"ป้ายนี้... คุณไปเอามาจากไหน?"
เสียงของรินรดาสั่นพร่าเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งไปยังวัตถุโลหะสีทองหม่นที่สะท้อนแสงไฟจากตะเกียงน้ำมันในมือของชายแปลกหน้า สัญลักษณ์รูป 'ใบบัวคู่ประดับหยก' นั้นไม่ใช่สิ่งที่ชาวบ้านในหมู่บ้านชนบทแห่งนี้จะมีครอบครอง มันคือตราประทับเฉพาะตัวของตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง—ตระกูลที่เธอเคยถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและขับไล่ไสส่งในชาติภพก่อน
ชายคนนั้นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแหบพร่าคล้ายเสียงกระดาษทรายถูกับพื้นไม้ เขายังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบคำถาม ประตูรั้วไม้ไผ่หน้าบ้านก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล
"มีเรื่องอะไรกันดึกดื่น!"
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ของพันจ่าเอกหินผา สามีหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความดุดิบและระเบียบวินัย เขาก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างภรรย์กับชายแปลกหน้าทันที แผงอกกว้างภายใต้เสื้อกล้ามสีซีดขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่กรุ่นด้วยโทสะ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองผู้มาเยือนอย่างไม่เป็นมิตร
ชายแปลกหน้าหุบยิ้มทันที เก็บป้ายนั้นเข้ากระเป๋าเสื้ออย่างรวดเร็ว ก่อนจะโค้งศีรษะเล็กน้อยแล้วสาวเท้ายาวหายลับไปในความมืดของตรอกแคบ ปล่อยให้กลิ่นอายความน่าสงสัยลอยเคคว้างอยู่ในอากาศ
หินผาหันกลับมามองภรรยา ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงขึ้นกว่าเดิม กรามขบเข้าหากันแน่นด้วยความหงุดหงิดที่เห็นคนแปลกมาปnเปรอรบกวนภรรยามารดาในยามวิกาล แต่เมื่อเห็นใบซีดเซียวและความตื่นตระหนกในดวงตาของรินรดา ความดุดันในแววตาของเขาก็พลันอ่อนลงโดยอัตโนมัติ
"เข้าบ้านเถอะ ดึกมากแล้ว ลมน้ำค้างมันแรง" หินผาเอ่ยเสียงห้วน แต่ทว่ามือหนากลับเอื้อมไปโอบไหล่บางของเธอไว้อย่างมั่นคง พาเดินกลับเข้าสู่ตัวบ้านที่มีแสงไฟอุ่นๆ รออยู่
คืนนั้น รินรดานอนไม่หลับ ปมปริศนาจากอดีตชาติกำลังตามมาหลอกหลอน เธอนอนพลิกตัวไปมาบนฟูกเก่าๆ ขณะที่หินผาซึ่งนอนอยู่ฟูกข้างๆ สังเกตเห็นความผิดปกติ เขาลุกขึ้นนั่ง ถอนหายใจยาวก่อนจะเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ
"ถ้ามีใครมารังแกคุณ... บอกผม ผมจัดการเอง ไม่ต้องเก็บมาคิดให้รกสมอง" น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดุร้ายเหมือนเคย หากแต่หนักแน่นและเจือความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความกระด้าง
รินรดาหันไปมองสามี แววตาของเธอนุ่มลง เธอพยักหน้ารับเบาๆ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างประหลาด นี่สินะ... ความรู้สึกที่มีคนคอยปกป้อง
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดส่องลอดผ่านรอยต่อของหลังคาสังกะสี รินรดาตื่นขึ้นมาด้วยความตั้งใจใหม่ เธอใช้สมาธิเข้าสู่มิติร้านชำข้ามภพ หยิบเอาวัตถุดิบชั้นดี ทั้งหมูสามชั้นคัดพิเศษ หน่อไม้ฝรั่งดองสูตรลับ และเครื่องเทศหอมกรุ่น ออกมาเตรียมทำอาหารเช้าเพื่อมัดใจและเยียวยาความเครียดให้สามี
กลิ่นหอมของ 'หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วฮ่องเต้' เริ่มโชยฟุ้งไปทั่วบ้าน กลิ่นเครื่องเทศพะโล้ผสมกับซีอิ๊วเคี่ยวจนงวด ส่งกลิ่นหอมหวลเตะจมูกจนคนตัวโตที่กำลังซ่อมเก้าอี้ไม้ไผ่หน้าบ้านถึงกับต้องสูดจมูกฟุดฟิด หินผาวางค้อนในมือลง เดินตามกลิ่นเข้ามาในครัวด้วยความฉงน
ภาพที่เขาเห็นคือภรรยาตัวน้อยกำลังงละม่อมอยู่หน้าเตาไฟ เรือนร่างระหงขยับตัวคล่องแคล่ว เส้นผมยาวถูกมวกรวบไว้หลวมๆ เผยให้เห็นลำคอระหงและผิวเนียนละเอียดที่ชื้นเหงื่อบางเบาจากความร้อน
"ตื่นแล้วหรือคะ ล้างหน้าล้างตาก่อนสิ ข้าวต้มร้อนๆ กับหมูตุ๋นกำลังเสร็จพอดี" รินรดาหันมาส่งยิ้มหวานให้ รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของนายทหารผู้ผ่านศึกมาอย่างโชกโชนถึงกับกระตุกวูบ
หินผานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ปกติแล้วภรรยาของเขามักจะเงียบขรึมและหวาดกลัวเขา แต่วันนี้... เธอดูลื่นไหล อ่อนโยน และมีเสน่ห์เหลือเกินจนเขาไม่รู้จะวางสายตาไว้ตรงไหน
ชายหนุ่มกระแอมเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความเก้อเขิน ก่อนจะเดินไปตักน้ำใส่ขันมาล้างหน้าล้างตาอย่างเงียบๆ และที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าคือ แทนที่เขาจะกินเสร็จแล้วเดินหนีไปทำงานเหมือนทุกที วันนี้หินผากลับหยิบผ้ามาช่วยเช็ดโต๊ะอาหาร แถมยังอาสาช่วยล้างหม้อชามที่ใช้ทำอาหารอีกด้วย
"ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง คุณไปพักผ่อนเถอะ" รินรดาร้องท้วงเมื่อเห็นมือหนาหยิบฟองน้ำขึ้นมาถูจานชามอย่างทะมัดทะแมง
"ผมไม่ใช่คุณหนูทำอะไรไม่เป็น เกะกะตรงไหนเดี๋ยวผมช่วยเก็บกวาดให้หมด" หินผาเอ่ยเสียงเรียบ แต่ใบหูของเขากลับแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด—ภาพสะใภ้ตัวร้ายที่เคยเย่อหยิ่งในสายตาชาวบ้าน ตอนนี้ได้กลายเป็นแม่บ้านแม่เรือนผู้สมบูรณ์แบบ ส่วนสามีจอมดุผู้ไม่เคยแตะงานบ้าน กลับยอมก้มหน้าก้มตาช่วยภรรยาขัดพื้นห้องครัวอย่างเต็มใจ
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มซ่อมแซมและร้อยเรียงใหม่ทีละน้อย รินรดารู้สึกได้ว่ากำแพงน้ำแข็งในใจของสามีเริ่มละลายลงแล้ว เหลือไว้เพียงความอบอุ่นที่เข้ามาแทนที่
ตกบ่าย รินรดาตั้งใจจะนำสินค้าล็อตแรกจากมิติร้านชำ เช่น สบู่สมุนไพรสูตรพรีเมียมและยาสระผมสมุนไพร ไปวางขายลับๆ ที่ตลาดมืดหลังหมู่บ้านเพื่อสร้างทุนก้อนโต เธอกำลังจัดใส่ตะกร้าอย่างตั้งใจ โดยไม่รู้เลยว่า หินผายืนกอดอกพิงขอบประตูมองดูเธออยู่เงียบๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่
"จะออกไปข้างนอกใช่ไหม..." หินผาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ดวงตาคมกริบมองสำรวจตะกร้าสินค้าในมือเธอด้วยแววตาครุ่นคิด "ของพวกนี้... ดูไม่เหมือนของที่มีขายทั่วไปในหมู่บ้านเรา"
รินรดาชะงัก หัวใจกระตุกวูบเล็กน้อย เธอยังไม่พร้อมที่จะอธิบายเรื่องระบบมิติร้านชำให้เขาฟังในตอนนี้ เธอกำลังจะหาข้ออ้างกลบเกลื่อน แต่ทว่า...
หินผากลับเดินเข้ามาใกล้ ใช้มือใหญ่หยิบตะกร้าสินค้านั้นขึ้นมาถือไว้เสียเอง รอยยิ้มมุมปากที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมเข้ม
"ถ้าจะไปตลาดมืด ทางมันเปลี่ยวและอันตราย..." หินผาก้มตัวลงกระซิบข้างหูเธอ เสียงทุ้มต่ำนั้นพร่าและชวนใจสั่น "ในฐานะสามี... ผมคงปล่อยให้ภรรยาออกไปเดินคนเดียวไม่ได้หรอกจริงไหม? ไปกันเถอะ ผมจะถือของให้เอง"
รินรดานิ่งงดึงอึ้ง หัวใจเต้นรัวแรงด้วยความตื่นเต้นและประหลาดใจ สามีจอมดุคนนี้ไม่เพียงแต่เลิกดุ แต่เขายังพร้อมจะเดินเคียงข้างเธอในทุกเส้นทางอันตราย
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ทั้งคู่กำลังก้าวเท้าเดินออกจากประตูบ้าน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงตะโกนหวาดผวาของเพื่อนบ้านที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามา
"คุณหินผา! คุณรินรดา! แย่แล้วครับ! ทางการกำลังส่งทหารบุกเข้ามาค้นบ้านทุกหลังในหมู่บ้านข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับสายลับต่างชาติ!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของรินรดาและพี่หินผาด้วยดีเสมอมานะครับ
ย้อนเวลาไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย พร้อมระบบร้านชำข้ามภพ•ตอนที่ 14
ซ่อมแซมความสัมพันธ์
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย พร้อมระบบร้านชำข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!