตั้งแต่ยังไม่ทันออกจากครัวแล้วล่ะครับ ลูมิน่า... อีกอย่าง หน้าที่ของเนโครแมนเซอร์ไม่ใช่การทำลายล้างอย่างไร้เหตุผล แต่เป็นการจัดการทรัพยากรวิญญาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่างหากเล่า" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพตามแบบฉบับ แต่แฝงไปด้วยความระแวดระวัง
ลูมิน่าหัวเราะคิกคักเบาๆ เจ้าตัวดึงส้อมกลับไปเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างไม่เกรงอกเกรงใจมาดความเป็นเจ้าหญิงเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มซุกซนที่ประดับอยู่บนใบหน้าของเธอนั้น มักจะมาพร้อมกับปัญหาปวดหัวเสมอในสายตาของอาเธอร์
ตั้งแต่ระบบบ้าๆ นั่นบังคับให้เขารับเจ้าหญิงองค์นี้เป็นศิษย์ ชีวิตที่เคยสงบสุข วางแผนอ่านตำรา อ่านวนิยาย ดูแลกองกระดูกอย่างไร้เสียงรบกวนของเขาก็พังทลายลง ลูมิน่าไม่เพียงแต่เรียนรู้เวทมนตร์แสงได้อย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ แต่เธอยังขยันหาเรื่องมาหยอกล้อและท้าทายขอบเขตความอดทนของเขาในทุกๆ วัน
[แจ้งเตือนจากระบบ: ตรวจพบระดับความสัมพันธ์ 'ความปวดหัวของอาจารย์' พุ่งสูงถึง 85%]
[คำเตือน: หากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินไปในทิศทางนี้ อัตราการเต้นของหัวใจของโฮสต์อาจเกินขีดจำกัด]
เสียงแจ้งเตือนโปร่งใสสีฟ้าปรากฏขึ้นในห้วงความคิด ทำเอาอาเธอร์เกือบจะเผลอนวดขมับตัวเองให้Beatsหายปวดหัว เขาทำได้แค่ปัดมือไล่หน้าต่างระบบนั้นทิ้งไปอย่างเงียบๆ
"ท่านเหม่ออีกแล้วนะครับ อาจารย์" ลูมิน่าเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างจับผิด "หรือว่าในหัวของท่านกำลังวางแผนจะเสกโครงกระดูกขึ้นมาขัดขวางไม่ให้ข้าแย่งของหวานชิ้นสุดท้ายบนโต๊ะนี้กันแน่?"
"ข้าไม่ได้คิดเรื่องไร้สาระแบบนั้นหรอกครับ..." อาเธอร์ถอนหายใจยาวเหยียดออกมาเบาๆ พยายามควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด "ข้าแค่กำลังคิดว่า พรุ่งนี้เรามีกำหนดการต้องเดินทางผ่าน 'ป่าหมอกทมิฬ' ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องไอพลังความมืดหนาแน่น เจ้าในฐานะผู้ใช้เวทมนตร์แสงบริสุทธิ์... พร้อมที่จะรับมือกับมลพิษทางวิญญาณพวกนั้นแล้วหรือยัง หรือว่าจะต้องให้ข้าแบกเจ้ากลับมาเหมือนคราวที่แล้วกันแน่?"
คำพูดพาดพิงถึงเหตุการณ์เมื่อสัปดาห์ก่อนทำเอาลูมิน่าชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกหยิบยกจุดอ่อนขึ้นมาพูด เจ้าตัวเม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ
"วันนั้น... วันนั้นข้าแค่ประมาทไปต่างหากล่ะครับ! ใครจะไปรู้ว่าพวกวิญญาณเร่ร่อนในป่าบ้าบั่นนั่นจะส่งเสียงน่ารำคาญยามวิกาลกันเล่า" ลูมิน่าแก้ตัวเสียงอ้อมแอ้ม แต่ก็ยอมวางส้อมลงแล้วตักซุปอุ่นๆ เข้าปากเพื่อกลบเกลื่อนอาการ
อาเธอร์แอบลอบยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นครั้งแรกในมื้อนี้ที่เขาเป็นฝ่ายถือไพ่เหนือกว่า แม้ภายนอกเขาจะดูเป็นคนเย็นชาและเคร่งครัดในกฎเกณฑ์ แต่ลึกๆ แล้ว เขาก็ยอมรับว่าการมีเด็กสาวคนนี้เข้ามาปั่นป่วนในชีวิตประจำวัน ก็ทำให้โลกสีเทาหม่นของเนโครแมนเซอร์มีสีสันขึ้นมาไม่น้อยเหมือนกัน
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเริ่มกลับมาเข้าที่เข้าทาง ความเงียบอันน่าอึดอัดถูกแทนที่ด้วยเสียงช้อนกระทบจานเบาๆ และบทสนทนากลั้วเสียงหัวเราะเป็นระยะ อาเธอร์คอยตักอาหารที่คิดว่าเหมาะกับธาตุแสงของเธอให้บ้างเป็นครั้งคราว แม้จะปากแข็งและบอกว่าเป็น "การดูแลตามหน้าที่ของพี่เลี้ยง" ก็ตาม
ทว่า ความสงบสุขมักอยู่กับอาเธอร์ได้ไม่นานนัก...
ทันใดนั้นเอง บรรยากาศภายในห้องอาหารส่วนตัวก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เสียงพูดคุยจากชั้นล่างของโรงเตี๊ยมเงียบหายไปราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
อาเธอร์ตวัดสายตาคมกริบไปที่ประตูไม้หนา
ลูมิน่าเองก็วางช้อนลงทันที แววตาขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยประกายแสงสีทองจางๆ ที่เริ่มเรืองรองรอบปลายนิ้วของเธอ
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับวิกฤต!]
[ตรวจพบการรุกรานจากพลังงานภายนอก: 'ราชันแห่งความตายขั้นสูง' กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พิกัดของคุณในระยะ 50 เมตร]
[ภารกิจเฉพาะกิจ: ปกป้องศิษย์สาวและเอาตัวรอดจากผู้มาเยือนยามวิกาล]
อาเธอร์ลุกขึ้นยืนช้าๆ มือขวาแตะลงที่กระเป๋าคาดเอวซึ่งบรรจุศิลาวิญญาณระดับสูงไว้ ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนแสงสีฟ้าจากระบบที่กะพริบถี่รัว เขากวาดสายตามองไปที่หน้าต่างที่ถูกไอหมอกสีดำปกคลุมจนมิด
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก... มันไม่ใช่ฝีเท้าของมนุษย์ แต่มันคือเสียงลากโซ่ตรวนและเสียงกระดูกกระทบกันอันคุ้นเคย
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันแสนวุ่นวายของอาจารย์สายดาร์กกับศิษย์ตัวแสบนี้ด้วยนะครับ
ระบบพี่เลี้ยงสายดาร์กกับเหล่าศิษย์ตัวแสบที่จ้องจะเคลมผม•ตอนที่ 7
มื้อค่ำที่น่าปวดหัว
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพี่เลี้ยงสายดาร์กกับเหล่าศิษย์ตัวแสบที่จ้องจะเคลมผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!