เสียงตบโต๊ะไม้สนกระแทกเสียงดังลั่นจนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีครามบนโต๊ะสะเทือนจนน้ำชาข้างในกระฉลอกออกมารดขอบโต๊ะ
"ฉันไม่ยอมเด็ดขาด! แม่รองริน นางเด็กนี่มันกำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว ขายของดีจนหน้าชื่นตาบาน แถมยังจ้างคนในหมู่บ้านมาช่วยงานจนลืมหัวหอกหัวคานอย่างฉันที่เป็นแม่สามีแล้วรึไง!"
เสียงแหลมสูงของแม่สามีดังแว่วมาจากลานบ้าน แต่รินรดา (ภัทร) กลับไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อย มือเรียวบางภายใต้ผ้ากันเปื้อนสีสะอาดกำลังบรรจงตัก "แกงเขียวหวานไก่ใส่ยอดมะพร้าวอ่อน" ที่เคี่ยวจนกะทิแตกมันส่งกลิ่นหอมหวลตลบอบอวลไปทั่วห้องครัว ลงในหม้อดินเผาใบโต ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกลิ่นหอมของเครื่องแกงตำเองที่โชยเตะจมูก ปลุกความหิวโหยของผู้ที่ได้กลิ่นให้ปั่นป่วนในท้อง
นี่คือชีวิตที่นางสร้างขึ้นด้วยมือตนเองและระบบร้านชำข้ามภพ สินค้าจากโลกอนาคตและวัตถุดิบชั้นเลิศถูกนำมาแปลงโฉมเป็นอาหารรสเลิศและสินค้าหายาก จนตอนนี้ร้านชำเล็ก ๆ กลายเป็นศูนย์กลางการค้าขนาดย่อมที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ
ทว่า... ปัญหาไม่ได้อยู่ที่แม่สามีผู้ชอบหาเรื่อง แต่วันนี้ปัญหากลับมาจากผู้ชายร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องครัวด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมกริบจ้องมองมาที่นางราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"คุณพี่หินผา..." รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ หันไปมองสามีหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าดุและดิบที่สุดในค่ายทหาร "ยืนขวางทางอยู่แบบนั้น น้องจะยกหม้อแกงไปตักเสิร์ฟลูกค้าอย่างไรเล่าครับ หรือว่าอยากชิมฝีมือภรรยาก่อนคนอื่น"
พันจ่าเอกหินผายังคงนิ่งเงียบ ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม ดวงตาคู่นั้นกวาดมองไปที่ชายหนุ่มชาวบ้านคนหนึ่งที่เพิ่งเดินเข้ามาส่งผักสดหลังร้าน รอยยิ้มที่เป็นกันเองของรินรดาที่ส่งให้พ่อค้าส่งผักเมื่อครู่ ทำให้สันจมูกโด่งเป็นสันของนายทหารหนุ่มกระตุกวูบ ความหึงหวงพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจอย่างไม่มีเหตุผล
เขาก้าวฉับ ๆ เข้ามาประชิดตัวร่างบาง กลิ่นอายความเป็นบุรุษและกลิ่นอายแดดฝนผสมกับความดุดันแผ่ซ้ำจนบรรยากาศในครัวแคบลงถนัดตา มือหนาเอื้อมไปฉวยทัพพีไม้ในมือภรรยาออกอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะวางลงบนโต๊ะเสียงดัง
"พ่อหนุ่มส่งผักนั่น... หน้าตาจิ้มลิ้มเกินความจำเป็น หน้าที่รับของ ปล่อยให้ฉันทำ" หินผาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน แววตาแข็งกร้าวระคนตัดพ้อฉายชัด
รินรดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปล่อยเสียงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ นางกอดอกมองสามีตัวโตที่ตอนนี้ทำตัวราวกับเด็กน้อยหวงของเล่น "คุณพี่หินผาพูดอะไรออกมาครับ นั่นน้องอ่ำ ลูกชายป้าบัววัยสิบเจ็ดปีเองนะ ลูกโซ่ในมุ้งเขายังโตกว่านั้นอีก น้องแค่ยิ้มทักทายตามมารยาทการค้าขายเท่านั้น"
"ไม่รู้แหละ หน้าตากะล่อน สายตาเจ้าชู้" หินผาเถียงเสียงแข็ง ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม มือใหญ่คว้าชายเสื้อผ้ากันเปื้อนของภรรยาไว้แน่นราวกับกลัวว่านางจะลอยหายไปไหน "ตั้งแต่เธอเริ่มขายของดี คนพวกนั้นก็มาป้วนเปี้ยนแถวนี้ไม่ขาดสาย ฉันไม่ชอบ... ต่อไปนี้ เวลาคนแปลกหน้ามาซื้อของ เธอต้องให้อยู่แค่หน้าร้าน ห้ามยิ้มหวาน ห้ามคุยเล่นนานเกินสามคำเข้าใจไหม"
นี่น่ะหรือ... พันจ่าเอกหินผายอดทหารกล้าผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดในยุทธจักร ตอนนี้กลับกลายร่างเป็น "สุนัขโบ้" ที่หึงหวงภรรยาจนน่าขัน ชายหนุ่มผู้เคยพูดน้อยต่อยหนัก กลับกลายเป็นคนจุกจิกเซ้าซี้และคอยตามติดนางแจราวกับเงาตามตัวตั้งแต่เช้าจรดค่ำ
รินรดาลอบยิ้มในความเจ้าเข้าเจ้าของของสามี แต่นางก็แกล้งตีสีหน้าเรียบเฉย ถอนหายใจเบา ๆ เพื่อแกล้งหยอกเย้า "ถ้าทำแบบนั้น ลูกค้าก็หนีหมดสิครับคุณพี่ ร้านเราจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อหมูสามชั้นมาทำพะโล้ให้คุณพี่กินตอนดึก ๆ เล่า หรือว่า... สามีฉันอยากจะยอมอดตายเสียล่ะ"
"ฉันหาเงินเองได้!" หินผายืดอกตอบทันควัน น้ำเสียงจริงจังจนน่าเอ็นดู "เงินเดือนทหารของฉัน บวกกับเบี้ยเลี้ยงพิเศษ... ฉันยกให้เธอหมดเลย เก็บไว้ใช้คนเดียวก็ได้ แต่ห้ามไปส่งยิ้มพร่ำเพรื่อให้ไอ้หน้าอ่อนที่ไหนอีก!"
ท่าทางหึงหวงอย่างไร้เหตุผลแต่เต็มไปด้วยความรักล้นปรี่ ทำให้หัวใจของแพทย์สาวจากโลกอนาคตอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความยากลำบากและการชิงดีชิงเด่น การมีสามีที่ดิบเถื่อนกับคนอื่น แต่กลับอ่อนโยนและหึงหวงนางราวกับเด็กหวงของรักเช่นนี้ นับว่าเป็นโชคดีที่สุดในชีวิตใหม่ของนางแล้ว
ก่อนที่ทั้งสองจะได้ต่อปากต่อคำกันมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูด้านหน้าร้านก็ดังขึ้นรัว ๆ ตามด้วยเสียงตะโกนโهاกฮากของสารวัตรกำนันผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าเล่ห์
"แม่รองริน! เปิดร้านเดี๋ยวนี้! ทางการได้รับเรื่องร้องเรียนว่าร้านเธอขายของหนีภาษีและมีสิ่งของต้องห้ามจากแดนไกลซุกซ่อนอยู่ ขอเข้าตรวจค้นตามคำสั่งท่านกำนัน!"
รินรดาสบตากับหินผา รอยยิ้มขบขันเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยแววตาคมกริบดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง นางรู้ทันทีว่านี่คือแผนการสกปรกของบ้านใหญ่ที่ร่วมมือกับคนมีอิทธิพลท้องถิ่นเพื่อกลั่นแกล้งนาง
ทว่า ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้ก้าวเท้าออกไปจัดการ พันจ่าเอกหินผาที่ยืนหน้าบึ้งอยู่ข้าง ๆ ก็แค่นเสียง "หึ" ออกมาเบา ๆ แววตาที่เคยมองภรรยาอย่างออดอ้อนเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นความดุดันน่าเกรงขามจนน่ากลัว ร่างสูงใหญ่ก้าวไปคว้าปืนพกประจำกายขึ้นมาเหน็บเอวอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับปลดล็อกไกปืนเสียงดังคลิก
"กล้าดีนี่... รบกวนเวลาภรรยาฉันตักแกง" หินผากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบไร้อุณหภูมิ ดวงตาคมกริบเปล่งประกายอำมหิต "เดี๋ยวฉันจะออกไปต้อนรับ 'แขกไม่ได้รับเชิญ' พวกนี้เอง ว่าพวกมันกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหน ถึงกล้ามาลองดีกับเมียของพันจ่าเอกหินผา!"
ร่างสูงใหญ่ก้าวผ่าประตูกระแทกออกไปด้านหน้าร้านทันที โดยไม่รอให้ภรรยาร้องห้าม รินรดามองตามแผ่นหลังกว้างของสามีด้วยความรู้สึกที่ทั้งระอาและอุ่นใจในคราวเดียวกัน งานนี้... ดูท่าทางว่าสารวัตรกำนันและพวกพ้องคงต้องเตรียมตัวรับมือกับความกริ้วของ "สามีคนโบ้" ที่กำลังหัวเสียเรื่องเมียเสียก่อนแล้วกระมัง
ทว่า ในจังหวะที่หินผาก้าวออกไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนร้ายที่หน้าประตูนั่นเอง เสียงฝีเท้าหนัก ๆ อีกชุดหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากตรอกด้านหลังร้าน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของบุคคลที่ทั้งรินรดาและหินผาคาดไม่ถึงที่สุด
"ฮ่า ๆ ๆ นึกว่าพวกแกจะรอดตัวไปได้นะ... พี่รอง หินผา พวกแกคิดจริง ๆ หรือว่าซ่อนตัวอยู่ในรูหนูนี้แล้วจะไม่มีใครรู้ความลับของพวกแก!"
ร่างท้วมของพี่ชายคนโตแห่งตระกูลสามี ก้าวออกมาพร้อมกับชายแปลกหน้าในชุดสูทสากลสะอาดตา ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความชั่วร้าย และในมือของชายแปลกหน้าคนนั้น... กำลังถือแฟ้มเอกสารลับที่ควรจะอยู่ในตู้เซฟของกองร้อยทหารราบไม่ผิดเพี้ยน!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้หมอภัทรมาจนถึงตอนนี้ สัญญาว่าจะปรุงรสความสะใจให้เข้มข้นขึ้นในทุก ๆ ตอนแน่นอนครับ
ย้อนเวลาไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย พร้อมระบบร้านชำข้ามภพ•ตอนที่ 30
สามีคนโบ้
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย พร้อมระบบร้านชำข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!