ระบบพี่เลี้ยงสายดาร์กกับเหล่าศิษย์ตัวแสบที่จ้องจะเคลมผม•ตอนที่ 29

กลยุทธ์กู้คืนวิญญาณ

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
"ถ้าท่านอาจารย์ยังเดินหมากตานี้ผิดอีกตาเดียว ผมเกรงว่ากองกำลังโครงกระดูกทางปีกขวาคงต้องกลายเป็นปุ๋ยหมقให้ทุ่งหญ้าวิญญาณไปตลอดกาลนะครับ" เสียงกระซิบที่เจือด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ดังขึ้นข้างใบหู พร้อมกับปลายนิ้วเรียวยาวที่จิ้มลงบนแผนที่ยุทธศาสตร์จำลองสามมิติ ซึ่งเปล่งแสงสีฟ้าเรืองรองอยู่กลางค่ายพักแรม อาเธอร์ถอนหายใจออกมาเบาๆ เขาไม่ได้หันไปมองเจ้าของเสียงทันที แต่เลือกที่จะเลื่อนหมากตัวม้ากระดูก (Skeleton Knight) ถอยร่นกลับมาสองช่อง เพื่อประสานแนวป้องกันกับพลธนูเงาที่ซุ่มอยู่หลังแนวหินอัคนี "เธอต่าหากลูมิน่า ที่ประเมินความสามารถในการฟื้นฟูมานาของแนวหลังต่ำเกินไป" อาเธอร์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย นัยน์ตาสสีนิลกวาดมองตัวเลขสถานะของกองทัพที่ปรากฏขึ้นบนหน้าต่างระบบลอยได้ "ถ้าฉันไม่ถอยเพื่อล่อให้กองพลอัศวินเพลิงคลั่งบุกเข้ามาในเขตอาคมดูดกลืนวิญญาณ ป่านนี้แผนการตลบหลังที่เราวางไว้สามวันสามคืนคงพังไม่เป็นท่าหรอกนะครับ" ลูมิน่าหัวسเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่สวยประกายระยิบระยับด้วยความสนุกสนาน เจ้าหญิงแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ผู้มีพลังธาตุแสงบริสุทธิ์—ซึ่งในยามปกติควรจะรังเกียจเดียดฉันท์ศาสตร์มืดของอาเธอร์เข้ากระดูกดำ—กลับเลือกที่จะยืนเคียงข้างเขา ทอดสายตาสำรวจแผนที่ยุทธศาสตร์ด้วยความตื่นตัว บรรยากาศภายในเต็นท์บัญชาการยามวิกาลเต็มไปด้วยความกดดันจากสงครามที่กำลังจะอุบัติขึ้นในรุ่งสาง แต่ทว่าระหว่างคนทั้งสอง กลับมีเคมีบางอย่างที่ผ่อนคลายและเต็มไปด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจอย่างประหลาด มันคือความสัมพันธ์ที่ถูกหล่อหลอมผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน ภายใต้ระบบพี่เลี้ยงสายดาร์กที่คอยบีั้นบังคับให้พวกเขาต้องร่วมมือกัน ไม่เช่นนั้นบทลงโทษสุดโหดหินจะมาเยือน *ติ๊ง!* [ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบความคืบหน้าของกลยุทธ์ "วงล้อมทมิฬสยบปฐพี" บรรลุเงื่อนไข 85%] [ค่าความสัมพันธ์ระหว่าง "อาเธอร์" และ "ลูมิน่า" เพิ่มขึ้น +15] [สถานะพิเศษ: "จิตประสานกลยุทธ์" ทำงาน – เพิ่มพลังโจมตีเวทมนตร์และอัตราการคริติคอลให้กองกำลังอันเดด 20% เป็นเวลา 2 ชั่วโมง] อาเธอร์เหลือบมองหน้าต่างระบบแวบหนึ่ง ก่อนจะปิดมันลงด้วยการสะบัดมือเบาๆ เขาชำเลืองมองลูมิน่าที่ตอนนี้กำลังเอื้อมมือไปหยิบหมากตัวแม่ทัพฝั่งตรงข้ามมาเล่นแก้เบื่อ "ท่านมั่นใจแค่ไหนว่ากองทัพผสมระหว่างอัศวินคลั่งและกริฟฟินเพลิง จะเดินตามหมากที่เราวางไว้เป๊ะๆ?" ลูมิน่าเงยหน้าขึ้นสบตา รอยยิ้มซุกซนบนใบหน้านั้นเจือความจริงจังอยู่เล็กน้อย "อย่าลืมนะครับว่าแม่ทัพฝั่งนั้นคือ 'บารอนกัลVน' ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าเล่ห์และไม่เคยใช้ตำราพิชัยสงเล่มไหนเลย" "ความเจ้าเล่ห์มักแพ้ความโลภเสมอครับ ลูมิน่า" อาเธอร์เอ่ยตอบ น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนาแต่ทรงพลังจนอีกฝ่ายต้องชะงัก "ฉันจงใจปล่อยข่าวกรองปลอมเรื่อง 'แก่นแท้เนโครมานเซอร์ระดับตำนาน' ไปให้สายลับของมัน สิ่งที่กัลฟ์ต้องการไม่ใช่แค่ชัยชนะ แต่มันต้องการพลังที่จะทำให้มันอยู่เหนือขุนนางคนอื่นๆ ในอาณาจักร... คนแบบนั้น ไม่มีทางตزดตลุมบอนกับค่ายกลที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายหรอก แต่มันจะเลือกใช้กำลังทั้งหมดพังแนวหน้าของเราในดาบเดียว เพื่อแย่งชิงของมีค่าก่อนที่คนอื่นจะเห็น" อาเธอร์ยยดตัวขึ้นเต็มความสูง มือข้างหนึ่งจัดปกเสื้อคลุมสีดำสนิทให้เข้าที่ ก่อนจะก้าวเดินไปยังทางเข้าเต็นท์แล้วแหวกม่านออกไปเบื้องนอก ลมราตรีพัดโชยกลิ่นอายดินปืนและกลิ่นอายความตายจางๆ ลอยมาปะทะจมูก เบื้องหน้าพวกเขาคือทราบกว้างที่ทอดยาวไปจนถึงหุบเขาอัคนี ที่นั่น... กองทัพนับหมื่นกำลังตั้งค่ายรอเวลาเปิดฉากสงคราม การรบแบบวางแผนการเหนือชั้นที่เขาและลูมิน่าร่วมกันออกแบบกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจนี้ "ถ้าอย่างนั้น..." ลูมิน่าก้าวตามมาหยุดยืนเคียงข้าง แสงสว่างอ่อนๆ จากออร่าในตัวเธอขับเน้นให้ร่างเพรียวระหงดูโดดเด่นตัดกับความมืดมิดของยามวิกาล เธอยกไม้เท้าประจำตัวขึ้นแตะเบาๆ ที่พื้นดิน ส่งผลให้รากไม้เรืองแสงแผ่ขยายออกไปตามแนวค่ายกล "ในฐานะศิษย์และผู้ช่วยมือหนึ่งของท่านเนโครแมนเซอร์ ผมคงต้องแสดงให้พวกมันเห็นเสียหน่อยแล้วว่า... เวทมนตร์แห่งแสงที่ผสานเข้ากับกลยุทธ์สายดาร์ก มันน่ากลัวขนาดไหน" อาเธอร์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง ซึ่งมักจะปรากฏขึ้นเวลาที่เขารู้สึกว่าสถานการณ์ทุกอย่างอยู่ในกำมือ "ระวังตัวด้วยลูมิน่า ถ้าเธอพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ฉันคงต้องเหนื่อยกับการชุบชีวิตเธอกลับมาบ่นใส่ฉันอีกรอบนะครับ" "วางใจเถอะครับท่านอาจารย์ คนอย่างผม... ต่อให้ตายก็ไม่ยอมให้ท่านลอยนวลไปเสวยสุขคนเดียวหรอกนะ" สิ้นเสียงกระซิบอันท้าทาย ทั้งสองก็พุ่งทะยานออกไปจากค่ายพักแรมราวกับเงาร่างของมัจจุราชและเทพธิดาที่พร้อมจะพลิกกระดานประวัติศาสตร์ของทวีปนี้ไปตลอดกาล ทว่า... ท่ามกลางความเงียบงันก่อนพายุจะโหมกระหน่ำ หน้าต่างระบบสีแดงฉานที่อาเธอร์คิดว่าปิดไปแล้ว กลับเด้งขึ้นมากลางอากาศอย่างไร้สาเหตุ พร้อมกับตัวอักษรเตือนภัยที่สั่นระริกด้วยความรุนแรง [คำเตือนฉุกเฉินระดับสูงสุด: ตรวจพบการแทรกแซงจากบุคคลที่สาม!] [เงื่อนไขภารกิจลับ "ผู้สังเกตการณ์แห่งความมืด" ถูกกระตุ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ] [เป้าหมายใหม่: กำจัด "เงาปริศนา" ที่กำลังคืบคลานเข้าสู่ใจกลางค่ายกล ก่อนที่แผนการทั้งหมดจะ...] *พรึบ!* หน้าต่างระบบดับวูบลงพร้อมกับเสียงกริ่งเตือนภัยที่ขาดหายไปกลางคัน ความมืดมิดรอบตัวพลันเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน ลมหายใจของอาเธอร์สะดุดกึกเมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันคุ้นเคยแต่แปลกปลอม ที่กำลังกระซิบอยู่ข้างหลังเขา... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเผชิญหน้าไปกับกลยุทธ์สุดระทึกนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพี่เลี้ยงสายดาร์กกับเหล่าศิษย์ตัวแสบที่จ้องจะเคลมผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%