"โอ๊ย... แม่หายใจไม่ออก แม่จะตายอยู่แล้ว... ไอ้หิน แกมันลูกอกตัญญู พาเมียตัวซวยเข้าบ้านมาไม่ทันไร ก็จะผลาญสมบัติและแช่งให้แม่ตายคาอกอยู่แล้วนะรึ!"
เสียงโหยหวนคร่ำครวญดังลั่นกระท่อมหลังน้อยที่เพิ่งถูกซ่อมแซมได้ไม่นาน นางสายบัว แม่สามีผู้ขึ้นชื่อเรื่องการแสดงละครตบตาชาวบ้าน ทรุดกายลงนอนดิ้นพราดอยู่บนพื้นดินหน้าประตู มือเหี่ยวย่นกุมหน้าอกทำท่าทางราวกับกำลังจะขาดใจตายในอีกสามวินาทีข้างหน้า รอบตัวมีชาวบ้านสองสามคนที่เดินผ่านมามุงดูด้วยความตกใจและซุบซิบนินทา
รินรดายืนกอดอกมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ดวงตาคู่คมกวาดตามองการแสดงงิ้วฉากใหญ่ด้วยความรู้สึกขบขันระคนสมเพช ในฐานะอดีตแพทย์ศัลยกรรมมือหนึ่งจากยุคปัจจุบัน เธอผ่านเคสคนไข้มานับร้อยนับพัน อาการของคนที่เจ็บป่วยจริงๆ กับคนที่แกล้งสำออยเพื่อเรียกร้องความสนใจหรือหวังผลประโยชน์นั้น แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว แค่กวาดสายตามองการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ สีหน้า และจังหวะการหายใจ ก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายกำลังเล่นละครตบตาฉากใหญ่
พันจ่าเอกหินผายืนหน้าดำคร่ำเครียด กำปั้นทั้งสองข้างกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนด้วยความตกใจและทำอะไรไม่ถูก แม้เขาจะรู้ว่าแม่ของตนเองไม่ใช่คนมีเหตุผล แต่ภาพที่แม่นอนดิ้นทุรนทุรายเช่นนี้ก็ยังทำให้หัวใจของลูกชายคนโตกระตุกวูบ
"แม่! แม่เป็นอะไรไปครับ!" หินผารีบพุ่งเข้าไปประคองร่างมารดาด้วยความร้อนรน "ริน... รินจ๋า ช่วยแม่ด้วย แม่เป็นโรคหัวใจกำเริบหรือเปล่า!"
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก1ครั้ง กลิ่นอายของความสงบสุขที่เธอกำลังจะสร้างถูกความวุ่นวายนี้มารบกวน แต่เธอกลับมองว่านี่คือโอกาสทอง... โอกาสที่จะตัดไฟตั้งแต่ต้นลม และประกาศให้คนในหมู่บ้านรู้ว่า สะใภ้คนนี้ไม่ใช่คนที่ใครจะมาข่มเหงรังแกได้ตามอำเภอใจ
"พี่หิน ถอยออกไปก่อนครับ" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่มั่นคง เธอเดินเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังดิ้นพล่านบนพื้น ชายกระโปรงผ้าฝ้ายพลิ้วไหวตามจังหวะก้าวเดิน
"นังตัวซวย! แกจะฆ่าแม่ฉันหรือไง ถอยไปนะ!" นางสายบัวส่งเสียงแหลมปรี๊ดสวนขึ้นมาทันที ทั้งที่เมื่อครู่ยังทำท่าเหมือนจะขาดใจตายอยู่รอมร่อ
รินรดาไม่ได้โต้เธอกลับด้วยคำหยาบคาย รอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าสะสวย ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งใบมีดผ่าตัด เธอทรุดตัวลงนั่งยองๆ ข้างกายแม่สามี แกล้งทำเป็นสำรวจอาการด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว
"คุณแม่ครับ อาการหนักขนาดนี้เชียวหรือครับ สีหน้าก่ำเลือด ชีพจรเต้นเร็วและสม่ำเสมอดีแท้... เอ๊ะ แปลกจังนะครับ คนที่เป็นโรคหัวใจกำเริบจนใกล้ตาย ปรกติแล้วริมฝีปากจะต้องเขียวคล้ำเพราะขาดออกซิเจน และเหงื่อกาฬต้องแตกพลั่กทั่วตัวสิครับ แต่นี่... ทำไมเหงื่อของคุณแม่ถึงไม่มีเลยสักหยดแถมผิวพรรณยังเปล่งปลั่งดีเสียยิ่งกว่าตอนที่ผมเจอเมื่อวานเสียอีก"
เสียงฮือฮาเบาๆ ดังขึ้นจากกลุ่มชาวบ้านที่มุงดูอยู่รอบนอก สายตาหลายคู่เริ่มมองนางสายบัวด้วยความสงสัย
นางสายบัวสะดุ้งเฮือกในใจ แต่ยังคงกัดฟันแสดงต่อ "แก... นังสะใภ้สารเลว แกแช่งฉันเรอะ! ฉันเจ็บหน้าอกจนจะตายอยู่แล้ว แกยังมาพูดจาเพ้อเจ้ออะไรอีก!"
"ผมไม่ได้แช่งหรอครับคุณแม่ ในฐานะที่ผมพอมีความรู้เรื่องการแพทย์แผนปัจจุบันมาบ้าง อาการแบบนี้โบราณเขาเรียกว่า 'โรคชักดิ้นชักงอเพราะอยากได้ของ' ต่างหากล่ะครับ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพนอบน้อม แต่ทุกถ้อยคำกลับเชือดเฉือนจนคนฟังหน้าชา
หญิงสาวไม่รอให้แม่สามีได้แก้ตัว เธอแกล้งขยับตัวเข้าไปใกล้แล้วใช้นิ้วมือกดลงไปเบื้องบนจุดชีพจรบริเวณซี่โครงและกดท้ำเบาๆ ที่จุดแก้เคล็ดตามศาสตร์แพทย์จีนโบราณ ซึ่งเป็นจุดที่หากไม่ได้เจ็บป่วยจริง จะรู้สึกเสียวแปล๊บจนทนไม่ไหว
"อ๊ายยย! มือหนักนักนะนังตัวดี! แกคิดจะฆ่าแม่ฉันหรือไง!" นางสายบัวทนความเจ็บแปล๊บไม่ไหว เด้งตัวลุกขึ้นนั่งชี้หน้าด่าฉอดๆ ลืมแม้กระทั่งบทบาทคนใกล้ตายที่เพิ่งแสดงไปเมื่อครู่
ความเงียบกริบเข้าปกคลุมบริเวณหน้ากระท่อมชั่วขณะ ชาวบ้านต่างอ้าปากค้าง มองสลับระหว่างร่างของนางสายบัวที่ลุกขึ้นยืนด่าได้อย่างคล่องแคล่ว กับรินรดาที่นั่งยิ้มละไมให้อย่างใจ100%
หินผาอ้าปากค้าง สมองของชายหนุ่มประมวลผลไม่ทัน ภาพแม่ที่นอนใกล้ตายเมื่อครู่หายไป เหลือเพียงแม่ที่กำลังยืนเท้าสะเอวด่าไฟแลบ
"แม่..." หินผาเอ่ยเสียงแผ่วเบาด้วยความรู้สึกพูดไม่ออก บอกไม่ถูก
"ฉัน... ฉันแค่วิงเวียนศีรษะเฉยๆ หรอกน่า! ไอ้ลูกไม่รักดี แกดูเมียแกสิ มันกล้าลามปามแม่แท้ๆ ของแกแล้วนะ!" นางสายบัวหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธเกรี้ยว รีบหาข้อแก้ตัวน้ำขุ่นๆ เมื่อรู้ว่าแผนการแกล้งป่วยของตนเองถูกจับได้คาหนังคาเขา
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดฝุ่นที่ชายเสื้อเบาๆ เธอสบตากับแม่สามีด้วยแววตานิ่งสงบแต่ทรงพลัง
"ถ้าคุณแม่วิงเวียนศีรษะ คราวหน้าบอกผมดีๆ ก็ได้ครับ ผมจะได้ต้มยาหอมสมุนไพรจีนสูตรพิเศษให้ดื่ม บำรุงเลือดลมและปรับสมดุลร่างกาย รับรองว่าหายเป็นปลิดทิ้งอย่างแน่นอน... แต่ถ้าแกล้งป่วยเพื่อเรียกร้องความสนใจหรือหวังจะใส่ร้ายป้ายสีพวกเราอีก เกรงว่ายาหม้อนั้น คงต้องเปลี่ยนเป็นยาขมหม้อใหญ่ที่รสชาติขมจนติดลิ้นไปเจ็ดวันแทนแล้วล่ะครับ"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความเด็ดขาดทำให้นางสายบัวถึงกับผงะ ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว หญิงสูงอายุทำท่าฮึดฮัดจะด่าทอต่อ แต่เมื่อเจอสายตาคมกริบดั่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มองทะลุปรุโปร่งทุกเล่ห์กล เธอก็พลอยกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอไปอย่างยากลำบาก ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินหนีลับหายไปท่ามกลางสายตากลวงกลวงของชาวบ้านที่เริ่มหัวเราะคิกคัก
ชาวบ้านต่างทยอยแยกย้ายกันไปด้วยความขบขันและประหลาดใจในความเฉียบขาดของสะใภ้ใหม่บ้านตระกูลหิน
กระท่อมกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง หินผายืนเกาหัวแกรกๆ ด้วยความรู้สึกผิดและทึ่งในตัวภรรยาไปพร้อมๆ กัน ชายหนุ่มหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความเกรงใจระคนชื่นชม
"ริน... เธอเก่งจริงๆ ฉันไม่คิดเลยว่า..."
"ไม่คิดว่าผมจะใจกล้าขนาดนี้ใช่ไหมล่ะครับพี่หิน" รินรดาหันมายิ้มหวานให้สามี บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่พลันมลายหายไปสิ้น "คนประเภทนี้ ถ้าเราอ่อนแอใส่ เขาก sẽขี่คอเราไปจนวันตายครับ... ว่าแต่ ตอนนี้เรามาเคลียร์เรื่องปากท้องของเราดีกว่าครับ ผมว่าวัตถุดิบในมิติร้านชำเมื่อคืน น่าจะเอามาทำอาหารมื้อเที่ยงที่หอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้านได้แล้วล่ะครับ"
รินรดาหมุนตัวเตรียมจะเดินเข้าครัวเพื่อโชว์ฝีมือทำอาหาร ทว่า...
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านดังขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของบุรุษผู้หนึ่งที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของรินรดาต้องชะงักค้าง
"คุณหิน! คุณหินอยู่บ้านไหมครับแย่แล้ว! ทางกองร้อยส่งคนมาตามตัวด่วนบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่ที่คลังเสบียงชายแดน!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของรินรดาและพี่หินด้วยดีเสมอมานะครับ
ย้อนเวลาไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย พร้อมระบบร้านชำข้ามภพ•ตอนที่ 4
ตบหน้าแม่สามีจอมปลอม
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย พร้อมระบบร้านชำข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!