ย้อนเวลาไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย พร้อมระบบร้านชำข้ามภพ•ตอนที่ 29

งานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
"จดหมายนั่น... มีตราประทับของหน่วยข่าวกรองลับภาคเหนือ" รินรดาพึมพำกับตัวเองเบาๆ แววตาที่มักจะฉายแววสดใสยามปรุงอาหารในมิติร้านชำ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความคมกริบดุจใบมีดโกนซ่อนคม ไอเย็นเยียบที่แผ่ซ่านเข้ามาในห้องนอนไม้เก่าคร่ำคร่า ไม่ได้มาจากสายลมหนาวข้างนอก แต่มาจากเงาดำในอดีตชาติที่เธอกลบฝังไว้อย่างดี กำลังส่งเสียงคำรามเตือนว่า 'หนี้เลือด' ยังไม่เคยถูกชำระ แต่ก่อนที่ความคิดในหัวจะลึกลงไปมากกว่านั้น เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยของสามีหนุ่มก็ดังขึ้นที่หน้าประตู "ริน... กลิ่นอะไรหอมๆ ลอยมาแต่ไกล แม่บ้านทางโน้นเขาต้มกระดูกหมูอะไรกัน ทำไมหอมฟุ้งไปทั่วสามบ้านแปดบ้านแบบนี้?" พันจ่าเอกหินผาก้าวเข้ามาในห้อง ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยกลิ่นอายเหงื่อไคลจากการฝึกทหารและงานสร้างบ้าน แต่ดวงตาคมกราบคู่นั้นกลับอ่อนแสงลงทันทีที่มองเห็นภรรยา เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นกระดาษแผ่นบางในมือเรียวบาง "นั่นอะไร? หน้าตาเธอซีดลงนะ ไม่สบายหรือเปล่า?" รินรดารemลอยยิ้มบางเบาอย่างรวดเร็ว เธอพับจดหมายลับฉบับนั้นเก็บซ่อนไว้ใต้ลิ้นชักไม้ไผ่ที่ลงกลอนอย่างแน่นหนา ก่อนจะหันไปสบตาสามีด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ "ไม่มีอะไรครับพี่หิน... แค่จดหมายทวงหนี้เก่าจากคนที่ไม่รู้จักลูกทุ่งเท่านั้นเอง" รินรดาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาซ่อนประกายความเยือกเย็นไว้มิดชิด "ว่าแต่เรื่องอาหารเลี้ยงฉลองความสำเร็จของพวกเราในวันนี้ เตรียมพร้อมหมดแล้วใช่ไหมครับ?" หินผายิ้มกว้างทันทีเมื่อเปลี่ยนเรื่องมาถึงอาหาร ความหึงหวงและความเป็นห่วงภรรยาถูกแทนที่ด้วยความตื่นตาตื่นใจ "เรียบร้อยสิ! ชาวบ้านมาช่วยกันตั้งโต๊ะยาวที่ลานกลางหมู่บ้านตั้งแต่เที่ยงแล้ว ทุกคนต่างตื่นเต้นกับโครงการพัฒนาร้านค้าชุมชนของเรา แถมยังพูดกันใหญ่ว่าภรรยาผมเป็นแม่ครัวมือหนึ่งที่ทำอาหารอร่อยที่สุดในอำเภอ" นี่คือ "งานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ" ที่รินรดากำหนดขึ้น ไม่ใช่เพียงเพื่อเฉลิมฉลองการที่ร้านชำข้ามภพของเธอสามารถยกระดับสินค้าและสร้างรายได้มหาศาลจนปลดหนี้สินให้ครอบครัวได้ทั้งหมดเท่านั้น แต่เธอยังต้องการใช้มื้ออาหารนี้เป็น 'เวที' ในการผูกใจคนในชุมชน และตอกหน้าพวกญาติจอมปลอมที่เคยดูถูกเหยียดหยามเธอและหินผาในอดีต ณ ลานกลางหมู่บ้านยามเย็น แสงอาทิตย์สีส้มอมแดงทอประกายกระทบกับโต๊ะไม้ตัวยาวที่ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ เสียงหัวchaoและเสียงพูดคุยของชาวบ้านดังเซנקเซ็งด้วยความตื่นเต้น บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของวิถีชีวิตชนบทที่เรียบง่าย แต่ทว่า... ทันทีที่รินรดาและหินผาก้าวเดินมาพร้อมกับถาดอาหารชุดแรก กลิ่นหอมอันซับซ้อนและเย้ายวนใจก็พลันหยุดทุกการสนทนาลงทันที! "นั่น... กลิ่นอะไรน่ะ?" ป้าเพ็ญ หญิงปากตลาดที่เคยนินทารินรดาว่าไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้ อ้าปากค้างจนแทบจะกลืนคำนินทาลงคอไม่ทัน บนโต๊ะกลาง รินรดาบรรจงวางหม้อดินเผาขนาดใหญ่ที่ส่งควันกรุ่นสีขาวนวลขึ้นสู่ท้องฟ้า กลิ่นหอมของเครื่องเทศชั้นดีที่ผสานเข้ากับความหวานเคี่ยวเค็มของกระดูกหมูตุ๋นยาจีนและเห็ดหอมป่าลอยฟุ้งกระจายไปทั่วรัศมีร้อยเมตร น้ำซุปสีอำพันใสแจ๋วแต่เข้มข้นด้วยไขกระดูกที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก ล้อมรอบด้วยจาน 'หมูสามชั้นทอดน้ำปลา' ที่หนังกรอบสนิทแต่เนื้อในฉ่ำวาวด้วยน้ำยำมะนาวรสจัดจ้าน และ 'ปลาทอดกรอบราดพริกสามรส' ที่ส่งกลิ่นหอมของกระเทียมเจียวและใบมะกรูดกรอบทะลุโสตประสาท ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงกลืนน้ำลายพร้อมกันของชาวบ้านหลายสิบชีวิตจะดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง รินรดายิ้มรับอย่างสุภาพ เธอยกทัพพีขึ้นตักน้ำซุปร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบยื่นให้แก่ผู้ใหญ่บ้านที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ "เชิญผู้ใหญ่และพ่อแม่พี่น้องทุกท่านลิ้มลองได้เลยครับ มื้อนี้เป็นน้ำพักน้ำแรงที่เราช่วยกันสร้างขึ้นมา หวังว่าจะถูกปากทุกท่านนะครับ" เสียงหวานใสแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม ผู้ใหญ่บ้านรับชามกระเบื้องมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย กลิ่นหอมเย้ายวนรุกเร้าประสาทรับกลิ่นจนต่อมน้ำลายทำงานอย่างหนัก เขาซดน้ำซุปร้อนๆ เข้าไปคำหนึ่ง... และในวินาทีนั้นเอง ดวงตาฝ้าฟางของผู้ใหญ่บ้านก็เบิกกว้างขึ้นทันที! ความหวานกลมกล่อมของกระดูกหมูที่เคี่ยวจนได้ที่ ผสานกับความเผ็ดร้อนเล็กน้อยจากพริกไทยดำชั้นดีและสมุนไพรบำรุงร่างกาย รสชาติที่ลุ่มลึก ละมุนละไม และไม่เคยลิ้มรสที่ไหนมาก่อนในชีวิตชนบทแห่งนี้ ทำให้ผู้ใหญ่บ้านถึงกับหลับตาพริ้มด้วยความเคลิบเคลิ้ม "นี่มัน... อร่อยเหาะ! อร่อยกว่าภัตตาคารในตัวเมืองเสียอีก!" ผู้ใหญ่บ้านอุทานเสียงดังลั่น จนชาวบ้านที่นั่งล้อมวงอยู่รอบข้างพากันกรูเข้ามามุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น "จริงหรือผู้ใหญ่? ขอผมชิมบ้าง!" ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างอดใจไม่ไหว ไม่นานนัก งานเลี้ยงที่เคยเงียบงันก็เปลี่ยนเป็นความชุลมุนด้วยความเอร็ดอร่อย เสียงตะเกียบกระทบชาม เสียงอุทานด้วยความทึ่ง และเสียงชื่นชมรสชาติอาหารที่รินรดาบรรจงรังสรรค์ดังระงมไปทั่วบริเวณ แม้แต่ป้าเพ็ญที่ตั้งใจมาจับผิด ก็ยังต้องแอบตักหมูสามชั้นทอดเข้าปากไปหลายชิ้นจนลืมตัว หินผายืนมองภรรยาคนสวยของตนด้วยความภาคภูมิใจ แววตาของนายทหารหนุ่มฉายแววรักใคร่และหลงใหลจนปิดไม่มิด เขายื่นมือหนาไปโอบไหล่บางของภรรยาไว้เบาๆ กระซิบข้างหูด้วยเสียงทุ้มพร่า "เก่งมากครับภรรยาผม... ทำให้คนทั้งหมู่บ้านสยบได้ด้วยปลายจวักจริงๆ" รินรดาหันมายิ้มหวานให้สามี ดวงตาคู่สวยระยิบระยับด้วยความสุข เธอแอบหยิบเนื้อสัตว์ย่างชิ้นเล็กๆ ป้อนให้เขาก่อนจะหัวسเบาๆ "นี่แค่น้ำจิ้มครับพี่หิน ความสำเร็จที่แท้จริง... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างชื่นมื่น เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางเข้าหมู่บ้าน ตึง! ตึง! ตึง! รองเท้าคอมแบตกระทบพื้นดินเป็นจังหวะพร้อมเพรียง เสียงพูดคุยของชาวบ้านเงียบลงทันที ความหนาวIเย็นยะเยือกที่รินรดาเพิ่งสัมผัสจากจดหมายลับเมื่อครู่ พลันแผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมบรรยากาศในงานเลี้ยงอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบสีเข้มเข้มกว่าห้าคน ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะอาหาร ร่างกายกำยำและแววตาดุดันบ่งบอกชัดเจนว่าพวกเขาไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา และที่น่าตกใจที่สุดคือ ผู้นำกลุ่มนั้นคือนายทหารยศนายพันผู้มีรอยแผลเป็นน่ากลัวพาดผ่านแก้มซ้าย ซึ่งเป็นบุคคลที่รินรดารู้จักดีจากความทรงจำอันเลวร้ายในอดีตชาติ! นายพันคนนั้นกวาดสายตามองโต๊ะอาหารเลิศรส ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของรินรดา มุมปากหนายกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ชวนให้ขนหัวลุก "ไม่นึกเลยนะ... ว่าแม่นางเอกตกอับ จะหนีมาเสวยสุขทำตัวเป็นแม่ครัวหัวป่าก์อยู่ที่นี่ได้สบายใจถึงเพียงนี้" เสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของทุกคน "รินรดา... นายพลสั่งให้ฉันมาพาเธอกลับไปรับโทษตามสัญญาเก่า!" --- **[ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับการแก้ไขชะตากรรมของรินรดาด้วยกันนะครับ]**
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย พร้อมระบบร้านชำข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%